4 เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมและผู้ทรงคุณวุฒิ ออกแถลงการณ์ร่วม เรื่อง ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งสำนวนคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สู่การพิจารณาของศาลฎีกา โดยในกว่า 70 รายชื่อของผู้ร่วมลงนามท้ายแถลงการณ์นั้น ปรากฏชื่อของ ศาสตราจารย์ ดร. ชาติชาย ณ เชียงใหม่ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ปี 2560 ที่ มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน รวมอยู่ด้วย
- เรียกร้อง กกต. ส่งสำนวนสู่ศาล เอาผิดเด็ดขาดขบวนการทุจริต ‘บล็อกโหวต’ สว.
รศ. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต สว. จากการเลือกตั้งปี 2540 และอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ปี 2550 ในฐานะผู้รวบรวมแถลงการณ์ ได้เผยแพร่เนื้อหาของแถลงการณ์ร่วมระหว่างเครือข่ายภาคประชาสังคมและกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ 4 องค์กร ประกอบด้วย กลุ่มอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 (สสร. 50), กลุ่มอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.), กลุ่มนักวิชาการอาวุโส และกลุ่มพี่น้องมหิดล ดังนี้
- เร่งรัดให้ส่งสำนวนคดีบล็อกโหวตสู่ศาลฎีกา: ให้นำสำนวนการสืบสวนและหลักฐานเกี่ยวกับบุคคลที่ “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มีพฤติการณ์ทุจริตหรือสมยอมคะแนน รวมทั้งผู้วางแผน สนับสนุน แบ่งงานกันทำเพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดการทุจริต ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาทันที เพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวน วินิจฉัยเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และสั่งให้ผู้กระทำผิดพ้นจากตำแหน่งโดยเร็วที่สุด เพราะหน้าที่ในการวินิจฉัยตัดสินเป็นของศาลฎีกา กกต.จึงไม่ควรเป็นผู้ตัดสินคดีแทนศาลฎีกาซึ่งอาจถูกกล่าวหาได้ว่าเป็นผู้ตัดตอนกระบวนการยุติธรรม
- ดำเนินคดีอาญาขั้นเด็ดขาดกับขบวนการทุจริต: เร่งรัดเอาผิดทางอาญากับผู้สมัคร ผู้สนับสนุน และผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการฮั้วเลือกตั้งทุกคนอย่างไม่มีข้อยกเว้น เพื่อมิให้เกิดการครอบงำอำนาจนิติบัญญัติและองค์กรอิสระ ซึ่งเป็น “ต้นน้ำ” ของการตรวจสอบถ่วงดุลของรัฐ
วุฒิสภาต้องเป็นสภาของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเป็นอิสระ และปราศจากการครอบงำของพรรคการเมือง การปล่อยให้ผู้ที่มาจากการทุจริตทำหน้าที่
ในวุฒิสภา เลือกกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการทำลายระบบการตรวจสอบถ่วงดุลในระบอบประชาธิปไตย
กกต. ต้องไม่ปล่อยให้พรรคการเมืองที่หวังผูกขาดอำนาจรัฐ ร่วมกับส่วนหนึ่งของสมาชิกวุฒิสภาและองค์กรอิสระผูกขาดบริหารประเทศ ซึ่งเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
จึงขอให้ กกต. บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและกล้าหาญ ก่อนที่ระบบรัฐสภาและประเทศชาติจะเสียหายเกินกว่าจะกอบกู้ได้
- อดีต กรธ. 60 ร่วมลงชื่อ เคยระบุกติกา ‘สว. เลือกกันเอง’ เพิ่มส่วนร่วมประชาชน
หนึ่งในรายชื่อแนบท้ายแถลงการณ์กว่า 70 รายชื่อนั้น ปรากฏชื่อของ ศ.ดร. ชาติชาย ณ เชียงใหม่ นักวิชาการด้านรัฐประศาสนศาสตร์ รวมอยู่ด้วย โดย ศ.ดร. ชาติชาย เคยเป็นหนึ่งใน กรธ. ปี 2560 ชุดที่ มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน อีกทั้งยังเคยเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ยุค คสช. (พ.ศ. 2557 – 2558)
หลังการยกร่างและประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ศ.ดร.ชาติชาย เคยระบุไว้ในหนังสือระบุไว้ในหนังสือ ‘ความในใจของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560’ หัวข้อ ‘ปฏิรูป ปราบโกง ไม่ทำให้เกิดวิกฤต’ รวบรวมและจัดทำโดย คณะอนุประชาสัมพันธ์และสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โดยในช่วงหนึ่งเขาระบุว่า
“เป็นเกียรติ และเป็นความภาคภูมิใจ และความประทับใจมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผมที่ได้มีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560”
นอกจากนี้ ศ.ดร.ชาติชายยังเคยบันทึกที่มาและแนวคิดเบื้องหลังกติกา ‘เลือกกันเอง’ ของ สว. ที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญปี 2560 ไว้ด้วย โดยระบุว่า ในบริบทของสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำสูงอย่างเมืองไทยเวลานี้ กรธ. ต้องการให้มีการประนอมอำนาจมากกว่าการแก่งแย่งอำนาจ กล่าวคือ ทำอย่างไรจึงจะไม่ให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคมมามีผลทำให้สิทธิและเสียงของผู้ออกเสียงเลือกตั้งด้อยหรือหมดความหมายไป
กรธ. จึงได้คิดกลไกสำคัญอันเป็นเครื่องมือที่ทำฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจในสภามากเกินไปจนกระทั่งไม่รับฟังความคิดเห็นอื่น จึงออกแบบการเลือกตั้ง สส. ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เป็นแบบที่เรียกว่าระบบจัดสรรปันส่วนผสม
“และเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง จึงกำหนดให้การได้มาซึ่ง สว. เป็นระบบที่ สว. เลือกกันเอง อีกทั้งกำหนดให้องค์อิสระทั้ง 5 องค์กรต้องทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือกัน และรับผิดชอบร่วมกันตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเพื่อประคับประคองบ้านเมืองให้เดินไปได้” ศ.ดร.ชาติชายระบุ
- รวมตัวผู้ทรงคุณวุฒิ-อดีต สว.-อดีต สปช. นักกฎหมาย และคนการเมือง
นอกจาก ศ.ดร.ชาติชายแล้ว พบว่าในบรรดารายชื่อแนบท้ายแถลงการณ์ร่วมนั้น ส่วนมากประกอบไปด้วยอดีต สปช. ในยุค คสช. มากถึงกว่า 30 คน เช่น รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน, รศ.ประภาภัทร นิยม, รศ.จุมพล รอดคำดี, ผศ.ดร.ณรงค์ พุทธิชีวิน, รศ.ดร.สุชาติ นวกวงษ์, รศ.ดร.สืบพงศ์ ธรรมชาติ, มานิจ สุขสมจิตร, ประสาร มฤคพิทักษ์, บุญเลิศ คชายุทธเดช, หาญณรงค์ เยาวเลิศ, สมสุข บุญญะบัญชา, ดร.อุทัย สอนหลักทรัพย์, เทียนชัย ปิ่นวิเศษ, สรณะ เทพเนาว์, ดร.โกวิทย์ ทรงคุณ, สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์, ธวัช สุวุฒิกุล, ฐิติ วุฑฒิโกวิทย์, ศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ เป็นต้น
รวมถึงอดีต สสร. ปี 2550 เช่น ศ.วิชา มหาคุณ, อัครวิทย์ สุมาวงศ์, เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์, อ.คมสัน โพธิ์คง, ดร.อภิชาติ ดำดี, ผศ.พรรณราย แสงวิเชียร, รศ.รุจิรา เตชางกูร, อลิสา พันธุศักดิ์, ศ.ดร.เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์, รศ.ดวงสุดา เตโชติรส, ดร.กฤษฎา ให้วัฒนานุกูล, ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์, ดร.ปริญญา ศิริสารการ, ดร.วีนัส ม่านมุงศิลป์, พวงเพชร สารคุณ, สมเกียรติ รอดเจริญ, กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร, ชาลี กางอิ่ม, ช. ชัยนาท ศรีเสมาเมือง, รัฐ ชูกลิ่น และ สมยศ สมวิวัฒนชัย เป็นต้น
และยังมีอดีต สว. ทั้งจากการเลือกตั้งในปี 2540, ปี 2550 และชุดเฉพาะกาลในสมัย คสช. ปี 2560 เช่น รสนา โตสิตระกูล, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, นพ. พลเดช ปิ่นประธีป
ตลอดจนอดีตนักการเมืองและนักวิชาการด้านต่างๆ เช่น ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานรัฐสภา และอดีตรัฐมนตรี, อลงกรณ์ พลบุตร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, ศ.เกียรติคุณ ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น


