วันนี้ (8 มิถุนายน) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีกรณี สุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี น้องชายของสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี หรือเสี่ยตือ คอสโม่ ซึ่งแนวทางการสืบสวนระบุว่าเป็นผู้บริหารที่แท้จริงเบื้องหลัง บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จังหวัดอ่างทอง
โดยสุรัตน์ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาล่วงหน้าเมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา และได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในความผิดฐานร่วมกันปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือกระทำการใดๆ เพื่อให้น้ำมันเชื้อเพลิงมีลักษณะหรือคุณภาพแตกต่างไปจากที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนพิจารณาจากพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า มีพฤติการณ์ที่น่าจะร่วมกันกระทำความผิดกับผู้ถูกกล่าวหา 2 รายก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าผู้ต้องหายังคงมีสิทธิ์อย่างเต็มที่ในการนำพยานหลักฐานเข้ามาชี้แจงและแก้ข้อกล่าวหาตามขั้นตอนของกฎหมาย
ในส่วนของรายละเอียดและพฤติการณ์ทางคดีเกี่ยวกับแหล่งที่มาของน้ำมันจากโรงกลั่น หรือแรงจูงใจในการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อลดต้นทุน ตลอดจนมูลค่าความเสียหายและเม็ดเงินหมุนเวียนจากการค้าขายน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนฯ นั้น ทางดีเอสไอขอสงวนการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเนื่องจากเป็นรายละเอียดภายในสำนวน แต่จากการตรวจสอบพบบันทึกข้อเท็จจริงว่า น้ำมันดังกล่าวมีลักษณะที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด
และมีหลักฐานสำคัญเป็นเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับการรับผลประโยชน์จากนิติบุคคล ซึ่งขัดแย้งกับโครงสร้างกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ไม่เคยปรากฏชื่อของนายสุรัตน์มาโดยตลอด โดยประเด็นการตั้งตัวแทนหรือนอมินีเข้ามาบริหารแทนตนเองนั้น เป็นประเด็นที่พนักงานสอบสวนกำลังเร่งตรวจสอบและขยายผลอย่างใกล้ชิดเพื่อนำมาประกอบการสรุปความเห็นทางคดีต่อไป
นอกจากนี้ พ.ต.ต.วรณัน ยังได้ชี้แจงถึงกรณีการตรวจสอบใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือจำนวน 166 ฉบับ ซึ่งเกิดจากการร้องทุกข์กล่าวโทษของกรมธุรกิจพลังงาน โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติออกหมายเรียกผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งเป็นนิติบุคคลระดับมหาชนจำนวน 6 ราย ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในระหว่างวันที่ 11-12 มิถุนายน 2569
เนื่องจากพนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐานพอสมควรว่า มีการออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันโดยกรอกข้อมูลสำคัญไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ควบคู่ไปกับการเดินหน้าตรวจสอบกรณีบริษัทเจ้าของเรือและเที่ยวเรือจำนวน 99 เที่ยว ที่มีข้อมูลพาดพิงว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับขบวนการน้ำมันล่องหนกลางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานีจำนวนกว่า 60 ล้านลิตร โดยในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 นี้ คณะพนักงานสืบสวนจะจัดประชุมร่วมกันเพื่อสรุปข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมด ก่อนจะดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงและความคืบหน้าให้สื่อมวลชนและสาธารณชนรับทราบอย่างเป็นทางการต่อไป


