×

เบรก 5 สัปดาห์ นำพา F1 ที่คุ้นตา กลับมาในไมอามี สปรินต์เรซ

03.05.2026
  • LOADING...
แลนโด นอร์ริส นักขับทีม แมคลาเรน ขับรถแข่ง F1 สีส้ม ทะยานคว้าชัยในศึกไมอามี สปรินต์เรซ

แลนโด นอร์ริส นักขับสหราชอาณาจักรของ แมคลาเรน คว้าชัยชนะในการแข่งขันสปรินต์เรซ ที่ ไมอามี ได้อย่างเหนือชั้น โดยมีเพื่อนร่วมทีมอย่าง ออสการ์ ปิอัสทรี ตามมาในอันดับที่ 2 ทำให้ทีมมะละกอ คว้าอันดับ 1-2 ได้สำเร็จ

 

ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2026 ที่ทีมซึ่งคว้าอันดับ 1 ไม่ใช่ทีมเมอร์ซีเดส และ ยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ ฮังกาเรียน กรังด์ปรีซ์ ในเดือนสิงหาคมปีก่อน ที่แฟนๆ ได้เห็น 2 นักขับของทีมแมคลาเรน คว้าอันดับ 1 และ 2 พร้อมกันอีกครั้ง

 

สำหรับอันดับอื่น ๆ ชาร์ล เลอแคลร์ นักขับโมนาโก จากเฟอร์รารี คว้าอันดับ 3 พร้อมเขี่ยนักขับจากซิลเวอร์แอร์โรว์ อย่าง จอร์จ รัสเซลล์ หลุดออกจากท็อป 3

 

ขณะที่ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน จากเรดบูลล์ จบในอันดับ 5 หลังได้อานิสงส์จากการที่ อันโตนิโอ ‘คิมี’ อันโตเนลลี โดนปรับโทษ 5 วินาที จากการผิดกฎแทร็กลิมิต จนหล่นไปรั้งอันดับ 6 และ ลูอิส แฮมิลตัน จบอันดับ 7

 

อย่างที่ THE STANDARD Sport เขียนถึงไปแล้วหลังจบวันแรกในการแข่งขันที่ไมอามี ว่าทั้ง แมคลาเรน, เฟอร์รารี และ เรดบูลล์ ได้นำชุดอัปเกรดครั้งใหญ่มาใช้หลังจากหยุดพักไป 5 สัปดาห์ ซึ่งดูเหมือนจะได้ผลดีมาก

 

แลนโด รักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้ตั้งแต่เริ่ม ส่วนคิมีออกตัวช้าทำให้ตกลงไปอยู่อันดับ 4 เปิดโอกาสให้ปิอัสทรีขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ตามหลังเพื่อนร่วมทีม

 

อีกหนึ่งไฮไลต์ในสปรินต์เรซครั้งนี้ และ อาจจะเป็นส่วนที่หลายคนยกย่องให้สนุกที่สุดด้วย คือการต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่าง แฮมิลตัน และ เวอร์สแตพเพน เพื่อชิงอันดับ 6 ซึ่งเป็นเวอร์สแตพเพนที่รักษาตำแหน่งไว้ได้

 

สุดท้ายเป็นทางแลนโดซึ่งเป็นแชมป์โลกคนปัจจุบัน สามารถควบคุมการแข่งขัน 19 รอบสนามได้อย่างเบ็ดเสร็จ และนี่คือชัยชนะในสปรินต์เรซครั้งที่ 4 ในอาชีพของเขา

 

หากจะถอดบทเรียนหลังสปรินท์เรซ ก็คงพูดได้เต็มปากว่า แมคลาเรน คือเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากการปรับปรุงกฎและอัปเกรดรถ

 

ไม่ใช่แค่แลนโดขับนำแบบม้วนเดียวจบโดยไม่มีแรงกดดัน เพราะทาง ปิอัสทรี เองก็สามารถต้านทานแรงกดดันจาก เลอแคลร์ และคว้าอันดับ 2 ช่วยให้ทีมแมคลาเรนได้ครองอันดับ 1-2 เป็นครั้งแรกในปี 2026

 

ส่วนแม็กซ์ แม้จะได้อันดับ 5 แต่ถือเป็นผลลัพธ์เชิงบวกสำหรับเรดบูลล์ เนื่องจากความเร็วของรถเริ่มดีขึ้น การจัดการยางทำได้ยอดเยี่ยม และสามารถกดดันรถของเมอร์ซีเดสได้ในช่วงท้ายด้วย

 

ในทางกลับกันทีมดาวเงินสิ้นสุดสถิติการชนะรวดในปี 2026 เนื่องจากขาดความเร็วในระดับที่จะขึ้นโพเดียมได้ และหากสังเกตดีๆ จะพบว่า ทางจอร์จ รัสเซลล์ เอง ก็ยังประสบปัญหาความเร็วตกในช่วงท้ายด้วย

 

แถม คิมี อันโตเนลลี ออกตัวได้ไม่ดีนัก ขับผิดพลาดหลายครั้ง และโดนโทษปรับเวลาจากการทำผิดกฎแทรกลิมิต จนอันดับร่วงจาก 4 ลงมาอยู่ที่ 6

 

แต่ถึงอย่างนั้น นักขับดาวรุ่งชาวอิตาเลียน ก็ยังมาแก้ตัวได้สำเร็จ หลังคว้าตำแหน่ง โพล ในรอบควอลิฟาย เพราะเขาสามารถทำเวลามาเป็นอันดับ 1 ได้ด้วยเวลาต่อรอบที่ 1 นาที 27.798 วินาที

 

การออกสตาร์ทในตำแหน่งหัวแถวของ คิมี ยังทำให้ในเรซที่ไมอามี ทีมเมอร์ซีเดส ยังมีโอกาสคว้าชัยเป็นเรซที่ 4 ติดต่อกันอยู่ เพียงแต่มันอาจจะไม่ง่ายเหมือน 3 เรซที่ผ่านมา

 

แต่ที่น่าประทับใจ คือ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ที่เร่งเครื่องในช่วงท้าย ขึ้นมาครองอันดับ 2 และได้สตาร์ทเป็นแถวแรกในรอบเมนเรซ และทำให้ เลอแคลร์ ต้องหล่นไปสตาร์ทในแถวที่ 2 อันดับ 3 แทน

 

แมคลาเรน ก็ยังมีลุ้นขึ้นโพเดียมในสนามนี้ หลัง แลนโด ทำเวลาเข้ามาเป็นอันดับที่ 4 เหนือกว่า จอร์จ รัสเซลล์ ที่สตาร์ตกริดที่ 5 โดยกริดที่ 6 เป็น ลูอิส แฮมิลตัน และกริดที่ 7 เป็นออสการ์ ปิอัสทรี

 

จะเห็นว่า 7 อันดับแรก เป็น 7 นักขับตัวท็อปจากทีมชั้นนำ แบบที่ F1 ควรจะเป็น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การปรับจูนของแต่ละทีม รวมไปถึงกฎของ F1 ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทางมากขึ้นในไมอามี

 

อย่างไรก็ตาม มีอีกหนึ่งประเด็นที่อาจจะต้องพูดถึงก่อนการแข่งขันในรอบเมนเรซ นั่นคือ การประกาศสถานะ ‘Rain Hazard’ โดย FIA ซึ่งเป็นมาตรการใหม่ที่นำมาใช้ในปีนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาวะอากาศที่ไม่แน่นอน

 

ตามกฎระเบียบของ FIA ข้อ B1.5 11 สถานะนี้จะถูกประกาศเมื่อบริการพยากรณ์อากาศอย่างเป็นทางการระบุว่ามีโอกาสเกิดฝนตกมากกว่า 40% ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของการแข่งขัน

 

สำหรับในศึก ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ในช่วงเช้ามืดคืนนี้ มีการคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงที่จะเกิดฝนตกในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันแข่งขันจริง

 

โดยปกติแล้ว ทีมแข่งจะไม่สามารถปรับแต่งเซตอัพรถได้ระหว่างรอบควอลิฟายด์และการแข่งขันจริง แต่เมื่อมีการประกาศ ‘Rain Hazard’ ทีมจะได้รับอนุญาตให้ปรับเปลี่ยนบางอย่างได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

 

โดยเงื่อนไขการปรับแต่งที่อนุญาต ได้แก่ ทีมสามารถปรับความสูงของรถได้เพื่อป้องกันการสึกหรอที่มากเกินไปของแผ่นรองใต้ท้องรถ นอกจากนี้ แต่ละทีมยังได้รับอนุญาตให้ปรับมุมของปีกหน้าได้ด้วย

 

นอกเหนือจากเรื่องฝนแล้ว รัฐฟลอริดายังมีระเบียบที่เข้มงวดมากเกี่ยวกับพายุฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่า หากมีการตรวจพบฟ้าผ่าในระยะประมาณ 13 กิโลเมตรจากสนาม การแข่งขันหรือกิจกรรมกลางแจ้งจะต้องถูกระงับทันทีเพื่อความปลอดภัย

 

นอกจากนี้ พายุในฟลอริดายังสามารถก่อตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็วเหนือพื้นที่สนามโดยแทบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งสัปดาห์

 

ดังนั้นแล้ว สำหรับแฟนๆ ที่จะตื่นขึ้นมาดูในเวลาตี 3 อาจจะต้องเผื่อใจและเผื่อเวลาที่การแข่งขันอาจจะถูกระงับระหว่างแข่งขันเอาไว้ด้วย

 

แต่ในทางกลับกัน ฝนตกและถนนเปียก ก็น่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้การแข่งขันที่ไมอามี คาดเดาไม่ได้ยิ่งกว่าเดิม ถ้าหากมีฝนตกลงมาจริงๆ

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising