เมื่อวานนี้ (6 ตุลาคม) สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร C โดยมี พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมผู้แทนภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมเข้าร่วม

การหารือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการรวบรวมข้อเสนอประกอบร่างประกาศจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังสิ้นสุดการรับฟังความคิดเห็นออนไลน์เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนเสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีตามลำดับ โดยมาตรการยังไม่มีผลบังคับใช้

ร่างประกาศฯ เสนอจัดเก็บค่าธรรมเนียมในอัตรา 450 บาทต่อคน จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าเกณฑ์และเดินทางเข้าประเทศไทยทางอากาศ ส่วนการจัดเก็บจากผู้เดินทางทางบกและทางน้ำจะชะลอไว้ 1 ปี
รายได้จะนำเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยแบ่งส่วนหนึ่งสำหรับจัดหาประกันภัยให้นักท่องเที่ยวที่ชำระค่าธรรมเนียม ครอบคลุมกรณีเสียชีวิตและค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ซึ่งยังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดและการเพิ่มความคุ้มครอง ส่วนที่เหลือจะใช้ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดว่า หลังหักค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บและค่าประกันภัย จะมีรายได้สำหรับพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวราว 8,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมรับข้อเสนอให้กำหนดหลักเกณฑ์จัดสรรเงินแก่พื้นที่และชุมชนอย่างทั่วถึง รวมถึงเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายให้ตรวจสอบได้

สุรศักดิ์กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนกันยายน 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยกว่า 22 ล้านคน สร้างรายได้มากกว่า 1 ล้านล้านบาท การรักษาความเชื่อมั่นจึงต้องครอบคลุมทั้งความปลอดภัยของผู้เดินทางและคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยว โดยผลการรับฟังความคิดเห็นจะนำไปใช้กำหนดแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมและจัดหาประกันภัย เพื่อบรรเทาภาระสถานพยาบาลและนำรายได้กลับไปดูแลแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน

ด้านพัฒนาระบุว่า ข้อมูลปี 2567 จากโรงพยาบาล 32 แห่ง พบยอดเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลชาวต่างชาติรวม 16,957 ล้านบาท แต่ได้รับเงินจริง 9,935 ล้านบาท มีส่วนต่าง 7,022 ล้านบาท หรือหากเรียกเก็บค่ารักษา 100 บาท โรงพยาบาลจะได้รับเงินจริงประมาณ 59 บาท พร้อมเสนอให้นำเงินจากกองทุนมาช่วยบรรเทาภาระค่ารักษาที่เรียกเก็บไม่ได้ แม้จะช่วยได้เพียงบางส่วน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขค่ารักษาพยาบาลดังกล่าวครอบคลุมชาวต่างชาติหลายกลุ่ม ขณะที่ประกันภัยภายใต้มาตรการนี้จะคุ้มครองเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชำระค่าธรรมเนียม กระทรวงฯ จึงจะตรวจสอบปีฐานและขอบเขตข้อมูลร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข พร้อมออกแบบระบบให้สถานพยาบาลตรวจสอบสิทธิและเบิกจ่ายได้จริง
สำหรับผลการรับฟังความคิดเห็นออนไลน์ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคมถึง 28 กันยายน 2569 มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น 5,954 คน โดย 80.50% เห็นด้วยกับร่างประกาศฯ และ 78.30% เห็นด้วยกับอัตรา 450 บาทต่อคน ส่วนประเด็นที่ยังมีความเห็นแตกต่างคือการจัดเก็บในอัตราเดียวกันทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ
ด้านวิธีจัดเก็บ ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น 36.26% สนับสนุนการจัดเก็บผ่านบัตรโดยสาร เพื่อลดขั้นตอนและความล่าช้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
ผู้แทนภาคเอกชนที่เข้าร่วม อาทิ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมโรงแรมไทย ผู้แทนสายการบินนานาชาติ กลุ่มเซ็นทรัล เดอะมอลล์ กรุ๊ป สยามพิวรรธน์ และคิง เพาเวอร์ เสนอให้กำหนดอัตราที่ไม่กระทบการตัดสินใจเดินทาง รวมถึงจัดเก็บโดยไม่เพิ่มความล่าช้าในการเข้าประเทศ
นอกจากนี้ ยังเสนอให้พิจารณาข้อยกเว้นสำหรับผู้ค้าชายแดนและผู้เดินทางข้ามแดนเป็นประจำ สื่อสารสิทธิและเงื่อนไขประกันภัยให้ชัดเจน ตลอดจนเปิดเผยรายรับ การเบิกจ่าย ค่าประกันภัย และผลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้ติดตามตรวจสอบการใช้เงินกองทุนได้
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะนำข้อเสนอจากเวทีหารือและผลรับฟังความคิดเห็นออนไลน์ไปปรับปรุงร่างประกาศฯ พร้อมหารือกับสายการบิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดวิธีจัดเก็บ ข้อยกเว้น รายละเอียดประกันภัย และหลักเกณฑ์ใช้จ่ายเงินกองทุน ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป


