Menu

ตกลงเธอเลือดบวกหรือลบ? ถกเถียงความจำเป็นของการเปิดเผยผลเลือดในแอปฯ หาคู่

08.12.2017
  • LOADING...
  • 176

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • แอปพลิเคชันสำหรับเดตของเกย์ชื่อดังอย่าง Grindr ทำแบบสอบถามขึ้นมาเพื่อสำรวจความคิดเห็นในเรื่อง ‘การเปิดฟีเจอร์คัดกรองคนที่มีสถานะผลเลือดบวก’ และการถาม ‘สถานะเลือด’ ของผู้ใช้
  • ซึ่งเราเล็งเห็นว่าเป็นประเด็นที่น่าถกเถียง เพราะการเปิดเผยสถานะเลือดบวกหรือลบของผู้ใช้นั้นมีทั้งผลดี และอาจมีผลร้ายที่ไม่เหมาะสมตามมา

ในโลกยุคที่การพบปะผู้คนใหม่ๆ เป็นเรื่องง่ายๆ แค่ปลายนิ้วในแอปพลิเคชันหาคู่หลากสีสันที่มีให้โหลดเยอะแยะไปหมด เราได้คุยได้ทักทายกับคนที่เราถูกใจอย่างง่ายดาย และทุกคนมีสถานะเป็นผู้เลือกและผู้ถูกเลือกได้ทุกคน แต่ปัญหาคือหากคนที่เราเลือกคุยนั้นหล่อถูกใจ หุ่นล่ำถูกจริต เกิดเขียนโปรไฟล์ว่าเป็น ‘HIV Positive’ หรือมี ‘ผลเลือดบวก’ คุณจะยังอยากคุยกับเขาอยู่หรือไม่?

 

 

แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าว่าคุณจะคุยหรือไม่คุยกับเขาหรือไม่ เราเพียงแค่สงสัยว่า ‘ผู้ใช้จำเป็นต้องแจ้งสถานะเลือดของตัวเองหรือไม่ในการใช้แอปพลิเคชันหาคู่?’ คำถามที่เหมือนดาบสองคมที่ถูกลับอย่างคมกริบไว้ทั้งสองด้าน อันหมายถึงมันสามารถจะส่งผลกระทบอย่างมากได้ทั้งในแง่ดีและในแง่ร้าย

 

 

Can I ask you something?

แอปพลิเคชันสำหรับเดตของเกย์ชื่อดังอย่าง Grindr ได้มีการทำแบบสอบถามขึ้นมาในแอปพลิเคชันของพวกเขา สำหรับให้ผู้ใช้ตอบคำถามเกี่ยวกับความคิดเห็นในเรื่อง ‘การเปิดฟีเจอร์คัดกรองคนที่มีสถานะผลเลือดบวก’ และการถาม ‘สถานะเลือด’ ของผู้ใช้ หรือพูดง่ายๆ คือเป็นการสอบถามหยั่งเชิงแก่ผู้ใช้แอปพลิเคชันว่า ‘จะดีหรือไม่ ถ้าเราจะคัดคนเลือดบวกออกจากฟีดของคุณ’ และเหมือนมีความใคร่รู้อย่างไม่จำเป็นนิดๆ ว่า ‘แล้วคุณล่ะ เลือดบวกหรือลบ’

 

 

มันคงจะประหลาดดีที่แอปพลิเคชันหาคู่เดตนั้น นอกจากจะใส่ชื่อ อายุ เชื้อชาติ น้ำหนัก ส่วนสูง รสนิยมทางเพศ และไลฟ์สไตล์ต่างๆ ได้แล้ว มันยังรู้สึกเข้าใกล้ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้มากไปหน่อยหรือไม่ กับการบ่งบอกสถานะผลเลือดของพวกเขาไว้ใต้รูปสุดแสนเซ็กซี่นั้น!

 

Don’t blame them.

‘มันก็ดีแล้วไง รู้ว่าคนไหนบวก คนไหนลบ จะได้ไม่ติดต่อกันเพิ่มอีก’

หากคุณคิดเช่นนั้นอาจจะดูใจแคบไปนิด เราขออนุญาตให้คุณกดปิดบทความนี้ไปเลย เพราะเรื่องพื้นฐานง่ายๆ ที่คุณควรรู้สำหรับในปัจจุบันคือ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV นั้นมียาต้านเป็นคู่หูที่จะช่วยบรรเทาจำนวนเชื้อในเลือดให้ลดลงอยู่แล้ว

 

 

นอกจากนี้ผู้มีผลเลือดลบเองก็มียา PrEP (Pre Exposure Prophylaxis) ยาสำหรับผู้ที่มีความสุ่มเสี่ยงจะติดเชื้อเอชไอวี เพื่อให้พวกเขาสามารถอยู่ร่วมหรือแม้แต่มีเพศสัมพันธ์กับกลุ่มคนเลือดบวกได้ในกรณีจำเป็น หรือหากบังเอิญมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันอย่างฉุกเฉิน ปัจจุบันเองก็มียา PEP (Post -Exposure Prophylaxis) หรือยาต้านฉุกเฉินไว้ให้บริการเช่นกัน แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือ ป้องกันตัวเองด้วยถุงยางอนามัยทุกครั้ง เพราะต่อให้คู่เดตของคุณหล่อแซ่บ แต่คุณไม่รู้หรอกว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง!

 

Right or wrong?

ทางตัวแทนของแอปพลิเคชัน Grindr เองก็แจกแจงเรื่องราวดังกล่าวว่า “จากการมีแบบสอบถามให้ผู้ใช้ได้เปิดเผยสถานะผลเลือดของตัวเอง พบว่ามีผู้ใช้กล้าที่จะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวตรงนี้มากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วเราไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะให้คุณคัดคนเพื่อเลือกเดต แต่เรามีสิ่งนี้ขึ้นมาเพื่อทำให้เรื่องนี้เป็นสิ่งปกติที่ยอมรับได้ในสังคม เพื่อหลีกเลี่ยงการตราหน้าว่าพวกเขาเป็นผู้ป่วย”

 

 

หากมองในแง่ที่ทางแอปพลิเคชันกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะอย่างน้อยๆ หากแอปพลิเคชันมีฟีเจอร์ที่ให้เลือกเปิดหรือเลือกปิดสถานะผลเลือดได้ก็เป็นเรื่องที่ดี ซึ่งแล้วแต่ว่าใครใคร่จะสะดวกใจในการเปิดเผยก็เปิด

 

 

แต่ในสิ่งที่ Grindr ทำนั้นมันไม่ใช่การมี ‘ทางเลือก’ แต่มันเหมือนการ ‘มัดมือชก’ ให้ผู้ใช้ตอบคำถามนั้นโดยปริยายจากการทำแบบสอบถามดังกล่าว เพราะแอปพลิเคชันหาคู่ทั้งหลายไม่ควรมีการสอบถามสถานะเลือดของผู้ใช้ เพราะมันการันตีไม่ได้หรอกว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นความลับ (บางคนอาจตอบในแบบสอบถามก็จริง แต่ก็คงไม่สบายใจอยู่ดี เพราะไม่รู้ว่ามันปลอดภัยจริงหรือไม่? หรือถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในเรื่องอื่นๆ หรือไม่?) เพราะต้องเข้าใจก่อนว่ายังมีผู้ป่วย HIV หลายคนไม่ได้เปิดใจที่จะยอมรับและเปิดเผยสถานะเลือดบวกของตน ถึงแม้แอปพลิเคชันจะเป็นเพียงชุมชนเล็กๆ แต่สิ่งที่พวกเขาจะต้องพบเจอก็คือการถูกกีดกันและทำให้ดูเป็นสิ่งไม่ปกติอยู่ดีในสังคมชีวิตจริง

 

Is there any good in this?

แต่ในขณะเดียวกันเรื่องดีๆ มันก็มีอยู่บ้าง อย่างเช่นการที่มีฟีเจอร์คัดกรองดังกล่าว อาจเป็นประโยชน์ให้กับกลุ่มคนเลือดบวกที่จะได้พบปะผู้คนใหม่ๆ ได้เจอคนที่เข้าใจสถานะของเขาจริงๆ อาจจะไม่ได้มองเพียงแค่การมองหาคนเดตหรือคู่นอน แต่มันหมายความไปใหญ่กว่านั้นมาก อย่างการพบปะรวมกลุ่มกันของผู้มีสถานะเลือดบวกเพื่อช่วยเหลือกัน ให้คำปรึกษาซึ่งกันและกัน คล้ายๆ การช่วยกันเยียวยารักษาทั้งเชื้อร้ายในตัวและความรู้สึกทางใจ

 

 

ส่วนกลุ่มคนเลือดปกติที่ไม่เปิดใจกว้างพอก็จะได้สบายใจที่จะไม่ต้องพบเจอกลุ่มคนเลือดบวก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีสถานะเลือดปกติจะไม่สามารถพลาดพลั้งกันได้ เพราะหากผู้ที่มีสถานะเลือดบวกเกิดหลีกเลี่ยงการตอบสถานะผลเลือดจริงๆ ก็ย่อมมีปัจจัยเสี่ยงตามมา ซึ่งการกระทำเหล่านั้นเกิดจากความหวาดกลัวที่จะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ป่วย หรือหวั่นกลัวจะสูญเสียความสัมพันธ์ไป

 

 

Give me a choice?

เราพบว่าแอปพลิเคชันคู่แข่งอย่าง Hornet หรือแอปพลิเคชันสำหรับเกย์หมีอย่าง GROWLr กลับเลือกทางที่ถูกต้องด้วยการเปิดตัวเลือกในช่องสถานะไว้ให้ ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ผลเลือดลบ, ผลเลือดลบและรับยา PrEP, ผลเลือดบวก, ผลเลือดบวกแต่ไม่พบเชื้อ (เกิดจากผู้ที่รับยาต้านเป็นประจำจนปริมาณเชื้อ HIV ในเลือดน้อยหรือตรวจหาเชื้อไม่พบ) และไม่ทราบสถานะ

 

ซึ่งการเปิดทางเลือกไว้ให้กับผู้ใช้ก็เป็นหนทางที่ดีในการให้ผู้ใช้ได้ตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลเหล่านั้นด้วยตัวเอง แต่หนทางที่ดีที่สุดนั้นอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับแอปพลิเคชัน แต่อยู่ที่ตัวปัจเจกบุคคลมากกว่าว่าทำสิ่งไหนแล้วสบายใจกว่ากัน ทางที่ดีที่สุดคือคุณควรบอกความจริงไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม อาจไม่ต้องแสดงสถานะเลือดในโปรไฟล์ก็ได้ แต่ควรแสดงความจริงใจกับคู่สนทนาถึงเรื่องดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อลง เดตอย่างสนุกแล้วต้องฉลาดใช้ชีวิตด้วย!

 

อ้างอิง:

FYI
  • ถุงยางอนามัยคือสิ่งที่คุณควรมีพกไว้ในกระเป๋าสตางค์ไม่ว่าจะทั้งหญิงหรือชาย เพราะมันเป็นอาวุธหลักที่ช่วยทำให้คุณปลอดภัยหากเกิดเหตุสุดวิสัย พกเถอะ!

  • LOADING...
  • 176
READ MORE