×

ทองคำ 100,000 บาท เป็นไปได้แค่ไหน? หลังราคาพุ่งเกือบหมื่นบาทในเวลาไม่ถึงเดือน

26.01.2026
  • LOADING...
ทองคำ พุ่งสูงบนกราฟ แสดงถึงโอกาสแตะ 100,000

HIGHLIGHTS

  • ราคาทองคำแท่ง (96.5%) พุ่งเฉียด 75,000 บาทต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้นเกือบ 10,000 บาท ภายในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือน
  • “ค่าเฉลี่ยการพุ่งขึ้นของราคาทองคำในตลาดกระทิง 4 ครั้งหลังสุดอยู่ที่ประมาณ 300% ภายในระยะเวลา 43 เดือน ซึ่งนัยนี้บ่งชี้ว่าทองคำอาจพุ่งแตะ 6,000 ดอลลาร์ภายในฤดูใบไม้ผลินี้” Michael Hartnett นักวิเคราะห์จาก BofA
  • เบญจมา มาอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บอกว่า ราคาทองคำระดับ 100,000 บาทต่อบาททองคำ เป็นไปได้ หากราคาทองคำโลกวิ่งไปถึงระดับ 6,600 ดอลลาร์ อย่างที่สถาบันการเงินต่างประเทศบางแห่งประเมินไว้ พร้อมๆ กับการที่ค่าเงินบาทอ่อนค่ากลับไปสู่ระดับ 32.9 บาทต่อดอลลาร์
  • ความเสี่ยงที่อาจจะทำให้ราคาทองคำร่วงแรงได้นั้น ทุกๆ ครั้งจะมีสาเหตุจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ​ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อย่างที่เราเห็นช่วงปี 2011 – 2015 ที่ราคาทองคำดิ่งหนัก หลักจากดอกเบี้ยสหรัฐฯ เป็นขาขึ้น

ราคาทองคำแท่ง (96.5%) พุ่งเฉียด 75,000 บาทต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้นเกือบ 10,000 บาท ภายในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือน เช่นเดียวกับราคาทองคำโลกที่พุ่งทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางคำถามสำคัญที่ว่า ราคาทองคำรอบนี้จะไปหยุดอยู่ที่ตรงไหน?

 

ก่อนหน้านี้ The Standard Wealth รวบรวมความเห็นของนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินระดับโลก 10 แห่ง ที่ประเมินเป้าหมายราคาทองคำปีนี้ ตั้งแต่ 4,500 ดอลลาร์ ไปจนถึง 6,600 ดอลลาร์ (เป้าหมายของ Jefferies Group)

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

แต่ด้วยความร้อนแรงของทองคำในเวลานี้ ทำให้สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Bank of America และ Goldman Sachs ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ขึ้นอีก จากเดิม Bank of America (BofA) คาดการณ์ไว้ที่ 5,000 ดอลลาร์ ก็เพิ่มเป็น 6,000 ดอลลาร์ และคาดว่าจะได้เห็นภายในครึ่งปีแรกของปีนี้ ส่วน Goldman Sachs ที่เดิมคาดการณ์ไว้ที่ 4,900 ดอลลาร์ ก็ปรับเพิ่มเป็น 5,400 ดอลลาร์

 

จากเป้าหมายของทองคำเหล่านี้ ถ้าแปลงมาเป็นทองคำไทย เท่ากับว่าเรามีโอกาสจะได้เห็นทองคำบาทละ 100,000 บาท ภายในปีนี้ ถ้าปัจจัยทุกอย่างลงล็อก

 

ทองคำ 100,000 บาท เป็นไปได้แค่ไหน?

 

เบญจมา มาอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บอกว่า ราคาทองคำระดับ 100,000 บาทต่อบาททองคำ เป็นไปได้ หากราคาทองคำโลกวิ่งไปถึงระดับ 6,600 ดอลลาร์ อย่างที่สถาบันการเงินต่างประเทศบางแห่งประเมินไว้ พร้อมๆ กับการที่ค่าเงินบาทอ่อนค่ากลับไปสู่ระดับ 32.9 บาทต่อดอลลาร์

 

ทั้งนี้ ปัจจัยที่สนับสนุนราคาทองคำยังคงเป็นปัจจัยเดิม แต่สถานการณ์ต่างๆ ในปัจจุบันเป็นตัวกระตุ้นให้ปัจจัยเดิมๆ เหล่านี้เร่งตัวเร็วขึ้น เช่น การเข้าซื้อของธนาคารกลางประเทศต่างๆ รวมทั้งแรงซื้อผ่านกองทุน ETF และที่สำคัญคือสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้สงครามการค้าซึ่งหลายคนมองว่าสงบไปแล้ว ปะทุขึ้นมาอีกรอบ เป็นสิ่งที่ยังไม่ได้สะท้อนเข้าไปในราคาทองคำก่อหน้านี้

 

“ก่อนหน้านี้คนคิดว่าสงครามการค้าสงบไปแล้ว แต่ถูกนำกลับมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองอีกครั้ง สะท้อนว่าสหรัฐฯ พร้อมจะใช้ทุกเครื่องมือ ทั้งการค้า การทหาร เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยิ่งเสริมให้แรงซื้อธนาคารกลางแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะขัดแย้งกับสหรัฐฯ การถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ​ อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองได้ ทำให้แต่ละประเทศหันมาหาทองคำมากขึ้น”​

 

ส่วนความเสี่ยงที่อาจจะทำให้ราคาทองคำร่วงแรงได้นั้น ทุกๆ ครั้งจะมีสาเหตุจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ​ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อย่างที่เราเห็นช่วงปี 2011 – 2015 ที่ราคาทองคำดิ่งหนัก หลักจากดอกเบี้ยสหรัฐฯ เป็นขาขึ้น

 

ทองคำขาขึ้น 4 ครั้งหลังสุด พุ่งเฉลี่ย 300%

 

“แม้ประวัติศาสตร์อาจไม่ใช่คู่มือบอกอนาคต แต่ค่าเฉลี่ยการพุ่งขึ้นของราคาทองคำในตลาดกระทิง 4 ครั้งหลังสุดอยู่ที่ประมาณ 300% ภายในระยะเวลา 43 เดือน ซึ่งนัยนี้บ่งชี้ว่าทองคำอาจพุ่งแตะ 6,000 ดอลลาร์ภายในฤดูใบไม้ผลินี้” Michael Hartnett นักวิเคราะห์จาก BofA ระบุในข้อมูลที่ส่งให้กับลูกค้า โดย BofA คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะไปถึง 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในฤดูใบไม้ผลิ (ช่วงไตรมาส 2) ของปี 2026 ซึ่งจะทำให้ราคาทองคำอยู่สูงกว่าระดับสูงสุดตลอดกาลในปัจจุบันกว่า 20%

 

เมื่อวันที่ 5 มกราคม Michael Widmer หัวหน้าฝ่ายวิจัยโลหะของ Bank of America กล่าวว่าทองคำจะยังคงเป็นสินทรัพย์สำคัญในพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนในปีนี้

 

“ทองคำยังคงโดดเด่นในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Hedge) และแหล่งสร้างผลตอบแทนส่วนเกิน” Widmer ระบุ พร้อมมองว่าสภาวะตลาดที่ตึงตัวและความอ่อนไหวต่อผลประกอบการที่แข็งแกร่ง จะทำให้ทองคำอยู่ในสถานะตัวป้องกันความเสี่ยงหลักและเป็นตัวขับเคลื่อนผลตอบแทนที่มีศักยภาพในปี 2026

 

มุมมองปี 2026 ของ BofA อิงจากการคาดการณ์เรื่องอุปทานที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้นในภาคทองคำ โดย Widmer คาดว่าผู้ขุดทองรายใหญ่ 13 รายในอเมริกาเหนือจะผลิตได้ 19.2 ล้านออนซ์ในปีนี้ ลดลง 2% จากปี 2025 พร้อมเสริมว่าการคาดการณ์ผลผลิตของตลาดส่วนใหญ่นั้นมองโลกในแง่ดีเกินไป

 

อีกสินค้าหนึ่งที่นักลงทุนกำลังให้ความสนใจไม่แพ้กันคือแร่เงิน Widmer กล่าวว่า แร่เงินอาจดึงดูดนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูงเพื่อแลกกับโอกาสทำกำไรส่วนเพิ่มที่มากกว่า และชี้ว่าอัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold:Silver ratio) ปัจจุบันที่ประมาณ 59 บ่งชี้ว่าแร่เงินยังมีโอกาสทำผลงานได้ดีกว่าทองคำ โดยอ้างอิงสถิติอัตราส่วนต่ำสุดที่ 32 ในปี 2011 ซึ่งบ่งชี้ว่าราคาแร่เงินอาจไปถึง 135 ดอลลาร์ ขณะที่จุดต่ำสุดในปี 1980 ที่ระดับ 14 บ่งชี้ราคาแร่เงินที่ 309 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

Widmer ตั้งข้อสังเกตว่าปัจจุบันโลหะมีค่าคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 4% ของตลาดการเงินทั้งหมด แต่กลุ่มนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง ถือครองทองคำเพียง 0.5% ของสินทรัพย์เท่านั้น

 

ขณะเดียวกันทุนสำรองทองคำของธนาคารกลางได้แซงหน้าการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ไปแล้ว ปัจจุบันทองคำคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 15% ของทุนสำรองทั้งหมดของธนาคารกลาง

 

สำหรับสิ่งที่จะจุดชนวนการหมุนเวียนเงินทุนเข้าสู่ทองคำอีกครั้ง Widmer บอกว่านโยบายการเงินของสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยสำคัญในปี 2026 เขาตั้งข้อสังเกตว่าช่วงวัฏจักรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน เมื่อเงินเฟ้อสูงกว่า 2% ราคาทองคำมักปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 13%

 

ภาพ: brightstars/Getty Images

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising