×

กรมประมงแจงดราม่าปลากระป๋อง ย้ำใช้หลักวิชาการตรวจไม่พบปลาหมอคางดำ เผยผลสำรวจ 21 จังหวัด เร่งเครื่องกำจัด-แปรรูปฟื้นฟูแหล่งน้ำ

โดย THE STANDARD TEAM
16.07.2026
  • LOADING...
ภาพอธิบดีกรมประมงชี้แจงกรณีปลากระป๋อง

วันนี้ (16 กรกฎาคม) ฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่มีกระแสความสนใจและข้อสงสัยในสังคมเกี่ยวกับผลการตรวจสอบชนิดสัตว์น้ำในผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง โดยยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบของกรมประมงดำเนินการตามเทคนิคมาตรฐานห้องปฏิบัติการสากล ใช้หลักสัณฐานวิทยา (Morphology Identification) และหลักอนุกรมวิธาน (Taxonomy) ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับจากประเทศคู่ค้าทั่วโลก

 

โดยผลการตรวจสอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์ 3 ชุด จำนวนรวม 20 กระป๋อง ที่ได้รับการประสานงานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 พบว่า ชุดที่ 1 เป็นผลิตภัณฑ์ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ ตราโบนัส (10 กระป๋อง) ผลตรวจพบเป็นปลาซาร์ดีน ส่วนชุดที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ไม่ติดฉลาก (รวม 10 กระป๋อง) ผลตรวจพบเป็นปลานิลทั้งหมด โดยไม่พบปลาหมอคางดำแต่อย่างใด

 

อธิบดีกรมประมงอธิบายเพิ่มเติมว่า การจำแนกชนิดปลานิลและปลาหมอคางดำด้วยหลักสัณฐานวิทยาสามารถทำได้ชัดเจนจากลักษณะจำเพาะ เช่น จำนวนแถวเกล็ดเหนือเส้นข้างลำตัว ส่วนกรณีที่ผลการตรวจวิเคราะห์ของหน่วยงานอื่นมีความแตกต่างกันนั้น ในทางวิชาการจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อม โดยเฉพาะการตรวจสอบว่าเป็นตัวอย่างจากกระป๋องเดียวกันหรือรุ่นการผลิต (Lot) เดียวกันหรือไม่ เนื่องจากโรงงานผลิตอาจมีการใช้วัตถุดิบจากหลายแหล่งในแต่ละรอบการผลิต ซึ่งการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) จะอยู่ในขอบข่ายอำนาจหน้าที่ของ อย. ภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

 

ตามข้อสั่งการของ วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยผลการสุ่มสำรวจความชุกชุมในแหล่งน้ำธรรมชาติ 204 แห่ง ในพื้นที่ 21 จังหวัด เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่า มี 2 จังหวัดที่ไม่พบการระบาด (ปราจีนบุรี ปัตตานี) 9 จังหวัดมีการระบาดในระดับความชุกชุมน้อย และอีก 10 จังหวัดมีความชุกชุมในระดับปานกลาง

 

ซึ่งกรมประมงได้ใช้มาตรการกำจัดและนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งการแปรรูปเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ และปุ๋ยชีวภาพ พร้อมจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้เมนูอาหารจากปลาหมอคางดำ ณ ตลาดนัดกรมประมง ในวันที่ 14, 21 และ 28 สิงหาคม 2569 ตลอดจนใช้มาตรการทางชีวภาพด้วยการปล่อยปลานักล่า เช่น ปลากะพงขาว และปลาอีกง ลงสู่แหล่งน้ำเพื่อควบคุมปริมาณ

 

สำหรับการดำเนินงานในระยะยาว กรมประมงได้เตรียมความพร้อมด้านงบประมาณ โดยได้เสนอคำของบประมาณประจำปี 2570 วงเงิน 19.35 ล้านบาท ภายใต้โครงการบริหารจัดการทรัพยากรประมง เพื่อขับเคลื่อน 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การประเมินความชุกชุมในแหล่งน้ำธรรมชาติ, กิจกรรมลงแขกลงคลอง, การผลิตและปล่อยสัตว์น้ำผู้ล่า และการวิจัยชีวเทคนิคเพื่อควบคุมการแพร่กระจาย

 

โดยกรมประมงย้ำจุดยืนในการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชนและนักวิชาการ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและปรับปรุงมาตรการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising