×

Financial Times ตีข่าว โด ควอน ผู้ร่วมก่อตั้งเหรียญ LUNA กลายเป็น ‘คนที่ถูกเกลียดชังที่สุดในเกาหลีใต้’ ส่วนหนึ่งมาจากฝีปากล้วนๆ

24.05.2022
  • LOADING...
Do Kwon

แม้จะเจอวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างหนักหนาสาหัส แต่ ‘โด ควอน’ ผู้ร่วมก่อตั้งเหรียญ LUNA ก็ยังไม่ทิ้งฝีปากที่จัดจ้านอยู่ดี เพราะเมื่อถูกถามว่าจะเอาเงิน 300 ล้านดอลลาร์จากไหนมาอัดฉีด เขาก็ตอบกลับใน Twitter ว่า “แน่นอนว่าเป็นแม่ของคุณ”

 

ตอนนี้ชาวเกาหลีใต้วัย 30 ปี ซึ่งมักเยาะเย้ยนักวิจารณ์ของเขาว่า ‘ยากจน’ กำลังถูกขอให้รับผิดชอบการล่มสลายของเหรียญคริปโตมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.3 ล้านล้านบาท ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยบอกว่า “เป็นอัลกอริทึม Stablecoin ที่เก่าแก่ที่สุดและนิยมใช้อย่างแพร่หลายที่สุด” ก่อนจะเพิ่มอีกว่า “จงเชื่อฟังพระราชาซะ”

 

โด ควอน ยังเคยเยาะเย้ย ชาร์ลส์ ฮอสกินสัน ผู้ก่อตั้ง Cardano เกี่ยวกับการที่เหรียญ ADA เคลื่อนไหวสวนทางกับเหรียญ LUNA ของเขาด้วย ซึ่งหลังจากการร่วงลงอย่างรุนแรงของ LUNA และ UST เขาก็โดนฮอสกินสันแก้แค้นโดยการสวนกลับว่า บางทีเขาอาจจะต้องซื้อ LUNA แล้วมั้ง

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 


 

เขายังเคยโพสต์เยาะเย้ยและแขวะคนอื่นๆ บน Twitter เช่น เขาจะไม่เสียเวลาเถียงกับคนจนบน Twitter หรอก มีอยู่ครั้งหนึ่งมีคนทวีตหาเขาว่าจะเปิดสถานะ Short เหรียญ LUNA ซึ่งเขาได้โต้ตอบว่า “Lot Size ของคุณยังไม่เรียกว่าเงินเลยด้วยซ้ำ” 

 

นอกจากนี้เขายังเคยตอกกลับคนที่เคยวิจารณ์ Anchor Protocol ของเขาว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ด้วย ซึ่ง โด ควอน ตอกกลับว่าชุมชนนี้ซื้อเหรียญ LUNA และพวกเขาไม่ได้จนแบบคุณ

 

ขณะที่ความสูญเสียเพิ่มขึ้น รายงานของสื่อมวลชนเกาหลีใต้ได้เชื่อมโยงเหตุการณ์ดังกล่าวกับการค้นหาสะพาน Mapo Bridge ของกรุงโซล ซึ่งเป็นจุดฆ่าตัวตายที่มีชื่อเสียง ตำรวจท้องที่ประกาศเพิ่มการลาดตระเวนรอบสะพานเพื่อระแวดระวัง

 

สำนักข่าวเกาหลีใต้ KBS เปิดเผยว่า ตำรวจเกาหลีใต้เตรียมออกหมายอายัดสินทรัพย์ทั้งหมดของ Luna Foundation Guard หลังเกิดเหตุการณ์พังทลายของเครือข่าย Terra ทำนักลงทุนเสียหายจาก LUNA และ UST เป็นจำนวนมาก

 

“โด ควอน เป็นเหมือนผู้นำลัทธิที่ประสบความสำเร็จ” คิมดงฮวาน จาก Blitz Labs บริษัทที่ปรึกษาคริปโตในกรุงโซลกล่าว “แต่ตอนนี้เขาเป็นคนที่ถูกเกลียดชังที่สุดในเกาหลีใต้”

 

โด ควอน นั้นมีประวัติที่ไม่ธรรมดา เพราะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ โดยมีความเชี่ยวชาญในโปรแกรมต่างๆ มากมาย รวมถึง C++, Java และ Python แถมเคยทำงานเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Microsoft และ Apple ด้วย

 

เพื่อนร่วมงานที่สนิทสนมของเขาที่ Terraform Labs อธิบายว่า นักลงทุนจำนวนมาก ‘หลงใหลในความอัจฉริยะของเขา’

 

“โดสามารถดึงดูดนักลงทุนที่มีชื่อเสียงมากมาย เพราะมีผู้คนมากมายในตลาดคริปโตที่เห็นด้วยกับปรัชญาและสโลแกนของเขาเกี่ยวกับความต้องการด้านการเงินแบบกระจายอำนาจและ DeFi” อดีตเพื่อนร่วมงานกล่าว “พวกเขาพบว่ารูปแบบอัลกอริทึมมีความสดใหม่และน่าสนใจ เนื่องจากมีความต้องการเหรียญที่มีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น และเหรียญไม่ได้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจริงแต่อย่างใด โดยได้รับการสนับสนุนจากกันและกัน และจาก Bitcoin เท่านั้น”

 

ด้วยผลตอบแทนมากถึง 20% ทำให้นักลงทุนรายย่อยถูกดึงดูดโดยผลตอบแทนสูง กลายเป็นการเติบโตที่รวดเร็วแต่ ‘ไม่ยั่งยืน’

 

อดีตเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่งกล่าวว่า “วิศวกรทุกคนรู้ดีถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลตอบแทน 20% พวกเขาทั้งหมดคิดว่ามันจะไม่ยั่งยืนเพราะเราไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะสนับสนุน แต่ไม่สามารถทัดทานโดได้ เพราะเขามักเพิกเฉยต่อความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับเขา”

 

“ควอนกำลังเรียกร้องให้มีการกระจายอำนาจทางการเงิน แต่เขาตัดสินใจทั้งหมดโดยลำพัง เป็นเรื่องน่าขันที่การตัดสินใจของบริษัทมีศูนย์กลางอยู่ที่คนเพียงคนเดียว” คิมฮยอนจุง หัวหน้าศูนย์วิจัยคริปโตเคอร์เรนซีที่ Korea University กล่าว

 

วิกฤตที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ ‘ชางเพ็งเจา’ ผู้ก่อตั้ง Binance ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกตามปริมาณการซื้อขาย ได้ออกมาทวีตว่า มูลค่าเหรียญ LUNA ที่เขาถือได้ลดลงจาก 1.6 พันล้านดอลลาร์ หรือ 5.5 หมื่นล้านบาท เหลือน้อยกว่า 2,500 ดอลลาร์ หรือราว 85,000 บาท

 

Hased ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในกรุงโซล ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนโดและ Terraform Labs ถูกประเมินโดยเว็บไซต์ Coindesk ว่า สูญเสียมากกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.2 แสนล้านบาทจากความผิดพลาด

 

แต่แน่นอนว่าผู้ที่บาดเจ็บไม่แพ้กันคือนักลงทุนรายย่อยทั่วไป Financial Times รายงานโดยอ้างอิงคำพูดของพนักงานออฟฟิศจากเกาหลีใต้ที่บอกว่า เธอใช้เงินออมทั้งหมดลงทุนไปกับ LUNA

 

ควอนซึ่งไม่ตอบสนองต่อการร้องขอความคิดเห็นจาก Financial Times แต่เขาเขียนใน Twitter หลังเกิดวิกฤตว่า เสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่าจะสามารถกลับมาได้อีกครั้งจากความแข็งแกร่งของเครือข่ายที่มีในตอนก่อนเกิดการโจมตีขึ้น

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising