×

ทีเรียน แลนนิสเตอร์ ราชสีห์ขี้เมาที่เอาชนะคำเย้ยหยันด้วยความสามารถของตัวเอง

23.05.2019
  • LOADING...
game-of-thrones-tyrion-lannister

ทีเรียน แลนนิสเตอร์ คือหนึ่งในคำตอบที่หลายคนเลือกใช้มากที่สุด เมื่อถูกถามว่า ‘เกลียด’ ตัวละครไหนมากที่สุดในซีรีส์ Game of Thrones ซีซัน 1 จากลักษณะของคนแคระติดสุรา บ้าผู้หญิง หยาบคาย สายตาหยามเหยียด ฉลาดแต่ขี้ขลาดและอ่อนแอ คิดว่าโลกต้องหมุนตามเขาแต่เพียงคนเดียว

 

กระทั่งซีรีส์ที่ขึ้นชื่อในเรื่อง ‘ขีดฆ่า’ ตัวละครสำคัญทิ้งได้ตลอดเวลาและไร้ความปราณี ทีเรียนก็ยังใช้ความสามารถของเขาเอาตัวรอดมาได้จนถึงซีซันสุดท้าย ในฐานะคนที่เคยเสี่ยงตาย ถูกใส่ร้าย ถูกตัดสินประหารชีวิตบ่อยครั้งที่สุด โดยชื่อของเขายังคงถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เปลี่ยนจากตัวละครที่ถูกเกลียด เป็นตัวละครที่มีคน ‘รัก’ มากที่สุดในเรื่องแทน

 

แม้เกิดมาในตระกูลราชสีห์ทองคำสูงศักดิ์ แต่ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลและความเจ็บปวด เริ่มตั้งแต่ถูกมองว่าการลืมตาดูโลกของเขาทำให้แม่เสียชีวิต เกิดมาเป็นคนแคระไม่สมประกอบ ทั้งที่คนอื่นๆ ในครอบครัวล้วนมีรูปลักษณ์สง่างามสมบูรณ์แบบ

 

game-of-thrones-tyrion-lannister

 

ถ้า ไทวิน แลนนิสเตอร์ คือผู้นำสิงโตที่น่าเกรงขาม เจมี แลนนิสเตอร์ คือราชสีห์หนุ่มที่มีแผงคอสวยงาม เซอร์ซี แลนนิสเตอร์ คือราชสีห์ตัวเมียงามสง่า ทีเรียนเป็นเพียงราชสีห์แคระแกร็น แผงคอขาดรุ่งริ่งและถูกกีดกันให้อยู่นอกสุดของฝูง ที่แค่ขู่คำรามให้สัตว์กินพืชที่ควรเป็นเหยื่อหวาดกลัวยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำไป

 

ทีเรียนอยู่กับ ‘ความผิด’ ที่เขาไม่มีสิทธิ์เลือกมาตั้งแต่เด็ก ด้วยการใช้สัมผัสนุ่มนวลจากหญิงบริการเพื่อปลอบประโลม และใช้เครื่องดื่มมึนเมาทุกอย่างเป็นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อในหัวใจ ใช้ชีวิตเอ้อระเหยและมีความปรารถนาขึ้นไปยืนปัสสาวะถ่มโลกอันโหดร้ายบนหน้าผาสูงชันของ The Wall

 

รวมทั้งอ่านหนังสืออย่างหนัก เพราะคิดว่าถ้าพี่ชายของเขามีหน้าตา ดาบ และความสามารถทางการรบ ความรู้ก็เป็นอาวุธเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้คนแคระอย่างเขาเท่าเทียมหรือเหนือกว่าคนอื่นได้

 

ไม่ว่าภายนอกเขาจะแสดงออกถึงความไม่สนใจโลกอย่างไรก็ตาม แต่ทีเรียนมีความเข้าใจและเห็นใจคนที่ ‘บกพร่อง’ อยู่เสมอ เขาบอก จอน สโนว์ ที่ถูกสลักนามสกุล ‘ลูกนอกสมรส’ ว่า คนแคระคือลูกนอกสมรสในสายตาคนเป็นพ่อเสมอ จงสวมปมด้อยทั้งหลายเหมือนชุดเกราะ ใช้เป็นเครื่องป้องกันคำดูถูกต่างๆ นานา

 

เขามอบแบบดัดแปลงอานม้าแบบพิเศษให้กับ แบรนดอน สตาร์ก ที่ขาหักกลายเป็นคนพิการ เพราะรู้ดีกว่าการไม่อาจขี่ม้าได้อย่างชายชาตรีนั้นเจ็บปวดมากขนาดไหน รวมทั้ง ลอร์ดวาริส ขุนนางรอบรู้ผู้ไม่มีอวัยวะเพศ ถึงแม้ว่าทีเรียนจะเอาปมด้อยนั้นมาพูดแซวอยู่บ่อยๆ แต่ก็เป็นการปะทะคารม (เหมือนเกมแรปแบตเบิลที่บลัฟฟ์กันไปมา) ที่ไม่มีการโกรธกัน เพราะลึกๆ แล้วทั้งคู่ยอมรับและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ

 

game-of-thrones-tyrion-lannister

 

ศึก Blackwater (ทีเรียนถูกส่งให้เป็นมือขวาของกษัตริย์เพื่อคุมจอฟฟรีย์) คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้มิติตัวละครของทีเรียนพัฒนาแบบก้าวกระโดด ในช่วงที่ทหารกำลังเสียขวัญเพราะจอฟฟรีย์หนีไปก่อน จนทีเรียนที่ไม่มีทหารคนไหนเชื่อใจ ต้องนำกองทัพแทน และพูดปลุกใจว่า

 

“ใครๆ ก็บอกว่าข้าเป็นคนแคระ แล้วพวกเจ้าล่ะเป็นอะไรกัน อย่าสู้เพื่อกษัตริย์ อย่าสู้เพื่ออาณาจักร อย่าสู้เพื่อลาภยศ อย่าสู้เพื่อชื่อเสียง อย่าสู้เพื่อความร่ำรวย พวกเจ้าทำอะไรไม่ได้หรอก มีคนมาเคาะประตูบ้านพวกเจ้า ถ้าเข้ามาได้ มันจะเผาบ้าน ขโมยทอง และข่มขืนผู้หญิง ไม่ต้องทำเพื่อใคร ทำเพื่อตัวเอง ทำเพื่อครอบครัว ออกไปสังหารพวกมัน”

 

แล้วคนแคระที่ไม่มีใครเชื่อฟังก็ออกไปยืนท่ามกลางสนามรบที่ทุกคนตัวสูงกว่าเขา 2 เท่า บัญชาการ กวัดแกว่งดาบ เสี่ยงชีวิตอย่างกล้าหาญจนสงครามจบ สุดท้ายก็ยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นเท่าไร แถมยังได้บาดแผลบนใบหน้าเป็นข้อบกพร่องเพิ่มอีกหนึ่งจุด

 

รวมทั้งการความสัมพันธ์กับ เช หญิงขายบริการที่ทำให้เขารู้จักความรักที่แท้จริง (ก่อนหน้านี้เขาเคยมีความรักมา 1 ครั้ง แต่มารู้ทีหลังว่าเป็นการจัดฉากด้วยความหวังดีของพี่ชาย) ตอนนั้นทีเรียนถูกบังคับให้แต่งงานกับ ซานซา สตาร์ก เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แต่เขาก็ไม่เคยล่วงเกินเธอแม้แต่ปลายเส้นผม

 

กระทั่งเกิดเหตุการณ์พิพากษาคดีฆาตกรรมกษัตริย์จอฟฟรีย์ เชคือความหวังหนึ่งเดียว (อีกความหวังคือการตัดสินด้วยการประลอง ที่ได้โอเบรินมาช่วย แต่ผลก็อย่างที่ทราบกันดี) ที่ยืนยันความบริสุทธิ์ของเขาได้ แต่เชเลือกรับเงินจากไทวิน และใส่ร้ายทีเรียนจนถูกตัดสินประหารชีวิตจากพ่อแท้ๆ ของตัวเอง

 

“ความผิดของข้าไม่ใช่ฆาตกรรม แต่เป็นเพราะว่าข้าเกิดเป็นคนแคระ” ทีเรียนกล่าวคำอุทธรณ์สุดท้ายอย่างเจ็บปวด สิ้นหวัง และไม่มีผลอันใด ก่อนที่เจมีจะมาช่วยเขาออกจากคุก และนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากทำ คือการฆ่าคนรักและพ่อด้วยมือของตัวเอง  

 

ระหว่างล่องเรือลี้ภัยไปฝั่งตะวันออก ทีเรียนกลับไปเป็นปีศาจสุราที่เอาแต่เมามายเพื่อลืมความเจ็บปวด โหดร้าย ไปพร้อมๆ ทบทวนความเน่าเฟะของการเมืองการปกครองผ่านเหตุการณ์เสี่ยงตาย (อีกครั้งและอีกครั้ง) กระทั่งได้รับการแนะนำจากลอร์ดวาริส ให้รู้จักกับ แดเนริส ทาร์แกเรียน  และยอมสวามิภักดิ์ให้กับราชินีมังกร เพราะคิดว่าความดีของเธอจะทำให้ความสงบอันชอบธรรมเกิดขึ้นได้จริงๆ

 

ทีเรียนเริ่มแจ้งเกิดด้วยการเสนอความคิดสุดระห่ำ ด้วยการเสี่ยงชีวิตปลดโซ่พันธนาการมังกร 2 ตัวที่ถูกคุมประพฤติอยู่ให้เป็นอิสระ รวมทั้งพยายามควบคุมความวุ่นวายในเมืองมีรีน ใช้ทักษะในการเจรจา ต่อรอง จนในซีซัน 6 เป็นช่วงที่แดเนริสขยายอำนาจ มีพันธมิตรมากที่สุดจนพร้อมที่จะทวงบัลลังก์คืนมา  

 

แดเนริสแต่งตั้งให้เขาเป็น ‘หัตถ์ของราชินี’ เพราะยอมรับในความสามารถและ ‘ตัวตน’ ของเขาที่เป็น ‘ทีเรียน แลนนิสเตอร์’ ไม่ใช่คนแคระที่มีแต่คนหยามเหยียดอีกต่อไป

 

น่าเสียดายที่พอเข้าซีซันที่ 7 ทีเรียนเหมือนตัวละครที่ถูก ‘เนิฟ’ ความสามารถลงมากที่สุด คือเขายังคงฉลาด มองการณ์ไกล หากแต่แทบทุกแผนการณ์ของเขาล้มเหลวแทบทั้งหมด ตั้งแต่ถูกตลบหลังที่แคสเทอรี ร็อก, กองเรือของยารา และธีออน เกรย์จอย ถูกทำลาย, กองทัพไทเรลโดนถล่มย่อยยับ, เดอะรีซถูกตีแตก และการเสนอแผน จอน สโนว์ ไปจับไวต์วอล์กเกอร์เพื่อยืนยันกับเซอร์ซี หวังว่าทุกฝ่ายจะสงบศึก ร่วมมือกันสู้ศึกกับไนต์คิงที่แดนเหนือ ที่ต้องแลกกับชีวิตของ วิเซเรียน มังกรตัวสุดท้องที่ถูกเปลี่ยนเป็นมังกรน้ำแข็ง และเซอร์ซีก็ไม่ได้คิดจะยกทัพมาช่วยแต่อย่างใด

 

game-of-thrones-tyrion-lannister

 

กระทั่งในซีซัน 8 ที่แผนการของเขาก็ยังไม่ได้ผล และทำให้แดเนริสไม่พอใจอยู่หลายครั้ง ในช่วงที่ราชินีมังกรถูกความแค้นเข้าครอบงำ และคิดบุกพิชิตเซอร์ซีด้วยความเกรี้ยวกราด โดยไม่สนใจว่าประชาชนในคิงส์แลนด์ดิ้งจะเป็นอย่างไร แต่เขาก็ยังเลือกที่จะรักและภักดีกับเธอต่อไป

 

สุดท้ายไฟมังกรที่แผดเผาคิงส์แลนด์ดิ้งจนราบคาบ และความเด็ดขาดของราชินีมังกรไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป ทำให้ทีเรียนยอมรับว่าเลือกทางเดินผิด โลกกำลังจะเข้าสู่ยุคมืดที่ต้องมีคนตายอีกมากในสงครามที่เพิ่งเริ่มต้น เขาโยนเข็มกลัดหัตถ์ราชินีลงพื้น รอรับโทษประหารด้วยความเจ็บปวด

 

แม้ว่า จอน สโนว์ จะตัดสินใจปลิดชีวิตราชินีที่เขารักด้วยเอง เพื่อให้เรื่องทุกอย่างคลี่คลาย แต่นั่นเป็นเพียงการชะลอวัฏจักรแห่งสงครามชิงบัลลังก์ที่ไม่มีวันจบ หากพวกเขาไม่อาจเลือก ‘ผู้นำ’ ที่เหมาะสมได้ในคราวต่อไป

 

และก็เป็นอีกครั้งที่ราชสีห์ตัวน้อยมองเรื่องราวทั้งหมดด้วยความเข้าใจ เสนอทางที่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะคิด (ยกเว้น แซมเวลล์ ทาร์ลีย์) ว่าผู้นำจะต้องมาจากการคัดเลือกคนที่เหมาะสมจากเสียงส่วนมาก จะไม่มีการสืบทอดผ่านทางสายเลือดอีกต่อไป

 

ก่อนที่เขาจะเสนอให้ แบรนดอน สตาร์ก ขึ้นเป็นผู้ปกครองอาณาจักรทั้ง 6 (แดนเหนือเป็นอิสระแล้ว) เพราะในความคิดของเขาไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งนี้มากเท่าชายพิการผู้มี ‘เรื่องเล่า’ ไม่มีความคิดอยากเป็นผู้นำ และไม่มีทางลุกมาสร้างปัญหาในเจเนอเรชันต่อไป

 

ถึงแม้ว่าภาพในฉากสุดท้ายที่เขาทำหน้าที่ ‘หัตถ์ของราชา’ อีกครั้งด้วยการนำประชุมนโยบายฟื้นฟูอาณาจักร ตั้งแต่เรื่องใหญ่ไปจนถึงการพัฒนา ‘ซ่อง’ ที่นำไปสู่การถกเถียงมากมายในสภา จะดูแตกต่างจากภาพลักษณ์ราชสีห์นอกคอกในวันแรกอย่างสิ้นเชิง

 

แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังคงเป็นราชสีห์ขี้เมาที่ยังปรารถนาขึ้นไปยืนปัสสาวะบน The Wall คนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนจากเสียงคำรามแห่งการเย้นหยันเป็นเสียงคำรามเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories