อินโดนีเซียเผชิญเสียงวิจารณ์จากสาธารณชนในคดีล่วงละเมิดเด็กที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า Little Aresha สถานรับเลี้ยงเด็กชื่อดังกระทำทารุณกรรมเด็กเล็กอย่างโหดร้าย โดยอ้างว่าเป็นการลงโทษและควบคุมพฤติกรรมของเด็ก
ประเด็นสำคัญ
“พวกเขามัดปากหนู หนูจะได้ไม่ร้องไห้” คือคำสารภาพจากปากเด็กหญิงวัยเตาะแตะบน TikTok ที่กลายเป็นไวรัล และมียอดเข้าชมสูงกว่า 3 แสนครั้ง นับเป็นภาพสะท้อนว่าเกิดอะไรขึ้นที่สถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้บ้าง
คำเตือน: เนื้อหาต่อไปนี้มีประเด็นที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับการทารุณกรรมและการปล่อยปละละเลยเด็ก โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร
ประเด็นการทารุณกรรมเด็กใน Little Aresha สถานรับเลี้ยงเด็กชื่อดังของอินโดนีเซีย กลายเป็นประเด็นใหญ่โตในเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังอดีตพนักงานคนหนึ่งเข้าแจ้งความกับตำรวจว่า เด็กๆ ได้รับการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรมในสถานที่แห่งนี้
ตามรายงานของสำนักข่าว BBC สำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย นำโดย ริซกิ เอเดรียน หัวหน้าหน่วยสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ได้ทำการบุกค้นสถานรับเลี้ยงเด็ก Little Aresha โดยพบห้องขนาดเล็กหลายห้องที่มีความกว้างเพียง 3 เมตร แต่มีเด็กอัดแน่นถึง 20 คน ขณะที่ยังพบหลักฐานการทารุณกรรม คือภาพเด็กๆ ถูกมัดมือมัดเท้า บางคนถูกจับมัดติดไว้ที่ประตู และมีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย
ขณะเดียวกัน ยังมีวิดีโออีกหลายตัวถูกแชร์ต่อกันอย่างแพร่หลายบนโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นภาพอันน่าหดหู่ของเด็กเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพียงทารกและเด็กวัยเตาะแตะ บางคนสวมเพียงผ้าอ้อม และถูกมัดทั้งมือและเท้า
สำนักข่าว AsiaOne ของสิงคโปร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถานรับเลี้ยงเด็กทั้งหมด 13 คน ในข้อหาทารุณกรรมและทอดทิ้งเด็ก โดยคาดว่า จากเด็กที่ลงทะเบียน 103 คน มีเด็กมากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 53 คนตกเป็นเหยื่อของการทารุณกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี
นอกจากนี้ ตำรวจเปิดเผยเพิ่มเติมว่า พนักงานของสถานรับเลี้ยงเด็กอ้างว่า ที่ต้องทำกับเด็กเช่นนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น เนื่องจากมีพนักงานไม่เพียงพอ ขณะที่ทางการยอกยาการ์ตายืนยันว่า Little Aresha ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ฮัสโต วาร์โดโย นายกเทศมนตรีเมืองยอกยาการ์ตา ได้เข้าพบปะกับกลุ่มผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยเหลือในการจัดหาสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งใหม่ให้แก่เด็กๆ พร้อมรับปากว่า จะดำเนินการตรวจสอบสถานดูแลเด็กทุกแห่งในเมือง โดยเฉพาะกลุ่มที่แอบเปิดกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต
ปัจจุบัน รัฐบาลส่วนท้องถิ่นยอกยาการ์ตาได้สั่งให้มีการสอบสวนคดีที่เกิดขึ้น พร้อมดูแลเหยื่อและครอบครัวทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยจะมีการเปิดบริการให้คำปรึกษาเยียวยาบาดแผลทางใจ (Trauma healing) แก่ผู้ปกครองอีกด้วย
คำบอกเล่าจากผู้ปกครอง
นูร์มัน วินดาร์โต (Noorman Windarto) ผู้ปกครองของเด็ก 2 คนที่ใช้บริการสถานรับเลี้ยงเด็ก ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า เขาตัดสินใจฝากลูกทั้งสองไว้ที่ Little Aresha เพราะมีการประชาสัมพันธ์ว่า มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีกิจกรรมการเล่นที่หลากหลาย
นูร์มันเล่าว่า เขาเคยพูดคุยกับผู้หญิงที่เป็นหัวหน้าสถานรับเลี้ยงเด็กมาก่อน เธอเป็นคนอ่อนโยนและสื่อสารดีมาก เมื่อลูกชายคนเล็กอายุครบ 3 เดือน เขาจึงตัดสินใจส่งเข้าเรียนด้วยความไว้ใจ
อย่างไรก็ตาม ผู้เป็นพ่อเคยสังเกตเห็นความผิดปกติของลูกๆ เช่น บาดแผลและรอยฟกช้ำของลูกสาว แต่พอสอบถามทางสถานรับเลี้ยงเด็ก กลับได้รับคำตอบว่า เด็กทำตัวเองเจ็บจากที่บ้าน ไม่เกี่ยวกับที่ศูนย์แต่อย่างใด
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องน่าตกใจเมื่อผู้ปกครองอีกคนหนึ่ง หลังสังเกตเห็นลูกสาววัยขวบครึ่งมีรอยฟกช้ำและรอยปูดบวมบนหน้าผากและแก้ม แต่พนักงานอ้างว่า เด็กทะเลาะกันและ ‘กัด’ กันเอง ซึ่งเป็นคำอธิบายที่เขายอมรับได้ในเวลานั้น เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่เด็กจะทะเลาะกัน
นูร์มันเริ่มเห็นความผิดปกติชัดเจนขึ้น เพราะลูกของเขามักบ่นว่าหิวตลอดเวลา ร้องขอข้าว ขอน้ำ ขอนมเมื่อกลับถึงบ้าน แม้จะห่ออาหารกลางวันไปให้ตลอดก็ตาม ขณะที่ลูกชายคนเล็กมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นยากมาก จนกระทั่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดบวมในเวลาต่อมา
เขาเล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ตนได้รับโทรศัพท์สายด่วนจากเพื่อนว่า ตำรวจกำลังบุกค้นสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้และให้รีบไปรับลูก 2 คน ทำให้รู้สึกตกใจมาก และสะเทือนใจยิ่งกว่าเมื่อได้เห็นภาพเด็กๆ ถูกมัดมือมัดเท้า ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า มีเพียงผ้าอ้อมเท่านั้น
ด้านผู้ปกครองอีกราย เอริกา ริสเมย์ (Erika Rismay) ได้โพสต์วิดีโอลงบน TikTok เล่าถึงประสบการณ์เลวร้ายของลูกสาว โดยในคลิปเธอถามว่าคุณครูทำอะไรกับเธอบ้าง เด็กหญิงตอบสั้นๆ ว่า “พวกเขามัดปากหนู หนูจะได้ไม่ร้องไห้”
เอริกายังเล่าด้วยว่า ลูกสาวของเธอจะร้องไห้อย่างหนักทุกครั้งที่ต้องไปโรงเรียน แต่พอกลับมาบ้าน ลูกกลับเหม่อลอยและเงียบงันจนเหมือนคนโดนสะกดจิต
สถานรับเลี้ยงเด็กเถื่อนทั่วประเทศ เพราะวัฒนธรรมฝากเด็กยังใหม่ในสังคม
อินโดนีเซียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่แนวคิดการฝากรับเลี้ยงเด็กยังเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ เนื่องจากมีความเชื่อตามธรรมเนียมดั้งเดิมว่า เด็กควรได้รับการดูแลจากครอบครัวและญาติ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันประเทศนี้มีสถานรับเลี้ยงเด็กหลายพันแห่ง โดยมี Little Aresha เป็นหนึ่งในนั้น
ตามข้อมูลของ BBC, Reuters และสื่อท้องถิ่น Little Aresha เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2018 ในเมืองยอกยาการ์ตา โดยโฆษณาว่ารับดูแลเด็กตั้งแต่อายุ 2 เดือนขึ้นไป และคิดค่าบริการสูงถึง 1 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 2,000 บาท) ต่อเดือน ถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ยของประชาชนในพื้นที่ประมาณ 3.2 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 6,400 – 7,000 บาท) ต่อเดือน
คดีทารุณกรรมที่ Little Aresha ได้จุดชนวนความโกรธแค้นของผู้ปกครองและสังคม โดยหลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้มีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อินโดนีเซียต้องเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนใจเช่นนี้
ย้อนไปเมื่อช่วงต้นปี 2024 เคยเกิดเหตุการณ์ทารุณกรรมเด็กในสถานรับเลี้ยงเด็กที่เมืองเดปก ทางตอนใต้ของกรุงจาการ์ตา หลังปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดว่า เจ้าของศูนย์ได้ทำร้ายร่างกายเด็กวัย 8 เดือนและ 2 ขวบ ทั้งทุบตีและเตะเด็กซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนล้มลง
ด้าน อาริฟาห์ ฟอซี (Arifah Fauzi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเสริมพลังสตรีและการคุ้มครองเด็ก ยอมรับว่า อินโดนีเซียยังคงเผชิญข้อจำกัดในการควบคุมมาตรฐานสถานรับเลี้ยงเด็กทั่วประเทศ โดยพบว่ามีสถานรับเลี้ยงเด็กเพียง 30.7% เท่านั้นที่มีใบอนุญาตถูกต้อง ขณะที่บุคลากรและพี่เลี้ยงเด็กถึง 66.7% ไม่มีใบประกาศนียบัตรรับรองวิชาชีพ
ภาพ: Budi Satriawan / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.bbc.com/indonesia/articles/cd1e13dg763o
- https://www.thestar.com.my/aseanplus/aseanplus-news/2026/04/29/indonesia-daycare-centre-abuse-exposes-oversight-failures
- https://www.asiaone.com/asia/indonesia-yogyakarta-little-aresha-foundation-childcare-abuse-police
- https://www.bbc.com/news/articles/cgj0jx4pqzvo
- https://www.reuters.com/world/asia-pacific/outcry-indonesia-after-police-find-toddlers-tied-up-daycare-centre-2026-06-10/


