×

ขุนคลังสหรัฐฯ ระบุ มาตรการเยียวยาอาจไม่ทันก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดี, ฮ่องกงแทรกแซงค่าเงินครั้งใหญ่ หลังดอลลาร์แข็งค่าเกินเป้า: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (15 ต.ค. 2563)

โดย FINNOMENA
15.10.2020
  • LOADING...
  • จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ โดยวันนี้สหรัฐฯ มีกำหนดประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานประจำสัปดาห์ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 8.25 แสนราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 8.4 แสนราย ฟื้นตัวจากช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ยังคงทรงตัวอยู่ระดับ 8-9 แสนราย 6 สัปดาห์ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นระดับสูงกว่าภาวะปกติที่ประมาณ 2 แสนราย ขณะที่ทางการจีนมีกำหนดประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนกันยายน ซึ่งเป็นตัวแทนของอัตราเงินเฟ้อ โดยคาดว่าจะขยายตัว 0.3%MoM และขยายตัว 1.8%YoY ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.4%MoM และ 2.3%YoY ตามลำดับ

 

  • วานนี้ธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) แทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศด้วยการเทขายเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐจำนวน 10,900 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (1,410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ส่งผลให้ยอดรวมการขายดอลลาร์ฮ่องกงของ HKMA นับตั้งแต่ต้นปีแตะระดับ 230,600 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2015 เพื่อชะลอการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเหนือกว่าระดับที่อัตราแลกเปลี่ยนฮ่องกงดอลลาร์ตั้งไว้ที่ระดับ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 7.75-7.85 ดอลลาร์ฮ่องกง

 

  • วานนี้ สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยต่อสื่อว่าการผ่านร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นั้นยังคงมีการหารือระหว่างทั้งสองพรรคอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุข้อตกลงได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม ด้วยความขัดแย้งในหลายประเด็นที่ยังมีอยู่ทำให้การผ่านร่างมาตรการก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้นั้นอาจเป็นไปได้ยาก

 

  • วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ระบุว่าศูนย์วิจัยโนโวซิเบิร์สค์ เวคเตอร์ ของรัสเซีย ได้จดทะเบียนวัคซีนต้านโควิด-19 ตัวที่ 2 ชื่อ ‘EpiVacCorona’ หลังจากที่ก่อนหน้านี้รัสเซียได้จดทะเบียน Sputnik V วัคซีนโควิด-19 ครั้งแรกของโลกเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ซึ่งวัคซีนดังกล่าวทดลองเฟส 1 เสร็จสิ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา และยังไม่ได้เปิดเผยผลการทดลองแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่ได้เริ่มการทดลองเฟส 2 ซึ่งสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของการใช้วัคซีนดังกล่าว

 

  • เดวิด มัลพาสส์ ประธานธนาคารโลก (World Bank) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว CNBC ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้นสร้างผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งอาจส่งผลให้เด็กกว่า 24 ล้านคนทั่วโลกไม่ได้กลับมาเรียนอีก หลังจากที่การแพร่ระบาดนั้นส่งผลให้ต้องบังคับใช้มาตรการปิดเมือง อันนำไปสู่การหยุดงานของผู้ปกครองและการหยุดเรียนของเด็ก ซึ่งส่งผลให้ผู้ปกครองขาดรายได้ พร้อมทั้งระบุว่ายิ่งสถานการณ์ปิดเมืองยืดเยื้อนานเท่าใด ความเป็นไปได้ที่เยาวชนจะกลับมาเรียนยิ่งเป็นไปได้ยากมากขึ้นเท่านั้น

 

ภาวะตลาดวานนี้

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจจะออกมาแข็งแกร่งก็ตาม แต่ตลาดได้รับแรงกดดันจากมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ที่อาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ก่อนการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ส่งผลให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเกิดความล่าช้าไปอีก สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับตัวลงเช่นกันจากปัจจัยจำนวนผู้ติดโควิด-19 ที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้มีมาตรการล็อกดาวน์ออกมาแล้วก็ตาม รวมทั้งความกังวลที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่อังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรป หรือ Brexit ได้หลังจากเจรจายืดเยื้อมานาน

 

  • สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นจากการคาดการณ์ว่าสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ จะปรับตัวลดลง ซึ่งช่วยลดความกังวลที่อาจเกิดภาวะน้ำมันล้นตลาดได้ หลังสำนักงานพลังงานสากลคาดการณ์ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันลดลงอีกในปีนี้ ด้านสัญญาทองคำปรับตัวขึ้นจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งความไม่แน่นอนของมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยจากปัจจัยข้างต้น

 

สหรัฐฯ

  • Dow Jones อยู่ที่ 28,514 ลดลง 165.81 (-0.58%)
  • S&P 500 อยู่ที่ 3,488.67 ลดลง 23.26 (-0.66%)
  • Nasdaq อยู่ที่ 11,768.73 ลดลง 95.17 (-0.8%)

 

ยุโรป

  • DAX อยู่ที่ 13,028.06 เพิ่มขึ้น 9.07 (+0.07%)
  • FTSE 100 อยู่ที่ 5,935.06 ลดลง 34.65 (-0.58%)
  • Euro Stoxx 50 อยู่ที่ 3,273.28 ลดลง 5.91 (-0.18%)
  • FTSE MIB อยู่ที่ 19,607.73 เพิ่มขึ้น 49.04 (+0.25%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 อยู่ที่ 23,626.73 เพิ่มขึ้น 24.95 (+0.11%)
  • S&P/ASX 200 อยู่ที่ 6,179.2 ลดลง 16.5 (-0.27%)
  • Shanghai อยู่ที่ 3,340.78 ลดลง 18.97 (-0.56%)
  • SZSE Component อยู่ที่ 13,691.04 ลดลง 107.54 (-0.78%)
  • China A50 อยู่ที่ 15,921.36 ลดลง 51.66 (-0.32%)
  • Hang Seng อยู่ที่ 24,667.09 เพิ่มขึ้น 17.41 (+0.07%)
  • Taiwan Weighted อยู่ที่ 12,919.31 ลดลง 27.82 (-0.21%)
  • SET อยู่ที่ 1,263.99 ลดลง 9.44 (-0.74%)
  • KOSPI อยู่ที่ 2,380.48 ลดลง 22.67 (-0.94%)
  • IDX Composite อยู่ที่ 5,176.1 เพิ่มขึ้น 43.53 (+0.85%)
  • BSE Sensex อยู่ที่ 40,794.74 เพิ่มขึ้น 169.23 (+0.42%)
  • PSEi Composite อยู่ที่ 5,925.3 เพิ่มขึ้น 2.07 (+0.03%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 41.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.06 (+2.64%)
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อยู่ที่ 43.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.98 (+2.31%)
  • ราคาทองคำ อยู่ที่ 1,898.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 4.9 (+0.26%)

 

FINNOMENA partnership Unlock your investment potential financial

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง: 

  • Infoquest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories