×

ดีอาร์ คองโก ประเทศที่ฝ่าคอร์รัปชันและอีโบลา มาเพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาไม่ใช่ไม้ประดับในบอลโลก

18.06.2026
  • LOADING...
นักฟุตบอลทีมชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกในสนามแข่งขันฟุตบอลโลก

นับจากเดือนพฤษภาคม 2026 มาจนถึงปัจจุบัน ยอดผู้เสียชีวิตจากอีโบลา สายพันธุ์ที่พบได้ยากชื่อว่า “Bundibugyo” ซึ่งระบาดอย่างหนักในพื้นที่แอฟริกาตอนกลาง คร่าชีวิตชาวดีอาร์ คองโก ไปแล้วเกือบ 200 คน และมีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว 840 ราย

 

ซึ่งปัจจุบัน อีโบลาสายพันธุ์นี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และองค์การอนามัยโลก หรือ WHO คาดว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะมีวัคซีนพร้อมใช้งาน นั่นทำให้ มียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมในดีอาร์ คองโก

 

รายงานเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากการสำรวจเพิ่มขึ้นอีก 17 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 11 คนในวันเดียว

 

ขณะเดียวกันแม้ฝ่ายการเมืองของดีอาร์ คองโก พยายามอย่างหนักในการบรรเทาสถานการณ์ แต่การระบาดก็ไม่ลดลง เนื่องจากประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ขาดความเข้าใจและไม่เชื่อว่าอีโบลามีอยู่จริง โดยเชื่อว่าเป็นเรื่องที่องค์กรอิสระ หรือ NGO และโรงพยาบาลกุขึ้นมาเพื่อหาเงิน

 

ศพของผู้เสียชีวิตจากอีโบลามีความสามารถในการแพร่เชื้อสูงมาก แต่ครอบครัวผู้เสียชีวิตมักต้องการนำศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา สิ่งนี้นำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรง เช่น ประชาชนบุกเผาเต็นท์กักกันโรค หรือรวมตัวกันเพื่อชิงศพคืน จนตำรวจต้องยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อสลายการชุมนุม

 

สถานการณ์ทางการเมืองของ ดีอาร์ คองโก เองก็กลายเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การแพร่ระบาดรุนแรง เพราะในประเทศมีอัตราการคอรัปชันสูงมาก จนทำให้เกิดกลุ่มกบฏ M23 เพื่อต่อต้านรัฐบาล และมีพื้นที่ขัดแย้งทางตะวันออกของประเทศ ส่งผลให้การรับมือเป็นไปอย่างยากลำบาก

 

ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน หรือ CPI ซึ่งจัดทำขึ้นโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ระบุว่าสถานการณ์การคอรัปชันในดีอาร์ ตองโก เข้าขั้นวิกฤต พวกเขาได้คะแนนเพียง 20 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศทั้ง 180 ประเทศที่มีการชี้วัดอยู่ ที่ 43 คะแนน อยู่เกินเท่าตัว

 

โดยปัจจุบัน ดีอาร์ คองโก มีอันดับการคอรัปชันอยู่ที่ 163 จากทั้งหมด 180 อันดับ ซึ่งนับได้ว่าย่ำแย่

 

แต่อย่างไรก็ตาม ทีมฟุตบอลของเขา กลับมีผลงานสวนทางกับสถานการณ์ของประเทศที่กำลังย่ำแย่ในหลายๆ อย่าง เพราะพวกเขาเพิ่งเอาเสมอกับทีมอดีตแชมป์ยุโรปอย่าง โปรตุเกส ไปได้ 1-1 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เมื่อคืนที่ผ่านมา

 

แตกต่างจาก เคปเวิร์ด ที่เล่นฟุตบอลด้วยระเบียบวินัย จนสามารถยันเสมอสเปนได้ แต่ฟุตบอลของ ดีอาร์ คองโก มีความผิดพลาดให้เห็น และเสียประตูก่อนตั้งแต่นาทีที่ 6

 

แต่ว่าทัพเสือดาวก็มีใจสู้อย่างเต็มที่ และเอาคืนได้ จากประตูของโยฮัน วิสซา ในช่วงก่อนหมดครึ่งแรกในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+5

 

เวลาในครึ่งหลัง ดีอาร์ คองโก ไม่ได้เพียงแค่รับลึกอย่างเดียว พวกเขายังหาทางโต้กลับ และทำได้ดีในหลายจังหวะ แต่น่าเสียดายที่มันยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตูน็อกโปรตุเกสก็เท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการประกาศต่อชาวโลกว่า การกลับมาในฟุตบอลโลกครั้งแรกในรอบ 52 ปี ของพวกเขา ไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ว่าบ้านเกิดของพวกเขาจะเจอกับอะไรมา แต่เมื่ออยู่ในฟุตบอลโลก พวกเขายังต้องการเป็นความสุขให้คนในชาติของตัวเองให้ได้

 

ในอดีตทีมชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เคยเข้าร่วมฟุตบอลโลก 1974 ภายใต้ชื่อประเทศว่า ซาอีร์ (Zaire) ซึ่งถือเป็นฝันร้ายเนื่องจากทีมพ่ายแพ้รวดทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม โดยไม่สามารถทำประตูได้เลย และหนึ่งในนั้นคือการโดนยูโกสลาเวียถล่มไปถึง 9-0

 

หลังจากนั้นมา พวกเขาไม่เคยสัมผัสกับฟุตบอลโลกอีกเลย เนื่องจากปัญหาความขัดแย้ง คอร์รัปชัน การบริหารฟุตบอลที่ย่ำแย่ และการขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวก

 

นอกจากนี้ ในฟุตบอลโลกปี 1974 ทีมซาอีร์ต้องเจอกับเรื่องราวทางการเมืองเมื่อนักเตะทราบว่าจะไม่ได้รับค่าจ้างและโบนัส ซ้ำร้ายประธานาธิบดีในขณะนั้น อย่างโมบูตู เซเซ่ เซโก ยังขู่ว่าจะเนรเทศพวกเขาหากแพ้บราซิลเกิน 3 ประตู

 

ในนัดนั้นเกิดเหตุการณ์น่าจดจำเมื่อ เอ็มเวปู อิลุงกา วิ่งพุ่งออกจากกำแพงไปเตะบอลทิ้งขณะที่บราซิลกำลังจะเตะฟรีคิก เพื่อประท้วงทางการเมือง ถ่วงเวลา และหวังให้ตัวเองโดนใบแดง แต่เขาได้เพียงใบเหลือง สุดท้ายทีมแพ้ไป 3-0 และถูกรัฐบาลตัดงบประมาณสนับสนุนทั้งหมดเมื่อกลับถึงประเทศ

 

หลังจากนั้นวงการฟุตบอลของพวกเขาก็ดำดิ่ง และใช้เวลายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษกว่าที่จะกลับมาฟื้นตัวสู่จุดสูงสุดที่พวกเขาเคยไปถึงอีกครั้ง

 

สาเหตุสำคัญของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น คือชายที่ชื่อว่า เซบาสเตียน เดซาบร์ โค้ชชาวฝรั่งเศส เข้ามากอบกู้ทีมจากช่วงวิกฤตเมื่อเกือบ 4 ปีก่อน และสามารถพาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศจนคว้าอันดับ 4 ในศึกแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ ปี 2023

 

โค้ชเดซาบร์เน้นการสร้างระเบียบวินัยในแท็กติก โดยใช้แผนการเล่นระบบ 4-3-3 เป็นหลัก และได้ดึงนักเตะสายเลือดใหม่จากกลุ่มคนเชื้อสายคองโกในต่างแดนเข้ามาเสริมทัพ

 

เดชาบร์ยังสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดีภายในทีม พานักเตะไปเก็บตัวในพื้นที่ปลอดภัย ทำให้การเตรียมทีมของพวกเขาแทบไม่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสอีโบลาเลย ยกเว้นเพียงนัดอุ่นเครื่องกับชิลีที่ถูกนายกเทศมนตรีท้องถิ่นสั่งยกเลิก

 

เดชาบร์เข้ามาทำให้ ดีอาร์ คองโก มีเกมรับที่เหนียวแน่นมาก โดยทำคลีนชีตได้ถึง 8 นัดจากการแข่งขันรอบคัดเลือก 13 นัด

 

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่เกมสวนกลับที่รวดเร็ว อาศัยความสามารถของศูนย์หน้าตัวเก่ง และทีมยังมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งขึ้นมากจากการฝ่าฟันในรอบคัดเลือกที่ยาวนาน ซึ่งนั่นเป็นผลลัพธ์ที่หลายๆ คนได้เห็นในเกมกับโปรตุเกส เมื่อคืนที่ผ่านมา

 

แม้ทัพเสือดาวจะมีนักเตะตัวจริงถึง 7 คนกำลังประสบปัญหาไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นในระดับสโมสรฤดูกาลนี้ ทำให้มีความกังวลเรื่องความฟิตและคุณภาพของนักเตะก่อนลงแข่ง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด

 

เพราะสุดท้าย พวกเขาก็น่าจะได้ผลการแข่งขันที่พวกเขาต้องกัน และมันก็เพียงพอที่จะสร้างความตกตะลึงให้กับแฟนบอลได้ไม่น้อยเลย

 

ในค่ำคืนที่ผ่านมาทัพดีอาร์ คองโก ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สำหรับฟุตบอลแล้ว มันยังคงเป็นความหวังและความสุขให้คนในชาติได้ แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายแค่ไหนก็ตาม

 

อ้างอิง

 

ภาพ: picture alliance / Getty Images

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising