×

รู้จัก สวี่เจียอิ้น ประธานเอเวอร์แกรนด์ จากมหาเศรษฐีติดอันดับโลก สู่ผู้ต้องหาคดีอาญา

โดย THE STANDARD TEAM
02.10.2023
หรือ Hui Ka Yan (ฮุยคายัน) ประธานบริษัท เอเวอร์แกรนด์ (Evergrande)

สวี่เจียอิ้น (Xu Jiayin) ในภาษาจีนกลาง หรือ ฮุยคายัน (Hui Ka Yan) ในภาษากวางตุ้ง ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทเอเวอร์แกรนด์ (Evergrande) ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ของจีน เคยเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในเอเชียมาก่อน แต่เวลานี้เขากำลังถูกสอบสวนจากกรณีต้องสงสัยว่ากระทำผิดทางอาญา ในขณะที่บริษัทของเขากำลังสั่นคลอนเนื่องจากเป็นหนี้สูงถึง 3 แสนล้านดอลลาร์

 

ชายวัย 64 ปี เกิดมาในครอบครัวยากจน ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอาณาจักรธุรกิจอันกว้างใหญ่ เขาเคยมีทรัพย์สินมากถึงราว 4.25 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อครั้งติดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชียจากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes ในปี  2017

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สวี่เจียอิ้น คือใคร?

 

สวี่เจียอิ้น เกิดเมื่อปี 1958 ในชนบทของจีน วัยเด็กของเขาได้รับอิทธิพลจากนโยบายก้าวกระโดด หรือ Great Leap Forward ของเหมาเจ๋อตง เพื่อสร้างจีนจากประเทศที่พึ่งพาเกษตรกรรมให้กลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว จนส่งผลให้เกิดภาวะอดอยากครั้งใหญ่ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนในประเทศไปนับล้าน

 

สวี่ได้รับการเลี้ยงดูจากยายของเขาในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในมณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน หลังจากที่แม่ของเขาเสียชีวิตด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดขณะที่เขาอายุได้เพียง 8 เดือน

 

หลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยในปี 1982 เขาได้ทำงานเป็นช่างเหล็กอยู่สิบปี ก่อนเปลี่ยนงานไปเป็นพนักงานขายของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งในเมืองกว่างโจวทางตอนใต้ของจีน ซึ่งที่นั่นเองที่เขาได้ก่อตั้งบริษัทเอเวอร์แกรนด์ขึ้นในปี 1996 พร้อมนำพาบริษัทขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของจีนกำลังเฟื่องฟู

 

“เขาเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ใครก็สามารถรวยได้ หากคุณฉลาดพอ และทำงานหนักมากพอ” อลิเซีย การ์เซีย เอร์เรโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Natixis วาณิชธนกิจสัญชาติฝรั่งเศส กล่าว

 

ในปี 2008 สวี่ ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนมานานกว่าสามทศวรรษ ได้รับเลือกเป็นสมาชิกของที่ประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมืองของจีน (Chinese People’s Political Consultative Conference) ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รัฐและผู้นำธุรกิจแถวหน้าของประเทศ

 

ภาพถ่ายของสวี่ในการประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเห็นเขาคาดเข็มขัดแบรนด์หรูของฝรั่งเศสอย่าง Hermès ที่มีหัวเข็มขัดเป็นรูปตัว H สีทอง ได้กลายเป็นกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดียในปี 2012 และทำให้เขาได้รับฉายาว่า ‘Belt Brother’

 

เอเวอร์แกรนด์โตระเบิด

 

เอเวอร์แกรนด์ ซึ่งขยายตัวอย่างรวดเร็ว สามารถระดมทุนได้ 9 พันล้านดอลลาร์ในการจดทะเบียนที่ตลาดหุ้นฮ่องกงในปี 2009

 

การเติบโตดังกล่าวถูกขับเคลื่อนด้วยวิธีการ ‘Maximum Leverage’ ของสวี่ หรือการลงทุนโดยใช้วิธีกู้ยืมเงินจำนวนมาก 

 

“เอเวอร์แกรนด์เติบโตอย่างรวดเร็ว และยิ่งเร็วขึ้นอีกหลังจากที่เขาได้ผูกมิตรกับกลุ่มนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่รวยและทรงอิทธิพลที่สุดในฮ่องกง และบริษัทได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง” แจ็กสัน ชาน จากแพลตฟอร์มวิจัยตลาดการเงิน Bondsupermart กล่าว

 

“เขาได้รับการสนับสนุนมากมายจากเพื่อนกลุ่มนี้ เมื่อพวกเขาซื้อหุ้นและหุ้นกู้ของเอเวอร์แกรนด์จำนวนมากเพื่อช่วยให้บริษัทเติบโต”

 

โมเดลธุรกิจของเอเวอร์แกรนด์คือการกู้ยืมเงินจำนวนมาก จากนั้นจึงเร่งขายอพาร์ตเมนต์ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง ปัจจุบันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มเอเวอร์แกรนด์มีโครงการมากกว่า 1,300 โครงการในกว่า 280 เมืองของจีน ตามข้อมูลที่ได้จากเว็บไซต์ของกลุ่มบริษัท

 

อาณาจักรธุรกิจของสวี่ขยายตัวไปไกลกว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยครอบคลุมธุรกิจเช่น การบริหารความมั่งคั่ง การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม อีกทั้งยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสโมสรฟุตบอลชั้นนำของจีนอย่างกว่างโจว เอฟซี อีกด้วย

 

จากรุ่งสู่ร่วง

 

ในปี 2020 ปักกิ่งได้ออกกฎใหม่เพื่อควบคุมภาระหนี้ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่

 

มาตรการใหม่ทำให้เอเวอร์แกรนด์เสนอขายอสังหาริมทรัพย์พร้อมด้วยส่วนลดจำนวนมาก ซึ่งเป็นความพยายามเพื่อไม่ให้ธุรกิจล้ม แต่กลับกลายเป็นว่าปัจจุบันบริษัทกำลังดิ้นรนเพื่อชำระหนี้

 

วิกฤตครั้งนี้ทำให้มูลค่าบริษัทตามราคาตลาดหายไปถึง 99% และทรัพย์สินของสวี่ดิ่งลงเหลือ 3.2 พันล้านดอลลาร์

 

เอเวอร์แกรนด์ระงับการซื้อขายหุ้นในฮ่องกง ในขณะที่สวี่กลายเป็นมหาเศรษฐีชาวจีนคนล่าสุดที่ถูกทางการจีนสอบสวน

 

ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า การที่ชนชั้นสูงที่ร่ำรวยของจีนถูกทางการตรวจสอบนั้นมีความเชื่อมโยงกับนโยบายเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน หรือ Common Prosperity ของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้

 

“สวี่เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่ำรวยมหาศาล ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากวิถีชีวิตอันหรูหราฟู่ฟ่าของเขา เช่น การบินไปรอบโลกด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว” เด็กซ์เตอร์ โรเบิร์ตส์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการจีนที่แมนส์ฟิลด์เซ็นเตอร์ มหาวิทยาลัยมอนแทนา กล่าวกับ BBC

 

เอเวอร์แกรนด์ล้ม สำคัญอย่างไร?

 

“สีแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ความมั่งคั่งมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแสดงต่อสาธารณะเช่นสวี่นั้นไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคม” โรเบิร์ตส์กล่าว

 

แม้ว่ายังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการสอบสวนสวี่ แต่บทความแสดงความคิดเห็นในหนังสือพิมพ์ Global Times ของทางการจีน ระบุว่า ผลประโยชน์ของประชาชนทั่วไปเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

 

“การจำกัดความสูญเสียของผู้ซื้อบ้านควรเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญที่สุดรองลงมาในการจัดการกับวิกฤตเอเวอร์แกรนด์” หูสื่อจวิน อดีตหัวหน้ากองบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ระบุ

 

“เราควรจัดการกับเรื่องนี้อย่างเคร่งครัดและเป็นไปตามกฎหมาย รายงานข้อมูลให้สาธารณชนทราบอย่างต่อเนื่อง และพิจารณาว่าจะช่วยลูกค้าของบริษัทอย่างไรให้ได้มากที่สุด” เขากล่าวเสริม

 

ภาพ: VCG / VCG via Getty Images

อ้างอิง:


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories