วันนี้ (26 มีนาคม) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค บูรณาการกำลังร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วประเทศ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันการกักตุนและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ปฏิบัติการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 มีนาคม 2569 โดยกระจายกำลังเข้าตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย ทั้งกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่และผู้ค้าอิสระ (Jobber) ครอบคลุมพื้นที่ 16 จังหวัด รวม 35 จุดหมายทั่วทุกภูมิภาค
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบทั้ง 4 ภูมิภาค มีผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ ดังนี้:
- พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก: ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 และ 2 เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันรายใหญ่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ชลบุรี พบว่าส่วนใหญ่มีระบบควบคุมสต็อกคอมพิวเตอร์ที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจพบการกระทำความผิด โดยมีการลักลอบเปิดคอกรับซื้อน้ำมัน เถื่อน จำนวน 3 แห่ง จัดเก็บและจำหน่ายน้ำมันดีเซลและเบนซินรวมกว่า 29,000 ลิตร โดยไม่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งขณะนี้เตรียมส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
- พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น, กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ตรวจสอบกลุ่มผู้ค้าอิสระและโรงงานผลิตเอทานอล เพื่อกำกับดูแลการกระจายน้ำมันและป้องกันการลักลอบส่งออกนอกราชอาณาจักร ผลการตรวจสอบพบว่าสถานประกอบการปฏิบัติตามกฎหมาย มีการแสดงป้ายราคาชัดเจน และไม่พบพฤติการณ์เข้าข่ายกักตุน
- พื้นที่ภาคเหนือ: ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 และ 6 กระจายกำลังเข้าตรวจ จ.เชียงราย, ลำปาง, พิจิตร, กำแพงเพชร และตาก มุ่งเน้นการตรวจวัดปริมาณน้ำมันคงเหลือในถังเก็บ เปรียบเทียบกับระบบบัญชีรับ-จ่าย ผลการตรวจสอบไม่พบความผิดปกติหรือการฉวยโอกาสกักตุนน้ำมัน
- พื้นที่ภาคใต้: ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 8, 9 และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการใน จ.สงขลา, สุราษฎร์ธานี และปัตตานี เพื่อติดตามราคาน้ำมันหน้าคลังให้เป็นไปตามประกาศ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะในการวางยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านพลังงาน โดยมีการใช้ระบบตรวจสอบอัตโนมัติควบคู่กับการตรวจเชิงลึก
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อตรวจสอบและกำกับดูแลการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การกระจายน้ำมันเป็นไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และป้องกันการกระทำความผิดที่อาจบ่อนทำลายความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในสภาวะวิกฤต


