×

มติถอดถอนทรัมป์ผ่านความเห็นชอบในสภาล่างสหรัฐฯ, กนง. คงดอกเบี้ยตามคาด พร้อมปรับลด GDP ไทย: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (19 ธ.ค. 2562)

โดย FINNOMENA
19.12.2019
  • LOADING...
  • จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 1. ธนาคารกลางอังกฤษมีกำหนดตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75% เหมือนครั้งก่อนหน้า เพื่อรอดูสัญญาณทางเศรษฐกิจอื่นๆ ที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น รวมไปถึงระดับอัตราเงินเฟ้อที่ยังชะลอตัวต่อเนื่องในช่วงปี 2018 ที่ผ่านมา 2. ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 5.44 ล้านหลัง ลดลงจากครั้งก่อนหน้าที่ 5.46 ล้านหลัง แต่ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงจุดสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตปี 2008 

 

  • กนง. คงดอกเบี้ยตามคาด พร้อมปรับลด GDP 2020 วานนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.25% ต่อปี ด้วยมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง พร้อมปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2562 ลงเหลือขยายตัว 2.5% จากเดิมที่คาดไว้ 2.8% และปี 2563 เหลือ 2.8% จากเดิมคาดไว้ 3.3% ซึ่งเป็นผลมาจาก 1. เศรษฐกิจจะยังคงขยายตัวได้ต่ำกว่าศักยภาพ จากภาวะการส่งออกที่ชะลอตัว ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อการบริโภค แต่จะฟื้นตัวได้ในปี 2020 จากเสถียรภาพของเศรษฐกิจทั่วโลกที่สูงขึ้น 2. เงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำกว่ากรอบเป้าหมายล่างที่ตั้งไว้ จากภาวะราคาพลังงานที่อยู่ในระดับต่ำ แต่มีแนวโน้มฟื้นตัวในปี 2563 จากอุปสงค์ที่อาจเร่งตัวมากขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวทั่วโลก 3. ภาวะการเงินอยู่ในระดับผ่อนคลาย และมีเสถียรภาพ แต่ยังคงต้องติดตามความเสี่ยงในกลุ่ม SMEs ที่คุณภาพสินเชื่อด้อยลง และอาจกระทบเสถียรภาพทางการเงินได้ในอนาคต

 

  • ถอดถอนทรัมป์ผ่านสภาล่างแล้ว สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติถอดถอน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกจากตำแหน่งด้วยคะแนน 230 ต่อ 197 เสียง ในความผิดใช้อำนาจโดยมิชอบ และ 229 ต่อ 198 คะแนน ในความผิดฐานขัดขวางกระบวนการตรวจสอบของสภาคองเกรส จากกรณีข้อกล่าวหาที่ทรัมป์ดึงต่างชาติมาช่วยแทรกแซงการเลือกตั้งปี 2020 โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะส่งเรื่องเข้าวุฒิสภาเพื่อพิจารณาถอดถอนต่อไป อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์คาดว่า เนื่องจากพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ส่งผลให้มติดังกล่าวมีโอกาสไม่ผ่านสภาสูง

 

  • จับตาทิศทางและภาวะการส่งออกไทย โดยวันนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มีกำหนดแถลงข่าวผลการดำเนินงานกรมรอบปี 2562 และทิศทางการผลักดันการส่งออกปี 2563 ในช่วงเวลา 11.00 น. หลังจากข้อมูลการส่งออกไทยยังคงหดตัวต่อเนื่อง 10 จาก 11 เดือนหลังสุด

 

  • นักวิเคราะห์คาด จีนเดินหน้าปล่อยหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ต่อไป หลังจากที่หุ้นกู้ในประเทศจีนมีการผิดนัดชำระหนี้ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้ก้อนใหญ่ที่สุดคือ Tewoo ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจของทางการจีน นาธาน ชีทส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก PGIM มองว่า เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนของทางการจีนว่าจะให้กลไกของตลาดเข้ามาดูแลด้านการคุมความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการเลือกรับประกันเฉพาะแค่บางส่วนของหนี้รัฐวิสาหกิจทั้งระบบเท่านั้น ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าการผิดนัดชำระหนี้ลักษณะดังกล่าวจะยังคงเกิดขึ้นต่อไป เพื่อเป็นการลดภาระหนี้โดยรวมของประเทศจีนทั้งหมดให้เศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้อย่างมั่นคงในอนาคต ตามแผนการของประธานาธิบดีสิจิ้นผิง

 

สรุปภาพรวมตลาดวานนี้

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติถอดถอนทรัมป์ และส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในวุฒิสภา ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง จากการที่นักลงทุนวิตกกังวลเรื่อง Brexit ที่ระยะเวลาเหลือแค่ 11 เดือน อาจไม่เพียงพอต่อการเจรจาระหว่างอังกฤษกับยุโรป ส่งผลให้มีโอกาสเกิด No-Deal Brexit ได้ ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป

 

  • ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงหลังจากสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นมาแล้วติดต่อกัน 4 วัน ด้านราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยออกมาบางส่วน

 

สหรัฐฯ

  • Dow 30 ปิดที่ 28,239.28 ลดลง 27.88 (-0.10%)
  • S&P500 ปิดที่ 3,191.14 ลดลง 1.07 (-0.04%)
  • Nasdaq ปิดที่ 8,827.73 เพิ่มขึ้น 4.38 (0.5%)

 

ยุโรป

  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,222.16 จุด ลดลง 65.67 จุด (-0.49%)
  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,540.75 จุด เพิ่มขึ้น 15.47 จุด (+0.21%)
  • ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,959.60 จุด ลดลง 8.66 จุด (-0.15%)

 

เอเชีย

  • ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 41,558.57 จุด เพิ่มขึ้น 206.40 จุด (+0.50%)
  • ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 3,209.54 จุด เพิ่มขึ้น 8.74 จุด (+0.27%)
  • ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,599.11 จุด เพิ่มขึ้น 22.16 จุด (+1.41%)
  • ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 6,287.25 จุด เพิ่มขึ้น 42.90 จุด (+0.69%)
  • ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 27,884.21 จุด เพิ่มขึ้น 40.50 จุด (+0.15%)
  • ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 7,733.67 จุด เพิ่มขึ้น 3.22 จุด (+0.04%)
  • ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 3,017.04 จุด ลดลง 5.38 จุด (-0.18%)
  • ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 2,194.76 จุด ลดลง 0.92 จุด (-0.04%)
  • ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 6,851.40 จุด เพิ่มขึ้น 4.10 จุด (+0.06%)
  • ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 23,934.43 จุด ลดลง 131.69 จุด (-0.55%)
  • ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 12,122.45 จุด เพิ่มขึ้น 25.44 จุด (+0.21%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 60.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 0.01
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปิดที่ 66.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.07
  • ราคาทองคำ ปิดที่ 1,478.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 1.9 (-0.13%)

FINNOMENA

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง: 

  • Infoquest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters
  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories