ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. 2567 โดยระบุว่า กกต. ได้เริ่มพิจารณาเมื่อวาน และจะมีการพิจารณาทุกวันจันทร์จนกว่าจะเสร็จสิ้น
โดยสาเหตุที่มีการพิจารณาจันทร์เว้นจันทร์ เพื่อให้ กกต. มีเวลาในการตรวจสอบเอกสาร เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมาก จึงมีการวางแผนในการประชุมให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด อาจประชุมเป็นกลุ่มจังหวัด หรือเป็นกลุ่มข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ ณรงค์ยืนยันว่า กกต.พิจารณาอย่างละเอียด จึงไม่สามารถจะประชุมทุกวันได้ จึงมีการประชุมแบบการเว้นจันทร์ ส่วนวันอื่นก็จะประชุมตามวาระปกติ โดยกรอบเวลาวางไว้ 12 ครั้ง หรือ 12 วันจันทร์
“วางแผนไว้จะให้พิจารณาเสร็จโดยเร็ว แต่เนื่องจากมีเอกสารมาก หากเสร็จเร็วอาจจะถูกสังคมมองได้ว่า กกต. ไม่รอบคอบ เพราะ กกต. ทุกคนนำความเห็นของทุกชั้นมาดู และพิจารณาเอกสารด้วยตนเอง จึงทำให้พิจารณาแบบรวบรัดไม่ได้”
พร้อมยกตัวอย่างเมื่อวานนี้ (8 มิถุนายน) ที่มีการพิจารณาคดีของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพียงจังหวัดเดียวใช้เวลาตั้งแต่ 13:00-16:00 น. กว่าจะเสร็จ ซึ่งความจริงวางแผนไว้ว่าจะพิจารณาหลายกลุ่มจังหวัด แต่ด้วยข้อเท็จจริงต่างๆที่ กกต. ซักถามผู้ชี้แจงอย่างละเอียดรอบคอบ จึงต้องใช้เวลา
ส่วนข้อกังวลของฝ่ายค้านและสังคมว่า กกต. จะเป่าคดีฮั้ว สว. นั้น ณรงค์กล่าวว่า เรารู้อยู่ว่าสังคมคาดหวังหรือมองภาพ กกต. อย่างไร ส่วนตัวมองว่า กกต. ชุดนี้มาทำหน้าที่ใหม่ ทุกคนคุยกันว่าเราต้องทำหน้าที่ในกรอบของกฎหมายจริงๆ
“เรารู้ว่าสังคมมองเราอย่างไร แล้วเราก็ไม่อยากให้เกิดภาพนั้น ขอให้มั่นใจ หากสามารถเข้าไปฟังการประชุมได้ก็จะรู้ แต่เนื่องจากกรณีนี้ห้ามบุคคลภายนอกเข้าฟัง” ณรงค์กล่าว
ประธาน กกต. กล่าวด้วยว่า การพิจารณาคดีดังกล่าวจะออกมาเป็นคำวินิจฉัยรวม เนื่องจากทุกคนรู้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทั้งหมด โดยจะมีการลงมติในครั้งเดียว


