DeepSeek สตาร์ทอัป AI สัญชาติจีนที่เคยสร้างแรงสั่นสะเทือน กระทั่งฉุดราคาหุ้น Nvidia ลงเมื่อต้นปีก่อน เปิดตัวโมเดลใหม่ V4 ในเวอร์ชันพรีวิว เมื่อวันศุกร์ (24 เม.ย.) ที่ผ่านมา หลังเลื่อนกำหนดมาเป็นเวลานาน ถือเป็นการท้าทายผู้พัฒนา AI ของสหรัฐฯ ระลอกใหม่ ในวันที่โมเดล AI จากค่ายจีนกำลังขยายอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง
ความพิเศษของ V4 อยู่ที่ความสามารถในการอ่านและจดจำข้อความความยาวมหาศาล ระดับเทียบเท่าหนังสือหลายเล่ม โดยยังจำเนื้อหาตั้งแต่ช่วงต้นได้ครบถ้วน เปิดตัวมาในรูปแบบโอเพนซอร์ส 2 รุ่น ได้แก่ V4-Pro และ V4-Flash
DeepSeek ระบุผ่านบัญชี WeChat ทางการว่า V4-Pro ขึ้นไปอยู่ในระดับสูงสุดของกลุ่มโมเดลโอเพนซอร์สบนชุดทดสอบด้าน ‘การเขียนโค้ดเชิง Agent’ โดยจากผลประเมินจริง V4-Pro มอบประสบการณ์ใช้งานเหนือกว่าโมเดล Sonnet 4.5 ของ Anthropic และคุณภาพผลลัพธ์ใกล้เคียงกับ Opus 4.6 โมเดลเรือธงของ Anthropic ในโหมดที่ไม่ใช้การให้เหตุผล แม้ในโหมดให้เหตุผล V4-Pro ยังตามหลัง Opus 4.6 อยู่
นอกจากนี้ ในชุดทดสอบด้านองค์ความรู้ทั่วไป (World-Knowledge Benchmarks) V4-Pro ทำผลงานเหนือกว่าโมเดลโอเพนซอร์สทุกตัว ตามหลังเพียงโมเดลปิดอย่าง Gemini-Pro-3.1 ของ Google เท่านั้น
ส่วน V4-Flash เป็นรุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า V4-Pro แต่ให้บริการ API ที่เร็วและถูกกว่า พร้อมลดความต้องการด้านการประมวลผลและหน่วยความจำลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับโมเดลแบบดั้งเดิม
DeepSeek ยังระบุว่าได้นำกลไก Attention Mechanism แบบใหม่มาใช้ ซึ่งบีบอัดข้อมูลในระดับ Token ทำให้โมเดลประมวลผลข้อมูลได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และโฟกัสเฉพาะส่วนที่จำเป็น
ราคา ‘ถูกกว่าครึ่ง’ โมเดลฝั่งสหรัฐฯ จุดแข็งเดิมที่ DeepSeek ยังถนัด
ราคาของ V4-Pro ต่ำกว่าโมเดลชั้นนำของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน โดยอยู่ที่ราว 1.80 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 58.19 บาท) ต่อ 1 ล้าน Token สำหรับอินพุต และ 3.50 ดอลลาร์ (ราว 113.16 บาท) ต่อ 1 ล้าน Token สำหรับเอาต์พุต
เมื่อเทียบกับคู่แข่ง ราคา Sonnet 4.6 อยู่ที่ราว 3 และ 15 ดอลลาร์ (ราว 96.99 และ 484.95 บาท) ขณะที่ Opus 4.6 อยู่ที่ราว 5 และ 25 ดอลลาร์ (ราว 161.65 และ 808.25 บาท) ส่วน GPT-5.5 อยู่ที่ราว 5 และ 30 ดอลลาร์ (ราว 161.65 และ 969.90 บาท)
DeepSeek เป็นที่รู้จักในเรื่องประสิทธิภาพสูงแต่ต้นทุนต่ำ ใช้ GPU น้อยกว่าคู่แข่งหลายราย โดยมีโมเดลแกนหลัก 2 ตระกูล คือ V series ที่เน้นประสิทธิภาพโดยรวม และ R series ที่เน้นการให้เหตุผลในงานซับซ้อน โดยรุ่นล่าสุดก่อนหน้านี้คือ R1 ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2025 ทำผลงานทัดเทียม o1 ของ OpenAI แต่ใช้ต้นทุนการประมวลผลไม่ถึง 1 ใน 10 ของคู่แข่ง
Huawei ผนึก DeepSeek จุดเปลี่ยนสำคัญที่ ‘เจนเซน หวง‘ ขอเตือน
หลังจาก DeepSeek ประกาศเปิดตัว V4 ได้ไม่นาน Huawei ก็ออกแถลงการณ์อย่างระมัดระวัง ระบุว่า V4 ทำงานได้ดีบนชิปของ Huawei และบริษัทมีเครื่องมือสำหรับรันหรือปรับแต่งโมเดล โดยมีการให้ตัวเลขด้านประสิทธิภาพการอนุมาน (Inference) อย่างเฉพาะเจาะจง สะท้อนว่า Huawei อาจเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักด้านฮาร์ดแวร์เพื่อการอนุมานของ DeepSeek
สำนักข่าว The Information เคยรายงานว่า การเลื่อนเปิดตัว V4 มีสาเหตุหลักจากการที่ DeepSeek ต้องใช้เวลาในการปรับโมเดลให้รองรับชิป Ascend AI ของ Huawei เพราะเดิมทีออกแบบมาให้รันบนชิปของ Nvidia
จากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ บริษัทจีนต้องหันมาใช้ชิปในประเทศที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่าสำหรับการอนุมาน ขณะที่การเทรน ซึ่งซับซ้อนและใช้พลังประมวลผลมหาศาล ยังต้องอาศัยชิป Nvidia ที่ซื้อไว้ก่อนและบริการคลาวด์ในต่างประเทศ
รายงานความร่วมมือระหว่าง DeepSeek กับ Huawei ส่งผลให้ก่อนหน้านี้ เจนเซน หวง ซีอีโอ Nvidia ออกมาเตือนว่า หากโมเดลของ DeepSeek รันบนชิปของ Huawei ได้จริง จะเป็น ‘ผลลัพธ์ที่เลวร้าย’ ต่อสหรัฐฯ เพราะการเกิดระบบนิเวศเทคโนโลยีที่เป็นเอกเทศของจีน อาจกลายเป็นสิ่งที่เข้ามาแทนที่มาตรฐานเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ในเวทีโลก
ทันทีที่ DeepSeek ประกาศเปิดตัว V4 ราคาหุ้นของผู้ผลิตชิปในจีนพุ่งขึ้นในตลาดฮ่องกง โดย SMIC และ Hua Hong Semiconductor บวกขึ้น 9% และ 15% ตามลำดับ ส่วนคู่แข่ง AI ในจีนอย่าง Zhipu และ MiniMax ดิ่งลง 9% สะท้อนความกังวลต่อการแข่งขันในประเทศที่เข้มข้นขึ้น
สมรภูมิ AI จีนเดือดต่อเนื่อง DeepSeek เผชิญทั้งคู่แข่งและสมองไหล
การเปิดตัว V4 เกิดขึ้นในจังหวะที่ DeepSeek กำลังเตรียมระดมทุนจากนักลงทุนภายนอกเป็นครั้งแรก ด้วยมูลค่ากิจการ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 6.46 แสนล้านบาท) ตามรายงานของ The Information โดยมีกระแสข่าวว่า Alibaba และ Tencent ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจีน อยู่ระหว่างการเจรจาเข้าถือหุ้นในรอบนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม การเลื่อนเปิดตัว V4 เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่ DeepSeek สูญเสียบุคลากรระดับหัวกะทิหลายคน โดย กั๋ว ต้าหยา ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโมเดล V3 และ V1 เพิ่งย้ายไป ByteDance เพื่อทำงานด้าน AI Agent ขณะที่ หลัว ฟู่ลี่ นักวิจัยคนสำคัญของโมเดล V2 ย้ายไปร่วมงานกับ Xiaomi ตั้งแต่ปลายปีก่อน
การเปิดตัว V4 จะยิ่งเร่งศึกระหว่างสตาร์ทอัป AI สัญชาติจีนให้เข้มข้นขึ้น ก่อนหน้านี้ไม่นาน Moonshot เพิ่งเปิดตัว Kimi K2.6 โมเดลโอเพนซอร์สที่เด่นด้านการเขียนโค้ดระยะยาวและการรันงานอัตโนมัติ
ส่วน Alibaba เพิ่งเปิดตัว Qwen3.6-Plus เมื่อต้นเดือน ที่มุ่งเร่งการใช้งาน Agentic AI ในระดับองค์กร และเมื่อเดือนที่ผ่านมา Zhipu ก็เปิดตัว GLM-5.1 ที่โดดเด่นด้านความสามารถในการเขียนโค้ดเช่นกัน
หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.33 บาท ณ วันที่ 25 เมษายน 2569
ภาพ: Rokas Tenys / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/technology/chinas-deepseek-returns-with-new-model-year-after-viral-rise-2026-04-24
- https://asia.nikkei.com/business/technology/artificial-intelligence/china-s-deepseek-unveils-v4-ai-model-in-fresh-challenge-to-us-rivals
- https://www.cnbc.com/2026/04/24/deepseek-v4-llm-preview-open-source-ai-competition-china.html
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-04-24/deepseek-unveils-newest-flagship-a-year-after-ai-breakthrough

