×

คนการเมือง-นักวิชาการ ร่วมจับตาองค์กรอิสระ จี้แก้ปัญหาครอบงำการเมือง หนุนส่งคดีโกง สว. ให้ศาลชี้ขาด

โดย THE STANDARD TEAM
12.09.2026
  • LOADING...

คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร จัดกิจกรรมสัมมนาในหัวข้อ ‘จับตาบทบาทองค์กรอิสระ ต่อวิกฤตการเมืองไทย’ ที่อาคารรัฐสภา โดยมีผู้ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ได้แก่ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา และ สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

ดูภาพข่าว 

วงปาฐกถามุ่งเน้นไปที่ปัญหาการแทรกแซงและการครอบงำองค์กรอิสระโดยฝ่ายการเมือง ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการตรวจสอบและสร้างความเคลือบแคลงในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริตหรือการฮั้วในการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกำหนดลงมติว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ในวันที่ 14 กันยายน 2569

 

ชวน หลีกภัย กล่าวถึงความเป็นมาขององค์กรอิสระที่ถือกำเนิดขึ้นในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในระบอบประชาธิปไตยและการตรวจสอบการบริหารงานของรัฐ อย่างไรก็ตาม ชวนระบุว่าปัจจุบันองค์กรอิสระกำลังเผชิญกับการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองที่มุ่งใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือดำเนินธุรกิจการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งส่งผลให้การทำงานขององค์กรเหล่านี้เกิดความล้มเหลวและกลายเป็นภาระด้านงบประมาณของประเทศ

 

ชวนเรียกร้องให้บุคลากรในองค์กรอิสระยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและหลักธรรมาภิบาลอย่างตรงไปตรงมา ปราศจากความเกรงใจทางการเมือง เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการปกครองและปกป้องระบอบประชาธิปไตย

 

ด้าน โภคิน พลกุล วิเคราะห์ว่า ปัญหาการครอบงำองค์กรอิสระมีรากฐานมาจากระบบอำนาจนิยม ระบบอุปถัมภ์ และรัฐราชการ ที่ฝังรากลึกในการเมืองไทยตลอด 94 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระบบที่สร้างเครื่องมือเกื้อหนุนอำนาจแทนที่จะตอบสนองประชาชน ทำให้องค์กรอิสระมีสถานะไม่ต่างจากระบบราชการที่ถูกฝ่ายบริหารครอบงำและใช้เป็นเครื่องมือรักษาอำนาจ

 

นอกจากนี้ โภคินยังชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในกระบวนการสรรหาองค์กรอิสระที่ถูกแทรกแซงโดยพรรคการเมือง เพื่อสร้างฐานอำนาจและปกป้องพวกพ้อง โภคินเสนอทางออกด้วยการผลักดันให้ภาคประชาชนมีความเข้มแข็งและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ โดยเสนอ 4 แนวทาง ได้แก่

 

  • การนำรูปแบบของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 กลับมาใช้เพื่อให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระได้
  • การผลักดันให้มี ป.ป.ช.ภาคประชาชน
  • การแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อประชาชน
  • การลดขนาดรัฐราชการ

 

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ นำเสนอแนวคิดการแบ่งแยกอำนาจแบบใหม่ที่ให้องค์กรอิสระเป็นเสมือน ‘อำนาจอธิปไตยที่ 4’ ทำหน้าที่สถาบันผู้พิทักษ์เพื่อปกป้องกติกาประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม สมเกียรติชี้ว่าปัญหาหลักของการออกแบบองค์กรอิสระในไทยคือกระบวนการสรรหาและบทบาทของวุฒิสภาที่เป็นผู้ควบคุมการแต่งตั้ง ซึ่งทำให้ระบบเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงและล้มเหลว สมเกียรติเน้นย้ำว่าองค์กรอิสระต้องมีความพร้อมรับผิดและการตรวจสอบได้ทัดเทียมกับอำนาจตรวจสอบหน่วยงานอื่น

 

ในประเด็นวิกฤตของ กกต. สมเกียรติระบุว่า ปัญหาเกิดจากการขาดความพร้อมในการตรวจสอบ การไม่เปิดเผยข้อมูล และการหลีกเลี่ยงที่จะให้คำอธิบายแก่สังคม สมเกียรติได้เสนอให้ กกต. ส่งสำนวนคดีฮั้ว สว. เข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา เพื่อนำพยานหลักฐานเข้าสู่ระบบไต่สวนที่โปร่งใสและให้ศาลเป็นผู้วางบรรทัดฐานทางกฎหมาย

 

เนื่องจากการสรรหา สว. มีความสำคัญต่อความชอบธรรมในการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระอื่นๆ หาก กกต. ตัดสินใจยุติเรื่องเอง อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในสถาบันองค์กรอิสระทั้งหมด

 

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising