×

สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าฝรั่งเศสอีกครั้ง ตอบโต้กรณีเก็บภาษีบริษัทเทคโนโลยี, จีนตอบโต้สหรัฐฯ แบนเจ้าหน้าที่ระดับสูง: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (14 ก.ค. 2563)

โดย FINNOMENA
14.07.2020
  • LOADING...
  • จับตาตัวเลขเศรษฐกิจ โดยวันนี้เยอรมนีมีกำหนดประกาศดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจจากสถาบัน ZEW ประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะออกมาที่ 60.0 จุด ลดลงจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในแดนบวกได้ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 จากแนวโน้มการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ต่ำลงต่อเนื่อง ขณะที่สหรัฐฯ มีกำหนดประกาศดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นตัวแทนของอัตราเงินเฟ้อ โดยคาดว่าจะขยายตัว 0.1% (MoM) ฟื้นตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่หดตัว 0.1% (MoM) ซึ่งเป็นการหดตัว 3 เดือนต่อเนื่องครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1970 สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

  • วานนี้ผู้แทนการค้าของสหรัฐอเมริกา (USTR) ส่งจดหมายแจ้งเตือนไปยังฝรั่งเศส ระบุว่า จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าเพิ่มเติม 25% มูลค่ากว่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากฝรั่งเศสได้ดำเนินการเก็บภาษีดิจิทัลจากบริษัทเทคโนโลยีเพิ่มเติม 3% ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า กลุ่มสินค้าของฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าฟุ่มเฟือย อาทิ เครื่องสำอาง สบู่ และเสื้อผ้าแบรนด์เนมจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการนี้

 

  • วานนี้ทางการจีนประกาศห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันให้สหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรกับจีนจำนวน 4 ราย เดินทางเข้าจีน เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่ออกมาตรการลักษณะเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า จากปมละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวมุสลิมอุยกูร์ พร้อมระบุว่าจีนมีความมุ่งมั่นที่จะรักษาอำนาจอธิปไตย ไม่ให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศ และพร้อมที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติม หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น 

 

  • นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า พบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 3 ราย ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่ม State Quarantine โดย 2 ใน 3 บุคคลดังกล่าวได้มีการเดินทางไปยังสถานที่ในชุมชน อาทิ ห้างสรรพสินค้าและคอนโดมิเนียม ส่งผลให้อาจเกิดการแพร่ระบาดระลอกที่ 2 ในประเทศไทยได้

 

  • ฤดูประกาศผลประกอบการเริ่มต้น โดยวานนี้บริษัทเป๊ปซี่โค เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2/2020 ออกมา มีรายได้ 15,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 3.1% (YoY) ขณะที่กำไรต่อหุ้นหดตัว 44% (YoY) สู่ระดับ 1.32 ดอลลาร์ จากมาตรการปิดเมืองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ยอดขายและกำไรดังกล่าวยังคงประกาศออกมาดีกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 15,380 ล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นที่ 1.25 ดอลลาร์ โดยผลประกอบการที่ดีกว่าคาด ส่วนหนึ่งมาจากยอดขายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวที่หดตัวน้อยกว่าคาด จากการซื้อสินค้าตุนในช่วงมาตรการปิดเมือง

 

ภาวะตลาดวานนี้

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง หลังผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียได้ประกาศงดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเเพร่เชื้อโควิด-19 อาทิ ร้านอาหาร บาร์ และโรงภาพยนตร์ สร้างความกังวลให้นักลงทุนเทขายหุ้นที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยงออกมา หวั่นเกิดการปิดระบบเศรษฐกิจในสหรัฐฯ อีกครั้ง สวนทางกันกับตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับตัวขึ้นจากความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 รวมไปถึงการคาดการณ์ที่ผลประกอบการของบริษัทอาจไม่แย่อย่างที่คาดไว้ 

 

  • สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลงจากการคาดการณ์ที่กลุ่ม OPEC+ จะกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตจากแนวโน้มที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัว ด้านสัญญาทองคำปรับตัวขึ้นจากความกังวลที่เศรษฐกิจอาจชะลอตัวอีกครั้งหลังจำนวนผู้ติดโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการปิดระบบเศรษฐกิจบางแห่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยจากความกังวลดังกล่าว

 

สหรัฐฯ

  • Dow Jones อยู่ที่ 26085.8 เพิ่มขึ้น 10.5 (0.04%)
  • S&P 500 อยู่ที่ 3155.22 ลดลง -29.82 (-0.94%)
  • Nasdaq อยู่ที่ 10390.84 ลดลง -226.6 (-2.13%)

 

ยุโรป

  • DAX อยู่ที่ 12799.97 เพิ่มขึ้น 166.26 (1.32%)
  • FTSE 100 อยู่ที่ 6176.19 เพิ่มขึ้น 80.78 (1.33%)
  • Euro Stoxx 50 อยู่ที่ 3350 เพิ่มขึ้น 53.78 (1.63%) 
  • FTSE MIB อยู่ที่ 20003.25 เพิ่มขึ้น 235.65 (1.19%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 อยู่ที่ 22784.74 เพิ่มขึ้น 493.93 (2.22%)
  • S&P/ASX 200 อยู่ที่ 5977.5 เพิ่มขึ้น 58.3 (0.98%)
  • Shanghai อยู่ที่ 3443.29 เพิ่มขึ้น 59.96 (1.77%)
  • SZSE Component อยู่ที่ 14149.14 เพิ่มขึ้น 477.9 (3.5%)
  • China A50 อยู่ที่ 16024.99 เพิ่มขึ้น 200.29 (1.27%)
  • Hang Seng อยู่ที่ 25772.12 เพิ่มขึ้น 44.71 (0.17%)
  • Taiwan Weighted อยู่ที่ 12211.56 เพิ่มขึ้น 137.88 (1.14%)
  • SET อยู่ที่ 1342.37 ลดลง -8.13 (-0.6%)
  • KOSPI อยู่ที่ 2186.06 เพิ่มขึ้น 35.81 (1.67%)
  • IDX Composite อยู่ที่ 5064.45 เพิ่มขึ้น 33.19 (0.66%)
  • BSE Sensex อยู่ที่ 36693.69 เพิ่มขึ้น 99.36 (0.27%)
  • PSEi Composite อยู่ที่ 6172.57 ลดลง -24.81 (-0.4%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 39.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง -0.97 (-2.39%)
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อยู่ที่ 42.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง -1.05 (-2.43%)
  • ราคาทองคำ อยู่ที่ 1802.49 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 3.19 (0.18%)

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง: 

  • Infoquest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories