×

ทำไมมิตรภาพในออฟฟิศจึงสำคัญ? เปิดกลยุทธ์การสร้างบรรยากาศดีๆ ที่ทำให้คนเก่งอยากอยู่กับองค์กรนานขึ้น

07.03.2026
  • LOADING...
friendship-at-work-productivity

เช้าวันจันทร์ของหลายคนมักเริ่มต้นด้วยความกลัว เบื่อ ไม่อยากเจองานกองเป็นภูเขา บอสจู้จี้ หรือลูกค้าที่พร้อมสับไอเดียของเราเป็นชิ้นๆ จนเสียความมั่นใจ

 

แต่พอก้าวเข้าออฟฟิศ ได้กาแฟหนึ่งแก้วจากเพื่อนร่วมงาน หรือได้ยินมุกแซวเบาๆ จากโต๊ะข้างๆ ความรู้สึกหนักอึ้งกลับคลี่คลายลงอย่างน่าประหลาด

 

เรื่องเล็กๆ แบบนี้อาจดูธรรมดา แต่งานวิจัย Gallup พบว่า พนักงานที่มีเพื่อนสนิทในที่ทำงาน มีแนวโน้มจะมีความสุขและผูกพันกับองค์กรมากกว่าคนทั่วไปถึง 7 เท่า จึงไม่น่าแปลกใจว่า ต่อให้วันไหนงานพังพินาศแค่ไหน หลายคนก็ยังเลือกกอดคอสู้ต่อ เพราะในโลกของการทำงาน ‘คนข้างๆ’ อาจสำคัญไม่แพ้ค่าตอบแทน 

 

มิตรภาพในที่ทำงานสำคัญอย่างไร

 

Gallup พบว่ามนุษย์เราต้องการการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน นับรวมทั้งการคุยงานและคุยเล่น เพื่อรักษาระดับความเครียดให้ต่ำและเพิ่มความสุขให้สูงขึ้น

 

สมาคมจิตวิทยาอังกฤษ (BPS)  บอกว่า เมื่อมิตรภาพเติบโตขึ้น มันจะกลายเป็น Safety Net หรือตาข่ายรองรับทางใจ ช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าต่อให้งานนี้จะพลาด ก็ไม่ได้เผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง และเมื่อคนในทีมไว้ใจกัน พวกเขาจะกล้าเสนอไอเดียที่และรับความเสี่ยงมากขึ้นอีกด้วย

 

วางตัวแบบไหนให้ Friendly แต่ยัง Professional?

 

เคล็ดลับจาก Amy Cuddy นักจิตวิทยาจาก Harvard Business School คือการรักษาสมดุลระหว่าง ‘ความอบอุ่น’ (Warmth) และ ‘ความสามารถ’ (Competence) 

 

การเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีไม่ใช่การทำตัวเป็นพี่น้องที่ตามใจกันทุกเรื่องจนเสียงาน แต่คือการเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี เข้าอกเข้าใจ แต่ยังคงรักษาขอบเขตของความเป็นมืออาชีพไว้

 

เช่น เพื่อนบางคนที่พร้อมจะรับฟังเรื่องเครียดหลังเลิกงาน แต่ในเวลางานสามารถคอมเมนต์งานกันได้อย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ใช้อารมณ์ มิตรภาพที่ยั่งยืนในออฟฟิศจึงต้องตั้งอยู่บนฐานของความสามารถ ไม่ใช่การใช้ความสนิทสนมเพื่อสร้างระบบอุปถัมภ์ที่จะกลายเป็นยาพิษทำลายองค์กรในระยะยาว

 

ผู้นำจะสร้างบรรยากาศความสัมพันธ์ที่ดีได้อย่างไร?

 

ทีมที่แข็งแรงไม่ได้เกิดจากการจัดการงานอย่างเดียว แต่เกิดจากบรรยากาศที่ทำให้คนในทีมกล้าเชื่อมต่อและไว้ใจกัน ผู้นำจึงมีบทบาทสำคัญในการออกแบบพื้นที่ทางความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นจริง ผ่านแนวทางต่อไปนี้

  • สร้างความปลอดภัยทางจิตวิทยา (Psychological Safety): จากงานวิจัย ‘Project Aristotle’ ของ Google พบว่า ทีมที่ทำงานได้ดีที่สุดคือทีมที่สมาชิกกล้าพูด กล้าลอง และกล้ายอมรับความผิดพลาด ผู้นำจึงควรเริ่มจากการยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองก่อน เพื่อให้ทีมรู้สึกว่าที่นี่เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ร่วมกัน
  • ใช้ความสัมพันธ์นำก่อนการนำทีม: ก่อนจะใช้อำนาจในการตัดสินใจ ผู้นำควรสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นก่อน วิธีหนึ่งคือการใช้หลัก ‘ผู้นำพูดเป็นคนสุดท้าย’ เปิดพื้นที่ให้ทีมได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ซึ่งช่วยลดกำแพงอำนาจและทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเสียงของตัวเองมีความหมาย
  • จัดการคนที่ทำลายบรรยากาศทีม: ความสัมพันธ์ที่ดีจะเกิดขึ้นได้ยาก หากในทีมมีคนเก่งที่สร้างบรรยากาศเป็นพิษ ผู้นำจึงต้องกล้าจัดการกับพฤติกรรมลักษณะนี้
  • เปิดพื้นที่ให้ทีมได้พูดในสิ่งที่ค้างคาใจ: หลายครั้งความตึงเครียดในทีมไม่ได้เกิดจากปัญหาใหญ่ แต่เกิดจากเรื่องเล็กๆ ที่ไม่มีใครกล้าพูด ลองเปิดกิจกรรมให้ทีมแชร์ความกังวล หรือการพูดถึงปัญหาที่ทุกคนรู้แต่ไม่มีใครหยิบขึ้นมา สามารถช่วยคลี่คลายความอึดอัดและทำให้ทีมกลับมาเข้าใจกันมากขึ้น

 

ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มิตรภาพในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องของการคุยเล่นแก้เหงา แต่มันคือพลังขับเคลื่อนที่ทำให้พนักงานอยากเติบโตไปพร้อมกับองค์กร

 

ท้ายที่สุดแล้ว เราอาจไม่ได้ต้องการแค่งานที่สมบูรณ์แบบ แต่เราต้องการ ‘เพื่อนร่วมทีม’ ที่เป็น Safe Zone พร้อมจะเดินเคียงข้างกันไปจนถึงเส้นชัยด้วยเช่นกัน

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising