×

OPEC+ ตกลงลดการผลิตน้ำมันเพื่อชดเชยดีมานด์ที่ชะลอตัว, จีนหวั่นโควิด-19 อาจระบาดในประเทศระลอก 2: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (13 เม.ย. 2563)

โดย FINNOMENA
13.04.2020
  • LOADING...
Finnomena
  • กลุ่มประเทศผู้ส่งออกนํ้ามัน (OPEC) และชาติพันธมิตรที่รวมเรียกว่า OPEC+ ได้บรรลุข้อตกลงปรับลดการผลิตนํ้ามันที่ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ผ่านการประชุมฉุกเฉินรอบที่ 2 โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป ไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2563 นอกจากนี้ยังมีแผนปรับลดการผลิตที่ 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 ไปจนถึงสิ้นปี รวมถึงปรับลด 6 ล้านบาร์เรลตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 ไปจนถึงเดือนเมษายน 2565 ตามลำดับ

 

  • สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สนับสนุน ธปท. ให้จัดตั้งกองทุน Bond Stabilisation Fund (BSF) หรือกองทุนพยุงหุ้นกู้เอกชน หลังเป็นที่ถกเถียงกันท่ามกลางผู้บริหารแบงก์ชาติในเรื่องของ ‘บทบาทธนาคารกลาง’ โดยกองทุนดังกล่าวมีมูลค่า 4 แสนล้านบาท และระบุเพิ่มเติมว่าการเพร่ระบาดของโควิด-19 อาจทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถทำธุรกิจได้ และอาจนำไปสู่การขาดกระแสเงินสดในระยะสั้น ประกอบกับนักลงทุนบางส่วนเลือกถือเงินสดในยามวิกฤตเป็นหลัก จึงอาจทำให้หุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนในช่วงนี้ ประสบปัญหาการออกตราสารหนี้รุ่นใหม่เพื่อไถ่ถอนตราสารหนี้รุ่นเดิมได้ไม่เต็มจำนวน

 

  • สมาคมเศรษฐศาสตร์ธุรกิจแห่งชาติของสหรัฐฯ (NABE) เผยผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า สหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงในระยะสั้นโดยคาดว่า GDP ไตรมาสที่ 1 และ 2 อาจหดตัว 2.4% และ 26.5% ตามลำดับ จากนั้นจะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตามอัตราการว่างงานที่ปรับตัวขึ้นสูงจะสร้างแรงกดดันต่อการใช้จ่ายของประชาชนทั่วไป แต่ในส่วนของการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคลจะยังคงทรงตัวจากการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าจำเป็น

 

  • สหรัฐฯ เดินหน้าปล่อยกู้รับมือโควิด-19 แล้วกว่า 600,000 ราย โดย แลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาวเปิดเผยว่า มาตรการเงินกู้รับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนานั้นเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยมียอดการกู้แล้วกว่า 168,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากผู้กู้กว่า 661,000 ราย เชื่อว่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

 

  • คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) รายงานว่าตัวเลขผู้ติดโควิด-19 กลับมาเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 1 เดือนอีกครั้งที่ระดับ 99 ราย หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 2 เท่าหากนับจากวันศุกร์ที่ผ่านมา สร้างความกังวลในประเทศจีนว่าอาจเกิดการแพร่ระบาดระลอกที่ 2 ซึ่งสร้างแรงกดดันให้ต้องมีมาตรการล็อกดาวน์มณฑลต่างๆ อีกครั้ง

 

สรุปภาพรวมตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา 

  • ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวขึ้นจากความคาดหวังที่ทาง BOJ จะเข้าซื้อกองทุน ETF ซึ่งเป็นนโยบายทางการเงินที่จะช่วยพยุงตลาดไม่ให้ลดลงไปมากกว่านี้ ด้านดัชนี Shanghai Composite ปรับตัวลงจากตัวเลขเศรษฐกิจภายในจีนที่ออกมาไม่ค่อยดีนัก
  • ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากแรงหนุนที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ในจุดสูงสุดแล้ว และมาตรการภาครัฐจะเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยุโรป น้ำมัน และทองคำปิดทำการเนื่องในวัน Good Friday

 

สหรัฐฯ

  • Dow 30 **ปิดทำการ
  • S&P 500 อยู่ที่ **ปิดทำการ
  • Nasdaq อยู่ที่ **ปิดทำการ

 

ยุโรป

  • DAX **ปิดทำการ
  • FTSE 100 **ปิดทำการ
  • Euro Stoxx 50 **ปิดทำการ
  • FTSE MIB **ปิดทำการ

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 อยู่ที่ 19498.5 เพิ่มขึ้น 152.73 (0.79%)
  • S&P/ASX 200 **ปิดทำการ
  • Shanghai อยู่ที่ 2796.63 ลดลง -29.27 (-1.04%)
  • SZSE Component อยู่ที่ 10298.41 ลดลง -164.63 (-1.57%)
  • China A50 อยู่ที่ 12866.16 เพิ่มขึ้น 10.79 (0.08%)
  • Hang Seng **ปิดทำการ
  • Taiwan Weighted อยู่ที่ 10157.61 เพิ่มขึ้น 38.18 (0.38%)
  • SET อยู่ที่ 1228.03 เพิ่มขึ้น 17.55 (1.45%)
  • KOSPI อยู่ที่ 1860.7 เพิ่มขึ้น 24.49 (1.33%)
  • IDX Composite **ปิดทำการ
  • BSE Sensex **ปิดทำการ
  • PSEi Composite **ปิดทำการ

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI **ปิดทำการ
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ **ปิดทำการ
  • ราคาทองคำ อยู่ที่ 1683.63 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 36.07 (2.19%)

FINNOMENA

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์ 

อ้างอิง: 

  • InfoQuest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories