×

อุตสาหกรรมไทยหดตัว 8.45% เหตุบริโภคในประเทศ-อุปสงค์ทั่วโลกชะลอตัว: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (29 พ.ย. 2562)

โดย FINNOMENA
29.11.2019
  • LOADING...
  • อุตสาหกรรมไทยวูบ หดตัว 8.45% (YoY) วานนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเผยตัวเลขดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมไทยประจำเดือนตุลาคมหดตัว 8.45% (YoY) และหดตัว 1.50% (MoM) โดยมีปัจจัย ดังนี้ 1. กลุ่มอุตสาหกรรมส่งออก หดตัว 3.70% (YoY) จากสินค้ายางพารา ผลไม้แปรรูป เสื้อผ้าสำเร็จรูป และเครื่องประดับ 2. กลุ่มอุตสาหกรรมที่เน้นตลาดภายในประเทศ หดตัว 6.74% (YoY) จากสินค้าน้ำมันเชื้อเพลิง โลหะพื้นฐาน น้ำมันปาล์ม และปุ๋ยเคมี 3. กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีทั้งส่งออกและภายในประเทศ หดตัว 16.23% จากสินค้ากลุ่มรถยนต์ ยางรถยนต์ และมันสำปะหลัง สืบเนื่องจากภาวะการบริโภคภายในประเทศที่ชะลอตัว ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ลดลง และกรณีสงครามการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งกดดันธุรกิจภาคการส่งออกของไทย ส่งผลให้มีกลุ่มที่ได้รับผลกระทบในเชิงลบมากที่สุดดังนี้ 1. กลุ่มการผลิตยานยนต์ หดตัวถึง 22.56% (YoY) และหดตัว 11.00% (MoM) 2. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม หดตัว 23.43% (YoY) และหดตัว 10.81% (MoM)

 

  • จีนเตรียมตอบโต้สหรัฐฯ กรณีสนับสนุนฮ่องกง หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามในร่างกฎหมายสนับสนุนประชาธิปไตยฮ่องกง ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่รัฐบาลจีน ในแง่ของการแทรกแซงกิจการภายในประเทศ และได้มีแถลงการณ์ตอบโต้เบื้องต้นแล้วนั้น วันนี้สำนักข่าว Global Times ของทางการจีนเผยว่า รัฐบาลเตรียมดำเนินการขึ้นบัญชีดำกลุ่มบุคคลที่เป็นผู้ร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อไม่ให้บุคคลเหล่านั้นเดินทางเข้าประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงฮ่องกงและมาเก๊าด้วย ท่าทีดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งกำลังมีทีท่าที่ประนีประนอมมากขึ้นในช่วงนี้

 

  • JP Morgan Chase วาณิชธนกิจรายใหญ่ของโลกเชื่อว่า ปี 2020 ตลาดเอเชียมีความน่าสนใจ จากนโยบายการเงินที่มีความผ่อนคลายมากขึ้น รวมไปถึงความเชื่อมั่นที่กลับมาอีกครั้ง หลังจากสงครามการค้ามีท่าทีที่ประนีประนอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นเกาหลี ที่มีโอกาสขยายตัวได้ดีกว่าจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี และตลาดหุ้นอินเดีย ที่คาดว่าจะมีมาตรการทางการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยผลักดันกำลังการบริโภคภายในประเทศต่อไป หลังจากที่ก่อนหน้านี้อินเดียได้ปรับลดภาษีนิติบุคคลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้ว

 

  • วานนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนอัฟกานิสถานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า ซึ่งสร้างความประหลาดใจโดยทั่วกัน โดยทรัมป์ได้ใช้โอกาสนี้เข้าพบประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ของอัฟกานิสถาน และเยี่ยมเยียนกองกำลังทหารสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในอัฟกานิสถาน

 

  • จับตาตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ ประกอบด้วยตัวเลขการว่างงานเยอรมนี ประจำเดือนพฤศจิกายน (German Unemployment Change) ซึ่งคาดว่าผู้ว่างงานจะเพิ่มขึ้นสุทธิ 6,000 คน ขยายตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 5,000 คน ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคสหภาพยุโรปประจำเดือนพฤศจิกายน (Euro CPI) คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 0.9% (YoY) ขยายตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 0.7% 

 

ภาวะตลาดวานนี้

  • ดัชนี Shanghai Composite และดัชนี Hang Seng ปิดลบจากความไม่แน่นอนของการเมืองภายในประเทศ โดย โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามร่างกฎหมายสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ขณะที่รัฐบาลฮ่องกงได้ออกมาแสดงการคัดค้านอย่างรุนแรง ทำให้นักลงทุนเริ่มชะลอการลงทุนในประเทศที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเช่นกัน นอกจากนี้กฎหมายดังกล่าวจะกำหนดให้มีการทบทวนสิทธิพิเศษทางการค้ากับฮ่องกงภายใต้กฎหมายของสหรัฐฯ โดยจะพิจารณาประเด็นที่ว่า ฮ่องกงได้รับอำนาจในการปกครองตนเองอย่างเพียงพอจากจีนหรือไม่ ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาตึงตัวอีกครั้ง

 

  • ราคาน้ำมันปิดบวกเล็กน้อยจากความคาดหวังที่กลุ่ม OPEC จะลดกำลังการผลิต ถึงแม้ว่าในเบื้องต้นทางกลุ่ม OPEC จะยังไม่ลดกำลังการผลิตก็ตาม ยังคงจับตาดูท่าทีอีกครั้งหลังการประชุมในเดือนหน้า ด้านตลาดทองคำปิดบวกเล็กน้อยจากปัจจัยที่ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

 

*สหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวันหยุด*

 

ยุโรป

  • DAX ปิดที่ 13245.58 ลดลง -41.49 (-0.31%)
  • FTSE 100 ปิดที่ 7416.43 ลดลง -13.35 (-0.18%)
  • Euro Stoxx 50 ปิดที่ 3704.48 ลดลง -8.37 (-0.23%)
  • FTSE MIB ปิดที่ 23342.42 ลดลง -142.61 (-0.61%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 ปิดที่ 23409.14 ลดลง -28.63 (-0.12%)
  • S&P/ASX 200 ปิดที่ 6864 เพิ่มขึ้น 13.4 (0.2%)
  • Shanghai ปิดที่ 2889.69 ลดลง -13.5 (-0.47%)
  • SZSE Component ปิดที่ 9622.14 ลดลง -26.25 (-0.27%)
  • China A50 ปิดที่ 13761.05 ลดลง -52.39 (-0.38%)
  • Hang Seng ปิดที่ 26893.73 ลดลง -60.27 (-0.22%)
  • Taiwan Weighted ปิดที่ 11617.08 ลดลง -30.38 (-0.26%)
  • SET ปิดที่ 1597.68 ลดลง -9.59 (-0.6%)
  • KOSPI ปิดที่ 2118.6 ลดลง -9.25 (-0.43%)
  • IDX Composite ปิดที่ 5953.06 ลดลง -69.98 (-1.16%)
  • BSE Sensex ปิดที่ 41130.17 เพิ่มขึ้น 109.56 (0.27%)
  • PSEi Composite ปิดที่ 7768.66 ลดลง -68.23 (-0.87%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 58.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.09 (0.15%)
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปิดที่ 63.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.32 (0.51%)
  • ราคาทองคำ ปิดที่ 1462.1 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 1.3 (0.09%)

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

  • Infoquest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories