×

เลือกตั้ง 2566 : กกต. พร้อมส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทั้ง 400 เขต ส่วนบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทยอยถึงไทย 12 พ.ค. เตือนโซเชียลหยุดสร้างข่าวเท็จให้การเลือกตั้งสกปรก

โดย THE STANDARD TEAM
11.05.2023

วันนี้ (11 พฤษภาคม) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้สำนักงาน กกต. ได้ส่งบัตรที่จะใช้เลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ไปถึงทั้ง 400 เขตเรียบร้อยแล้ว และวันนี้ได้ส่งบัตรออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดย กกต. และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้ตรวจสอบความถูกต้องของทุกซอง แล้วจะส่งไปยังทุกหน่วยเลือกตั้งทุกเขต รวมถึงส่งบัตรออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ส่งกลับมาแล้วทั้งหมด 91 สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 96 เหลือเพียง 3 สถานทูต คือ 1. สถานทูตกรุงพริทอเรีย แอฟริกาใต้ 2. สถานทูตกรุงมาปูโต ประเทศโมซัมบิก และ 3. สถานทูตกรุงเม็กซิโก ประเทศเม็กซิโก โดย 2 สถานทูตแรกจะมาถึงในวันนี้ ส่วนของเม็กซิโกจะถึงวันที่ 12 พฤษภาคม ซึ่งจะดำเนินการคัดแยกและส่งไปยัง 400 เขตในวันที่ 12 พฤษภาคมต่อไป 

 

แสวงกล่าวต่อไปว่า ช่วงนี้มีการทำข่าวเท็จ ข่าวบิดเบือน ซึ่ง กกต. ตรวจสอบพบกว่า 100 เรื่อง ยกตัวอย่างเช่น มีการแชร์คลิปวิดีโอขณะเจ้าหน้าที่กำลังเซ็นชื่อในเล่มบัตรเลือกตั้ง แต่โซเชียลมีเดียกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่กำลังกาบัตร ซึ่งในข้อเท็จจริงบัตรเลือกตั้งที่ปรากฏเป็นบัตรที่ กกต. จัดส่งไปยัง 400 เขต และประธานอนุกรรมการเขตกำลังรับมอบบัตร โดยเซ็นหน้าปกบัตรตามระเบียบ กกต. เพื่อส่งมอบให้กับกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ซึ่งจะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้พลิกเอกสารหรือกาในบัตรลงคะแนนแต่อย่างใด การที่เราได้เห็นภาพนี้เพราะสำนักงาน กกต. ได้สั่งให้ถ่ายวิดีโอเพื่อไม่ให้ใครนำบัตรไปทำอะไร แต่กลับมีการนำภาพดังกล่าวไปบิดเบือนว่าสำนักงาน กกต. กำลังกาบัตร เป็นต้น ขณะนี้สำนักงาน กกต. กำลังดำเนินการกับผู้ที่ปล่อยข่าวเท็จเหล่านี้แล้ว 

 

“อยากขอว่าท่านจะรู้สึกอย่างไรก็สามารถแสดงความเห็นได้ แต่อย่าบิดเบือนทำให้การเลือกตั้งให้สกปรก เพราะการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยเราอยู่กันด้วยความจริงและใช้เหตุผล ไม่ใช่อยู่บนความรู้สึกนึกคิดที่ขาดหลักการ เราควรรักษาการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นทางออกของประเทศ ก็ขอให้รักษาการเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย” แสวงกล่าว 

 

ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) แสวงกล่าวว่า ตนยังไม่เห็นคำร้อง ซึ่งเรื่องนี้เป็นการร้องเกี่ยวกับคุณสมบัติ มีขั้นตอนตามกฎหมาย มีอยู่ 3 ช่วง คือ ช่วงก่อนวันเลือกตั้ง ช่วงหลังวันเลือกตั้ง และช่วงประกาศผลการเลือกตั้ง โดยก่อนการเลือกตั้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มาตรา 61 ถ้า กกต. ตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่มีคุณสมบัติ ให้ยื่นต่อศาลฎีกาพิจารณา ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาเพียง 2 วัน แต่หากดำเนินการไม่ทัน หลังการเลือกตั้ง ก่อนการประกาศผล ถ้าเห็นว่าผู้นั้นมีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้ง กกต. ก็จะมีมติให้ดำเนินคดีอาญามาตรา 151 ฐานรู้อยู่แล้วว่าไม่มีคุณสมบัติในการสมัครแต่ก็ยังลงสมัคร ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่เป็นเหตุให้นำไปสู่การไม่ประกาศผลการเลือกตั้ง ดังนั้นก็ต้องประกาศผลให้เป็น ส.ส. ไปก่อน จากนั้นจะเป็นการดำเนินการหลังการประกาศผลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ซึ่งได้กำหนดช่องทางในการดำเนินการไว้ ทั้งให้ ส.ส. หรือสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เข้าชื่อ ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือ กกต. เป็นผู้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไม กกต. ไม่ยื่นให้ศาลฎีกาพิจารณาดำเนินการก่อนการเลือกตั้ง เพราะถ้ายื่นหลังการเลือกตั้งจะมีผลกระทบมากกว่า แสวงกล่าวว่า ทุกอย่างมีกระบวนการที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา เมื่อมีเรื่องร้องเรียน สำนักงาน กกต. ก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน ต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงข้อกล่าวหาก่อนนำเสนอให้ กกต. พิจารณา ซึ่งต้องใช้เวลา อย่างเช่นวันนี้หน่วยงานที่ กกต. ได้ขอความร่วมมือในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งเพิ่งส่งข้อมูลล่าสุดมาให้ พบว่ามีผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อคนหนึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย แต่ กกต. เห็นว่าจำเป็นต้องให้ความเป็นธรรมและได้ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติก่อน จึงให้สำนักงาน กกต. ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าคำสั่งล้มละลายยังมีผลอยู่หรือไม่ และผู้ถูกกล่าวหาได้ดำเนินการในเรื่องของการต่อสู้อย่างไรหรือไม่ จากนั้นกรรมการค่อยมาพิจารณาเรื่องการยื่นต่อศาล ดังนั้นจึงต้องแยกเรื่องกระบวนการให้ความเป็นธรรมกับผลกระทบออกจากกัน


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising