การประมูลโครงการหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Passport ระยะที่ 4 กำลังเผชิญข้อทักท้วง หลังบริษัท จันวาณิชย์ จำกัด ได้รับการประกาศเป็นผู้ชนะด้วยวงเงิน 7,289.91 ล้านบาท แต่ผู้เข้าร่วมประมูลอีก 3 รายยื่นอุทธรณ์ โดยตั้งคำถามตั้งแต่คะแนนประเมิน ข้อเสนอราคา ไปจนถึงการตรวจสอบคุณสมบัติและเหตุผลในการตัดสิทธิ์ผู้แข่งขันบางราย
ประเด็นสำคัญ
- โครงการพาสปอร์ตเฟส 4 ครอบคลุมอะไร
- ปมคะแนน: เหตุใดตัวเลขที่คู่แข่งได้รับจึงต่างจากผลประกาศ
- ปมราคา: ข้อเสนอที่ต่ำกว่าถูกตัดออกเพราะอะไร
- ปมคุณสมบัติและเอกสาร: จุดตัดสินที่ต้องเห็นเหตุผล
- ขอบเขตใบรับรองและผู้ประเมิน อีกสองประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม
- กต. ยืนยันโปร่งใส ผ่านประชาพิจารณ์ 4 ครั้ง มีผู้สังเกตการณ์ทุกขั้นตอน
- อีกโจทย์คือรอยต่อบริการพาสปอร์ตต้นปี 2570
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศออกมาชี้แจงเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 ยืนยันว่ากระบวนการดำเนินไปตามกฎหมาย มีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้สังเกตการณ์ภายนอกเข้าร่วม พร้อมรับเรื่องอุทธรณ์ไว้พิจารณา และเตรียมเจรจาผู้ให้บริการรายเดิมเพื่อให้บริการหนังสือเดินทางต่อเนื่องระหว่างเปลี่ยนผ่าน
ข้อพิพาทครั้งนี้จึงมีเรื่องที่ต้องติดตามควบคู่กันสองด้าน คือเหตุผลและหลักฐานที่รองรับผลการคัดเลือกผู้ชนะ กับแผนรองรับบริการประชาชนในช่วงที่โครงการใหม่ยังไม่พร้อมดำเนินการ
โครงการพาสปอร์ตเฟส 4 ครอบคลุมอะไร
โครงการ e-Passport ระยะที่ 4 เป็นการว่าจ้างเอกชนดูแลระบบรับคำร้องและผลิตหนังสือเดินทาง ครอบคลุมทั้งระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์รับคำขอ การบันทึกข้อมูลผู้ยื่นคำร้อง เช่น ภาพถ่ายและลายนิ้วมือ ตลอดจนการจัดพิมพ์ข้อมูลเฉพาะบุคคลลงในเล่มหนังสือเดินทาง
ผู้เข้าร่วมประมูลมีทั้งหมด 4 ราย ได้แก่ บริษัท จันวาณิชย์ จำกัด กิจการค้าร่วม FTP 159 กิจการค้าร่วม TST และกิจการร่วมค้า INTN ก่อนมีการประกาศให้จันวาณิชย์เป็นผู้ชนะในช่วงต้นเดือนตุลาคม ด้วยวงเงิน 7,289.91 ล้านบาท
หลังประกาศผล ผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้รับการคัดเลือกเริ่มตั้งข้อทักท้วง กระทั่งมีรายงานว่าทั้ง 3 รายยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยกระทรวงการต่างประเทศยืนยันในเวลาต่อมาว่าได้รับหนังสืออุทธรณ์แล้ว
ปมคะแนน: เหตุใดตัวเลขที่คู่แข่งได้รับจึงต่างจากผลประกาศ
ข้อสงสัยสำคัญเริ่มจากข้อมูลคะแนนที่ผู้เข้าประมูลนำมาอ้าง ซึ่งระบุว่า กิจการค้าร่วม FTP 159 ได้ 98.64 คะแนน บริษัท จันวาณิชย์ จำกัด ได้ 97.18 คะแนน กิจการค้าร่วม TST ได้ 95.09 คะแนน และกิจการร่วมค้า INTN ได้ 89.30 คะแนน
ฝ่ายผู้ทักท้วงจึงตั้งคำถามว่า เหตุใด FTP 159 ซึ่งมีตัวเลขคะแนนสูงกว่าจันวาณิชย์ จึงไม่ได้รับการคัดเลือก ขณะที่ประกาศผลตามที่ปรากฏในรายงานข่าวระบุว่า จันวาณิชย์เป็นผู้ได้รับคะแนนรวมสูงสุด
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขชุดนี้ยังต้องตรวจสอบกับเอกสารการประเมินฉบับเต็มว่าเป็นคะแนนประเภทใด เป็นคะแนนด้านเทคนิค คะแนนจากการทดสอบระบบ หรือคะแนนรวมหลังถ่วงน้ำหนักราคาและประสิทธิภาพแล้ว รวมถึงผู้ที่ได้รับคะแนนแต่ละรายผ่านเงื่อนไขคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่
ความแตกต่างระหว่างตัวเลขที่ผู้ประมูลนำมาอ้างกับผลประกาศ จึงยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่ามีการให้คะแนนผิด แต่เป็นประเด็นที่ต้องอธิบายด้วยตารางคะแนน วิธีคำนวณ และเหตุผลประกอบการจัดอันดับ เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่าตัวเลขแต่ละชุดเชื่อมโยงกับผลตัดสินอย่างไร
ปมราคา: ข้อเสนอที่ต่ำกว่าถูกตัดออกเพราะอะไร
อีกประเด็นคือราคาที่รัฐจะจ่าย โดยรายงานผู้จัดการออนไลน์เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม อ้างแหล่งข่าวจากผู้เข้าร่วมประมูลว่า ผู้ชนะเสนอราคาเกือบสูงที่สุดในกลุ่ม และมีข้อเสนอจากคู่แข่งที่ต่ำกว่ามากกว่า 1,500 ล้านบาท
ตัวเลขส่วนต่างดังกล่าวยังเป็นข้อมูลจากฝ่ายผู้ทักท้วง ซึ่งต้องตรวจสอบกับข้อเสนอราคาของแต่ละราย ขอบเขตงาน และผลการพิจารณาคุณสมบัติ ก่อนจะสรุปได้ว่าข้อเสนอเหล่านั้นสามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ครบถ้วนหรือไม่
กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า โครงการนี้กำหนดน้ำหนักข้อเสนอด้านราคา 30% และด้านประสิทธิภาพ 70% โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและการยอมรับหนังสือเดินทางไทยในระดับสากล
ภายใต้เกณฑ์ที่กระทรวงฯ อธิบาย ราคาจึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการตัดสิน แต่ข้อชี้แจงเรื่องสัดส่วนคะแนนยังต้องพิจารณาควบคู่กับคำถามเฉพาะว่า ผู้เสนอราคาต่ำกว่าไม่ผ่านเงื่อนไขข้อใด และผลการประเมินประสิทธิภาพทำให้ข้อเสนอของผู้ชนะได้รับการจัดอันดับอย่างไร
นอกจากนี้ ราคาที่เอกชนเสนอให้รัฐในโครงการจัดซื้อจัดจ้าง ต้องแยกจากค่าธรรมเนียมที่ประชาชนชำระเมื่อขอหนังสือเดินทาง ข้อมูลราคาประมูลเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่หลักฐานว่าจะมีการปรับค่าธรรมเนียมประชาชน
ปมคุณสมบัติและเอกสาร: จุดตัดสินที่ต้องเห็นเหตุผล
ฝ่ายผู้ทักท้วงยังตั้งคำถามถึงการตัดสิทธิ์ผู้เสนอราคาบางรายจากข้อบกพร่องด้านเอกสาร โดยเห็นว่าควรเปิดโอกาสให้ชี้แจงหรือยื่นข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมอ้างว่าแต่ละรายลงทุนเตรียมระบบต้นแบบสำหรับการทดสอบ หรือ Proof of Concept: PoC เป็นเงินประมาณ 20-30 ล้านบาท
ประเด็นที่ต้องตรวจสอบจึงอยู่ที่เอกสารซึ่งถูกระบุว่าบกพร่องนั้นเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติข้อใด มีผลต่อสาระสำคัญของข้อเสนออย่างไร และเงื่อนไขการประกวดราคากำหนดกระบวนการพิจารณาไว้เช่นใด
การลงทุนเตรียมระบบหรือการได้รับคะแนนทดสอบ ไม่ได้ให้คำตอบโดยตัวมันเองว่าผู้ประมูลผ่านเงื่อนไขทุกข้อแล้ว ขณะเดียวกัน การระบุเพียงว่าเอกสารไม่ครบก็ยังไม่ทำให้สาธารณชนเข้าใจเหตุผลของการตัดสิทธิ์ หากไม่มีรายละเอียดว่าขาดสิ่งใดและส่งผลต่อการพิจารณาอย่างไร
ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ชนะ ก็ต้องตรวจสอบจากเอกสารที่ยื่นจริงและข้อกำหนดใน TOR เช่นเดียวกัน โดยยังไม่อาจถือข้อกล่าวอ้างของผู้แข่งขันเป็นข้อยุติได้
ขอบเขตใบรับรองและผู้ประเมิน อีกสองประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม
ข้อมูลสรุปข่าวที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ยังหยิบยกข้อสังเกตเกี่ยวกับใบรับรอง ISO 14298:2021 โดยอ้างว่าขอบเขตผลิตภัณฑ์ที่ปรากฏในฐานข้อมูลการรับรองของบริษัทในกลุ่มจันวาณิชย์ ไม่ปรากฏรายการหนังสือเดินทาง และนิติบุคคลที่มีชื่อในใบรับรองเป็นคนละบริษัทกับผู้ได้รับการประกาศเป็นผู้ชนะ
ข้อสังเกตนี้ต้องตรวจสอบอย่างน้อยสามส่วน ได้แก่ TOR กำหนดให้ใครเป็นผู้ถือใบรับรอง ผู้ประมูลยื่นใบรับรองของนิติบุคคลใด และขอบเขตการรับรองที่ยื่นตรงกับงานซึ่งต้องดำเนินการหรือไม่ การอ้างข้อมูลใบรับรองบางส่วนจึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าผู้ชนะขาดคุณสมบัติ
อีกด้านหนึ่ง แหล่งข่าวผู้เข้าประมูลตั้งข้อสงสัยถึงความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการ และบทบาทของบุคคลที่เข้ามาช่วยพิจารณาด้านเทคนิค
กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงในประเด็นโครงสร้างการพิจารณาว่า มีคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยข้าราชการกระทรวงฯ และผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัย ช่วยสนับสนุนความเห็นด้านเทคนิคแก่คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา
สิ่งที่จะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยส่วนนี้ คือคำสั่งแต่งตั้ง ขอบเขตหน้าที่ และเอกสารที่แสดงว่าคณะทำงานให้ความเห็นอย่างไร ส่วนคณะกรรมการผู้มีอำนาจใช้เหตุผลใดในการตัดสิน
กต. ยืนยันโปร่งใส ผ่านประชาพิจารณ์ 4 ครั้ง มีผู้สังเกตการณ์ทุกขั้นตอน
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า การประกวดราคาเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงฯ ระบุว่า การกำหนดเงื่อนไขคำนึงถึงมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO และมาตรฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หนังสือเดินทางไทยมีความปลอดภัยเหมาะสมกับความท้าทายในปัจจุบัน
สำหรับการจัดทำ TOR กระทรวงฯ เชิญผู้แทนหน่วยงานภายนอกและผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วม พร้อมจัดทำประชาพิจารณ์ 4 ครั้ง และนำความคิดเห็นของผู้ร่วมประมูลทุกรายมาพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไข
ส่วนการประกวดราคาใช้วิธี e-Bidding และเข้าร่วมโครงการข้อตกลงคุณธรรม โดยมีผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันเข้าร่วมตั้งแต่การจัดทำ TOR จนถึงขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง
กระทรวงฯ ยืนยันว่าจะพิจารณาหนังสืออุทธรณ์จากทั้ง 3 รายอย่างรอบคอบตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงที่เผยแพร่ครั้งนี้ยังไม่ได้แสดงรายละเอียดการคำนวณคะแนนรายบริษัท เหตุผลการตัดสิทธิ์แต่ละราย หรือเอกสารคุณสมบัติที่เป็นข้อโต้แย้ง จึงยังต้องติดตามคำอธิบายเฉพาะประเด็นจากกระบวนการพิจารณาอุทธรณ์
อีกโจทย์คือรอยต่อบริการพาสปอร์ตต้นปี 2570
นอกเหนือจากข้อพิพาทเรื่องผลประมูล สิ่งที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรงคือความพร้อมของบริการในช่วงเปลี่ยนผ่าน
แหล่งข่าวจากบริษัทผู้ร่วมประมูลให้ข้อมูลว่า สัญญาผู้ให้บริการเดิมได้รับการขยายออกไป 6 เดือนจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2570 และอ้างว่าไม่สามารถขยายภายใต้เงื่อนไขเดิมได้อีก ขณะที่การเตรียมระบบของผู้รับจ้างใหม่อาจต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี
ข้อมูลเรื่องข้อจำกัดการขยายสัญญายังต้องตรวจสอบจากสัญญาและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง แต่กระทรวงการต่างประเทศยืนยันแล้วว่า กระบวนการต่างๆ ของโครงการระยะที่ 4 ยังต้องใช้เวลาดำเนินการอีก 1 ปี จึงอยู่ระหว่างเจรจาจัดซื้อจัดจ้างการผลิตหนังสือเดินทางเพิ่มเติมจากผู้ให้บริการรายเดิม เพื่อให้บริการต่อเนื่องและไม่กระทบประชาชน
สถานะที่กระทรวงฯ ระบุจึงเป็นการดำเนินการเจรจารองรับช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยยังต้องติดตามข้อตกลง ระยะเวลา และกำลังการผลิตที่จะรองรับความต้องการระหว่างรอโครงการใหม่
ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอให้สรุปว่าประชาชนจะทำหนังสือเดินทางไม่ได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2570 ข้อกังวลดังกล่าวเป็นความเสี่ยงที่ฝ่ายผู้ทักท้วงหยิบยกขึ้นมา ส่วนกระทรวงฯ ยืนยันว่ากำลังดำเนินการป้องกันผลกระทบ
เอกสารใดจะช่วยคลี่คลายข้อพิพาท
คำตอบของการประมูลครั้งนี้ต้องอาศัยเอกสารที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ TOR และเงื่อนไขคุณสมบัติ ผลตรวจเอกสารของผู้เสนอราคาทั้ง 4 ราย คะแนนแต่ละองค์ประกอบ วิธีถ่วงน้ำหนักราคาและประสิทธิภาพ ไปจนถึงเหตุผลประกอบการคัดเลือกและผลพิจารณาอุทธรณ์
สำหรับประชาชน ยังมีอีกชุดข้อมูลที่ควรติดตาม คือแผนให้บริการระหว่างเปลี่ยนผ่าน กำหนดเริ่มดำเนินงานของโครงการใหม่ และค่าใช้จ่ายในการจัดหาบริการเพิ่มเติมจากรายเดิม
การยื่นอุทธรณ์ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าการประมูลไม่ชอบ ขณะเดียวกัน การยืนยันว่ากระบวนการโปร่งใสก็ยังต้องมีรายละเอียดรองรับคำถามที่เกิดขึ้น การเปิดเผยเหตุผลและหลักฐานเท่าที่ทำได้จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้ผลการคัดเลือกตรวจสอบได้ และสร้างความชัดเจนว่าบริการหนังสือเดินทางจะดำเนินต่อไปอย่างไร


