วันนี้ (6 มิถุนายน) พรรคเศรษฐกิจ นำโดย คริส โปตระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและประธานพรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วย พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อเปิดเผยข้อมูลและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันภายในโครงสร้างการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร ภายใต้การนำของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
การตั้งข้อสังเกตถึง ‘ระบอบอากง’ และกระบวนการซื้อขายตำแหน่ง ในการแถลงข่าว พรรคเศรษฐกิจได้ระบุถึงการมีอยู่ของกลุ่มอำนาจที่เรียกว่าระบอบอากง ซึ่งอ้างว่าเป็นข้าราชการการเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เสมือนผู้บริหารระดับสูง คอยสั่งการอยู่เบื้องหลังสายงานสำคัญ อาทิ สำนักการโยธา สำนักงานตลาด สภากรุงเทพมหานคร และการจัดสรรงบประมาณ โดยมีบุคคลอักษรย่อ ‘ปร.’ เป็นผู้ประสานงานหลัก
ทางพรรคระบุว่า มีกระบวนการเรียกรับผลประโยชน์ในการพิจารณาเลื่อนขั้นจากผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตขึ้นเป็นผู้อำนวยการเขต (ผอ.เขต) โดยผู้ที่ต้องการตำแหน่งต้องเข้าเจรจากับบุคคลอักษรย่อ ‘ปร.’ ที่สถานที่ส่วนตัวย่านสุทธิสาร พร้อมทั้งต้องจ่ายเงินเพื่อแลกกับตำแหน่งสูงถึง 4 ล้านบาท
การหาผลประโยชน์ทับซ้อนเพื่อชดเชยต้นทุนใน 4 ฝ่ายหลัก พรรคเศรษฐกิจเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการชดเชยเงินจำนวน 4 ล้านบาทที่เสียไป ผู้อำนวยการเขตบางรายจำเป็นต้องแสวงหาผลประโยชน์ให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 1 ล้านบาท หรือปีละ 10 ล้านบาท ผ่านการเรียกรับผลประโยชน์จาก 4 ฝ่ายหลักในสำนักงานเขต ได้แก่:
- ฝ่ายเทศกิจ: ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยปล่อยให้มีการตั้งแผงค้าบนทางเท้า แลกกับการเรียกเก็บเงิน 100-500 บาทต่อเดือน หรือเรียกเก็บเงิน 2,000 บาทเพื่อแลกกับการไม่จับกุม รวมถึงการรับประทานอาหารโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งสร้างรายได้เฉลี่ย 300,000-500,000 บาทต่อเขตต่อเดือน
- ฝ่ายรักษาความสะอาด: นำเครื่องจักรและยานพาหนะของทางราชการไปรับงานส่วนตัว อาทิ การนำรถไปตัดต้นไม้ในหมู่บ้านจัดสรร (เรียกเก็บ 25,000 บาท) การสูบสิ่งปฏิกูลในคอนโดมิเนียม (เรียกเก็บหลักหมื่นบาท) และการนำรถไปเก็บขยะตามห้างสรรพสินค้า สร้างรายได้ 300,000-400,000 บาทต่อเขตต่อเดือน
- ฝ่ายสิ่งแวดล้อม: บังคับให้ผู้ประกอบการร้านอาหารจัดซื้อบ่อดักไขมันจากเจ้าหน้าที่ในราคา 10,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดที่ 1,500-2,000 บาท เพื่อแลกกับการผ่านการประเมิน รวมถึงการเก็บเงินจากตู้หยอดเหรียญและใบอนุญาตสะสมอาหาร สร้างรายได้ประมาณ 500,000 บาทต่อเขตต่อเดือน
- ฝ่ายโยธา: ประวิงเวลาการออกใบอนุญาตก่อสร้างหรือต่อเติมอาคาร เพื่อบีบบังคับให้ประชาชนต้องว่าจ้างเจ้าหน้าที่ของเขตในการเขียนแบบ แลกกับการอนุมัติที่รวดเร็ว โดยมีการเรียกรับเงินตั้งแต่ 50,000 ถึง 500,000 บาทต่อใบอนุญาต
นอกจากนี้ ทางพรรคได้หยิบยกประเด็นคำสั่งแต่งตั้งผู้อำนวยการเขตและผู้ตรวจราชการรวม 16 ราย (เมื่อวันที่ 29 กันยายน และ 25 พฤศจิกายน 2566) ซึ่งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (กพค.) ได้มีคำวินิจฉัยในเวลาต่อมาให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากพบว่าหลักเกณฑ์การคัดเลือกไม่เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด
แม้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะมีคำสั่งยกเลิกและย้ายบุคลากรกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่สำนักปลัด กทม. เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2567
แต่พรรคเศรษฐกิจอ้างว่า มีการออกคำสั่งภายใน (คำสั่งที่ 998) ให้บุคคลกลุ่มนี้กลับไปรักษาราชการในพื้นที่เขตเดิมทันที ก่อนที่ กทม. จะดำเนินการสอบคัดเลือกใหม่และประกาศผลอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 9 วันทำการ (16-30 เมษายน) ซึ่งผลปรากฏว่าบุคคลทั้ง 16 รายได้รับการแต่งตั้งกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมทุกประการ
แนวทางแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของพรรคเศรษฐกิจ พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เสนอวิสัยทัศน์และแนวทางในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย
- การแก้ไขกฎหมายคุ้มครองผู้ให้สินบน: เสนอให้ปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญา เพื่อกันผู้ให้สินบ” ไว้เป็นพยานและไม่มีความผิดทางอาญา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่ถูกรีดไถกล้าออกมาให้ข้อมูลและนำไปสู่การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริต
- การบังคับเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน: ข้าราชการตั้งแต่ระดับชำนาญการพิเศษขึ้นไป (เช่น ผู้อำนวยการเขต, ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต, หัวหน้าฝ่าย) ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ หากพบการทุจริตต้องดำเนินการสอบสวน ไล่ออก และดำเนินคดีอาญาทันที
- การยกเลิกค่าธรรมเนียมจัดเก็บขยะ: เสนอนโยบายยกเลิกการเก็บค่าขยะ โดยชี้ให้เห็นว่า กทม. มีต้นทุนการจัดการขยะถึง 7,000 ล้านบาท แต่จัดเก็บรายได้เพียง 400 ล้านบาท ซึ่งแนวทางที่เหมาะสมคือการนำขยะไปแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า ก๊าซชีวภาพ หรือปุ๋ย เพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่องค์กร
ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว พรรคเศรษฐกิจได้เรียกร้องให้ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แสดงความเด็ดขาดในการบริหารงาน โดยเร่งตรวจสอบและกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชันภายในสำนักงานเขตอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความโปร่งใสและเรียกคืนความเชื่อมั่นจากประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร


