Menu

กระแสแรงโลกออนไลน์ #MeToo แทนคำสารภาพว่าตัวเองเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ

     มีใครเห็นเพื่อนชาวต่างชาติในเฟซบุ๊กของตัวเองโพสต์สเตตัสที่มีคำว่า ‘Me too’ บ้าง? ถ้าคุณเคยเห็น และไม่ได้เห็นแค่เพียงสเตตัสเดียว คุณอาจจะกำลังสงสัยว่ามันเป็นเทรนด์ไวรัลอะไรหรือเปล่า และ ‘ฉันด้วย’ มันหมายถึงอะไรกันแน่  

     นักแสดงสาว อลิสสา มิลาโน (Alyssa Milano) ได้ทวีตข้อความเมื่อช่วงเวลาตีสามของวันที่ 16 ตุลาคม ว่า ‘เพื่อนฉันแนะนำมา: หากคุณคือหญิงสาวที่เคยถูกทำร้ายร่างกาย หรือล่วงละเมิดทางเพศมาก่อน เขียนคำว่า ‘Me too’ ลงในสเตตัส มันอาจช่วยให้สังคมหันมาให้น้ำหนักกับปัญหานี้มากขึ้น’ และมีคนรีทวีตข้อความดังกล่าวกว่า 12,000 คน ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระแส ‘Me too’ ในทวิตเตอร์ มีคนทั้งรีทวีตและทวีตข้อความพร้อมแฮชแทกดังกล่าวจนติดเทรนด์โลก โดยไม่ใช่แค่สตรีที่ออกมาสารภาพผ่านการพิมพ์คำว่า Me too หรือ #MeToo เท่านั้น แต่ยังมีตัวแทนกลุ่มชายรักชายที่ออกมาบอกว่าตนเคยประสบปัญหาดังกล่าวกับตัวเช่นเดียวกัน

     ไม่นาน Me Too ก็กระจายตัวมาอยู่หน้าเฟซบุ๊กของหลายๆ คน ซึ่งก็ทำให้คนที่ยังไม่ทราบเทรนด์ดังกล่าวเกิดความสงสัยถึงที่มา และความหมายที่แท้จริงของมัน นอกจากการพิมพ์ Me too แล้ว บางคนยังเล่าประสบการณ์อันน่าเศร้าของตัวเองเพื่อแชร์ให้สังคมทราบ และหันมาให้ความสำคัญถึงปัญหาดังกล่าว เพราะแท้จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย

     ที่มาของกระแสการลุกขึ้นสู้อดีตของตัวเองน่าจะเริ่มจากข่าวฉาวที่ถูกพูดถึงมากที่สุดตอนนี้ กับคดีล่วงละเมิดทางเพศของโปรดิวเซอร์หนังอินดี้มือทองผู้ก่อตั้ง Miramax อย่าง ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน (Harvey Weinstein) ที่ล่าสุดนักแสดงหญิงในวงการเรียงแถวออกมาแฉเหตุการณ์ในอดีตอย่างต่อเนื่อง ทั้ง คาร่า เดเลวีน, แอชลีย์ จัดด์, กวินเน็ธ พัลโทรว, แอนเจลินา โจลี และอีกมากมาย และน่าจะเป็นสัญญาณที่เตือนสังคมปัจจุบันว่า ถึงเวลาแล้วที่เราควรหาทางแก้ไข หรือป้องกันการกระทำอันเลวร้ายดังกล่าวในอนาคต และสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น

LOADING...

RELATED STORIES