×

Fed เพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้สู่ระดับ 3.4% พร้อมส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในปี 2023 เร็วกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ฉุดหุ้นสหรัฐฯ ร่วง

17.06.2021
  • LOADING...
Fed

ผลการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ระบุชัดว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2023 เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และผลกระทบของวิกฤตดังกล่าวต่อสภาพเศรษฐกิจเริ่มลดลง

 

โดยเสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมการ Fed มองว่า จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้ง ในปี 2023 และมีเพียง 5 ราย คาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยตลอดปี 2023 ขณะที่อีก 7 ราย คาดว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในปีดังกล่าว

 

ทั้งนี้ ที่ประชุม Fed มีมติเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ตามที่ตลาดคาดการณ์กันไว้ก่อนหน้า แต่กลับส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าเดิม จากเดิมที่ระบุว่า Fed จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงปี 2024 ในการประชุมเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

รายงานระบุว่า ทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยบวกกับการคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะสูงกว่าเป้าที่ Fed ตั้งไว้ที่ 2% เป็นเวลา 3 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่มากขึ้นเรื่อยๆ ของคณะกรรมการนโยบายการเงินของ Fed

 

ขณะที่แถลงการณ์ของ Fed ฉบับล่าสุดยืนยันว่า Fed จะคอยจับตาดูการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์เศรษฐกิจที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน ก่อนจะปรับเปลี่ยนจุดยืนนโยบายการเงินเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจอีกครั้ง

 

ขณะเดียวกันนอกจากจะคงอัตราดอกเบี้ยแล้ว Fed ระบุว่า จะยังคงโครงการซื้อคืนพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อย่างน้อย 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน โดย Fed จะซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ วงเงิน 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน และซื้อตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ในวงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ในส่วนของการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม Fed ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีนี้จากคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนมีนาคมที่ระดับ 6.5% มาอยู่ที่ 7% แต่คงตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวที่ 3.3% ในปี 2022 ขณะที่ปรับเพิ่มตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2023 จาก 2.2% ขึ้นมาอยู่ที่ 2.4%

 

ด้านอัตราเงินเฟ้อ Fed ได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้สู่ระดับ 3.4% จากเดิมที่ 2.4% และเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อสู่ระดับ 2.1% และ 2.2% ในปี 2022 และ 2023 ตามลำดับ และคงคาดการณ์อัตราว่างงานที่ระดับ 4.5% ในปีนี้ และลดลงสู่ระดับ 3.8% และ 3.5% ในปี 2022 และ 2023 ตามลำดับ

 

สัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดส่งผลให้ตลาดหุ้น Wall Street สหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (16 มิถุนายน) ปิดตลาดปรับตัวในแดนลบ เนื่องจากผลการประชุมของ Fed ทำให้นักลงทุนอดหวาดวิตกต่อสถานการณ์เงินเฟ้อไม่ได้

 

โดยดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones ปรับตัวลดลง 265.66 จุด หรือ 0.77% ปิดที่ 34,033.67 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 22.89 จุด หรือ 0.54% ปิดที่ 4,223.70 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 33.17 จุด หรือ 0.24% ปิดที่ 14,039.68 จุด

 

ขณะที่ในตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.54% จาก 1.50%

 

ในส่วนของราคาน้ำมันยังคงขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ติดต่อกันแล้ว รับสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 3 เซนต์ ปิดที่ 72.15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 40 เซนต์ ปิดที่ 74.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นับเป็นราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงในรอบหลายปี

 

ด้านราคาทองคำปรับตัวลดลงมากกว่า 1% โดยราคาทองคำแท่งลดลง 1.1% มาอยู่ที่ 1,839.06 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งนอกจากจะเป็นผลจากผลการประชุม Fed แล้ว ราคาทองคำยังได้รับผลกระทบจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

 

ขณะนี้นักลงทุนในตลาดต่างเฝ้ารอแถลงการณ์ของ เจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed เพื่อยืนยันท่าทีและความชัดเจนของ Fed อีกครั้ง

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories