×
330240

ประธาน Fed ชี้ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง แต่ยังจับตาการระบาดของโคโรนาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบ: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (12 ก.พ. 2563)

โดย FINNOMENA
12.02.2020
  • LOADING...
  • อังกฤษประกาศอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาสที่ 4/2019 ออกมาที่ระดับ 1.1% (YoY) ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากไตรมาสที่ 3/2019 ที่ขยายตัว 1.2% แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้จากระดับ 0.8% ซึ่งการโตช้าลงจากไตรมาสก่อนหน้าเป็นผลมาจากการบริโภคของภาคครัวเรือน และภาคการผลิตที่ชะลอตัว สวนทางภาคบริการและก่อสร้าง จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการแยกตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในช่วงไตรมาส 4/2019 ที่ผ่านมา

 

  • วานนี้ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรว่า ความตึงเครียดทางการค้าที่คลี่คลายลง การขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มมีเสถียรภาพ ประกอบกับสภาวะตลาดการเงินที่ผ่อนคลาย ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยให้ลดน้อยลง พร้อมทั้งระบุว่า นโยบายการเงินเป็นไปในรูปแบบที่เหมาะสม ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวในระดับปานกลาง ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ยังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นกับจีนและสหรัฐฯ พร้อมทั้งระบุว่า เครื่องมือด้านอัตราดอกเบี้ยของ Fed นั้นเหลือน้อย จากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ซึ่ง Fed ไม่ต้องการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยแบบติดลบ เมื่อประกอบกับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงที่ผ่านมา อาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในอนาคต

 

  • สิงคโปร์คาดไวรัสทำนักท่องเที่ยวหด 1 ใน 3 จากกรณีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในช่วงต้นปีที่ผ่านมา คณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์คาดว่า จะส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงวันละ 18,000-20,000 คน ซึ่งเป็นผลมาจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และอาจลดลงมากกว่านี้ ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์จะไปในทิศทางใด โดยสิงคโปร์มีรายได้จากนักท่องเที่ยวจีน 3.6 ล้านคน หรือราวร้อยละ 20 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด อย่างไรก็ดี คณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์มองว่า สิงคโปร์ไม่ได้พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนมากเกินไปเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ ขณะที่ไทยมีนักท่องเที่ยวจีนถึงร้อยละ 28 หรือเวียดนามมีมากถึง 1 ใน 3

 

  • สหภาพยุโรปเดินหน้าหวังปิดดีลการค้าเวียดนาม โดยเตรียมลงมติเปิดข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับเวียดนามในคืนวันนี้ หลังจากที่เวียดนามมีมาตรการที่พัฒนามากขึ้นต่อกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสวัสดิการแรงงาน โดยภายใต้ข้อตกลงการค้าดังกล่าว อาจมีการปรับลดภาษีศุลกากรระหว่างประเทศสูงสุดถึง 99% พร้อมกันนั้นยังได้เตรียมดำเนินการยกเลิกโครงการ Everything But Arms (EBA) ซึ่งเป็นโครงการสำหรับประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก 48 ประเทศ ต่อกัมพูชา จากการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งกัมพูชานั้นเป็นประเทศที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากบังกลาเทศที่มีมูลค่าการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปถึง 5,250 ล้านยูโร ในปี 2019

 

  • ตำแหน่งงานว่างสหรัฐฯ ผิดคาดต่ำสุดในรอบ 2 ปี โดยวานนี้สหรัฐฯ ประกาศตัวเลขตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOLTs) ประจำเดือนธันวาคม 2019 ออกมาที่ 6.423 ล้านตำแหน่ง ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2017 ต่ำกว่าคาดที่ระดับ 7.0 ล้านตำแหน่ง ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2019 ที่ระดับ 6.787 ล้านตำแหน่ง อย่างไรก็ตามตัวเลขการลาออกจากงานโดยสมัครใจอยู่ที่ระดับ 3.5 ล้านตำแหน่ง ทรงตัวที่ 2.3% สะท้อนมุมมองการเปลี่ยนแปลงงานของแรงงานที่สามารถหางานรายได้ดีได้มากขึ้นยังอยู่ในระดับทรงตัว

 

สรุปภาพรวมตลาดวานนี้

  • ดัชนี Dow Jones ปรับตัวลงเล็กน้อย ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง จากการที่ตลาดคลายความกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่เริ่มชะลอตัว รวมไปถึง เจอโรม พาวเวลล์ ที่แสดงความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในส่วนภาคการบริโภคภายในประเทศที่ยังแข็งแกร่ง ส่งผลให้นักลงทุนยังคงเข้าซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับตัวขึ้นเช่นกันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกรุนแรงอย่างที่วิตกกัน เป็นแรงหนุนให้กับนักลงทุนกลับเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มยูโรโซนมากขึ้น

 

  • ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นจากการที่ตลาดคลายความกังวลต่อการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา ส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันยังขยายตัว และลดการเกิดภาวะน้ำมันล้นตลาดได้ ด้านราคาทองคำกลับมาปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 5 วันทำการ หลังตลาดคลายความกังวลต่อผลกระทบจากไวรัสโคโรนาข้างต้น ทำให้นักลงทุนเริ่มเทขายทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

 

สหรัฐฯ

  • Dow 30 ปิดที่ 29276.34 ลดลง -0.48 (0%)
  • S&P 500 ปิดที่ 3357.75 เพิ่มขึ้น 5.66 (0.17%)
  • Nasdaq ปิดที่ 9638.94 เพิ่มขึ้น 10.55 (0.11%)

 

ยุโรป

  • DAX ปิดที่ 13627.84 เพิ่มขึ้น 133.81 (0.99%)
  • FTSE 100 ปิดที่ 7499.44 เพิ่มขึ้น 52.56 (0.71%)
  • Euro Stoxx 50 ปิดที่ 3825.84 เพิ่มขึ้น 32.66 (0.86%)
  • FTSE MIB ปิดที่ 24688.89 เพิ่มขึ้น 181.19 (0.74%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 ปิดทำการ
  • S&P/ASX 200 ปิดที่ 7055.3 เพิ่มขึ้น 42.8 (0.61%)
  • Shanghai ปิดที่ 2901.67 เพิ่มขึ้น 11.18 (0.39%)
  • SZSE Component ปิดที่ 10768.63 เพิ่มขึ้น 40 (0.38%)
  • China A50 ปิดที่ 13603.43 เพิ่มขึ้น 182.6 (1.36%)
  • Hang Seng ปิดที่ 27583.88 เพิ่มขึ้น 342.54 (1.26%)
  • Taiwan Weighted ปิดที่ 11664.04 เพิ่มขึ้น 89.97 (0.78%)
  • SET ปิดที่ 1523.93 ลดลง -11.31 (-0.74%)
  • KOSPI ปิดที่ 2223.12 เพิ่มขึ้น 22.05 (1.01%)
  • IDX Composite ปิดที่ 5954.4 เพิ่มขึ้น 2.31 (0.04%)
  • BSE Sensex ปิดที่ 41216.14 เพิ่มขึ้น 236.52 (0.58%)
  • PSEi Composite ปิดที่ 7439.4 เพิ่มขึ้น 8.54 (0.12%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 50.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.55 (1.11%)
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปิดที่ 54.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.99 (1.86%)
  • ราคาทองคำ ปิดที่ 1567.19 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง -4.87 (-0.31%)

 

 

อ้างอิง: 

  • Infoquest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories