×

รมว.กลาโหมมอบ 12 นโยบาย ลุยทหารอาสา-ยกระดับชีวิตทหารชายแดน พร้อมกางแผนส่งดาวเทียมนภา 3-4 สู่อวกาศปี 72

โดย THE STANDARD TEAM
21.05.2026
พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขณะมอบนโยบาย

วันนี้ (21 พฤษภาคม) ที่กระทรวงกลาโหม พล.ร.ต. สุรสันต์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มี พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานที่ประชุม ว่า พล.ท. อดุลย์ ได้มอบนโยบายสำคัญให้หน่วยขึ้นตรงและเหล่าทัพต่างๆ นำไปปฏิบัติรวม 12 ด้าน โดยมุ่งเน้นการเทิดทูนสถาบัน การป้องกันอธิปไตย และการดูแลกำลังพลรวมถึงทหารผ่านศึก

 

สำหรับนโยบายสำคัญเร่งด่วน 5 ด้าน พล.ท. อดุลย์ ได้เน้นย้ำเรื่องการเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ให้มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ทั่วถึง ภายใต้แนวคิด ‘น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์’ เพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายทหารอาสา ภายใต้แนวคิดจากรากหญ้าสู่อากาศ ซึ่งมุ่งเน้นว่าเมื่อประชาชนสมัครเข้ามาเป็นทหารแล้ว จะต้องได้รับโอกาสทางการศึกษาและการฝึกทักษะทางอาชีพเพื่อสร้างความก้าวหน้าในอนาคต โดยจะเป็นการปูทางไปสู่ระบบการคัดเลือกทหารแบบสมัครใจในระยะยาว

 

ส่วนของการดูแลสิทธิกำลังพลและทหารผ่านศึก จะมีการเชิดชูวีรกรรมทหารกล้าอย่างสมเกียรติ พร้อมดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะกรณีเสียชีวิตที่จะต้องดูแลทายาทหรือผู้มีสิทธิตามกฎหมาย เช่น สิทธิการรักษาพยาบาลต่อเนื่องตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวว่า รมว.กลาโหม ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเพื่อการพึ่งพาตนเอง โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานสนับสนุนและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันประเทศที่ผลิตภายในประเทศ พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมนี้ให้เกิดขึ้นจริง

 

ส่วนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เน้นย้ำให้ยึดแนวทาง ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงเพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้ง และให้ความสำคัญกับการสื่อสารทั้งทางยุทธศาสตร์และต่อสาธารณะให้เท่าทันยุคข้อมูลข่าวสาร

 

น.ท. ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมสภากลาโหมได้รายงานความคืบหน้าแผนการจัดหาดาวเทียม นภา 3 และ 4 ในปี 2569 ซึ่งมีกำหนดการจะส่งขึ้นสู่อวกาศในปี 2572 โดยดาวเทียมทั้งสองดวงนี้จะมีคุณสมบัติเพิ่มความคมชัดพิกเซลของภาพถ่ายภาคพื้นดินให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น

 

ขณะเดียวกัน กองทัพอากาศได้เตรียมพร้อมรองรับภารกิจดังกล่าว ด้วยการปรับปรุงและบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศเข้าในหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนจ่าอากาศ และโรงเรียนนายเรืออากาศ เพื่อให้กำลังพลทุกระดับมีความรู้ความเข้าใจ และพร้อมในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติในห้วงอวกาศที่มีมูลค่านับล้านล้านบาท นอกจากนี้ กองทัพอากาศยังอยู่ในระหว่างการเตรียมจัดตั้งศูนย์อำนวยรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศ (ศร.ทอ.) โดยจะต้องมีการร่างกฎหมายรองรับต่อไป


READ MORE






Latest Stories