×
411998

‘คลินิกแก้หนี้’ ปรับยา 2 สูตรใหม่ บรรเทาผลกระทบโควิด ‘ลดดอก-พักหนี้’ ใช้ถึงกลางปี 64

โดย THE STANDARD TEAM
24.10.2020
  • LOADING...

คลินิกแก้หนี้ภายใต้ธนาคารแห่งประเทศไทย ปรับมาตรการช่วยเหลือ ‘ยา 2 สูตร’ เน้นลดดอกเบี้ยและพักชำระหนี้ พร้อมขยายเวลาถึงปี 2564

 

ธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการคลินิกแก้หนี้ได้ประชุมเพื่อประเมินผลมาตรการช่วยเหลือที่เรียกว่า ‘ยา 2 สูตร’ คือการลดดอกเบี้ยและการพักชำระหนี้ ซึ่งได้ดำเนินการใน 6 เดือนที่ผ่านมา (เมษายน-กันยายน 2563) ผลที่ออกมาโดยรวมถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ลูกหนี้ของคลินิกแก้หนี้ส่วนใหญ่ประมาณ 94% ยังจ่ายชำระค่างวดอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบและพักชำระหนี้มีเพียง 6% เท่านั้น 

 

แต่อย่างไรก็ดี มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มที่ไม่แจ่มใสนักและยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก คณะกรรมการฯ จึงขยายมาตรการช่วยเหลือออกไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2564 แต่ได้ปรับปรุงแนวทางการช่วยเหลือให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งจะติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและผลกระทบที่จะมีต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในโครงการคลินิกแก้หนี้อย่างใกล้ชิด

 

คลินิกแก้หนี้’ ปรับยา 2 สูตรใหม่ บรรเทาผลกระทบโควิด ‘ลดดอก-พักหนี้’ ใช้ถึงกลางปี 64

 

ผลของยา 2 สูตรจากคลินิกแก้หนี้ (เมษายน-กันยายน 2563)

“มาตรการช่วยเหลือที่เรียกว่า ‘ยา 2 สูตร’ หรือยาสองขนาน ที่คลินิกแก้หนี้ได้ดำเนินการไปในช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายน 2563 ที่ผ่านมา ผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ กล่าวคือ (รูปที่ 1)

 

“ลูกหนี้ที่อยู่ในกลุ่มเลื่อนกำหนดชำระหนี้หรือเลือกที่จะใช้ ‘ยาสูตรที่ 1’ มีเพียง 6% แม้ว่าโครงการกำหนดให้เป็นสิทธิสำหรับลูกหนี้ทุกรายที่จะเลื่อนกำหนดชำระหนี้โดยไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ ผลที่ออกมาชี้ว่าการลดดอกเบี้ย 2% ถือเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ลูกหนี้ที่มีศักยภาพไม่เลือกที่จะพักชำระหนี้ และยังคงชำระค่างวดเข้ามาตามปกติ

 

“ลูกหนี้ที่ยังคงชำระค่างวดเข้ามาต่อเนื่องหรือเลือกที่จะใช้ ‘ยาสูตรที่ 2’ มีสูงถึง 94% ซึ่งประกอบด้วยลูกหนี้ที่ชำระหนี้เข้ามาครบค่างวดทั้งหมด 74% ในขณะที่ลูกหนี้ 20% ชำระหนี้ได้บางส่วน โดยจำนวนเงินต่ำสุดที่ชำระเข้ามาคือ 100 บาท 

 

“เราประเมินว่ามาตรการช่วยเหลือยา 2 สูตรของโครงการคลินิกแก้หนี้สามารถตอบโจทย์ของลูกหนี้และเจ้าหนี้ไปพร้อมๆ กัน ลูกหนี้ที่ไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดได้รับการผ่อนปรนให้พักชำระหนี้โดยไม่ถือว่าผิดนัด ประวัติจะไม่เสีย ในขณะที่ลูกหนี้ที่ยังผ่อนชำระเข้ามาต่อเนื่องได้รับการลดดอกเบี้ยเพิ่มเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 ซึ่งในมุมนี้ถือว่าช่วยลดความกังวลด้านสภาพคล่องของสถาบันการเงินด้วย” ธัญญนิตย์กล่าว

 

 

ยา 2 สูตรใหม่ที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพจะช่วยรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต

ธัญญนิตย์อธิบายเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการฯ ประเมินว่าเมื่อมองไปข้างหน้าแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยยังไม่แจ่มใสนัก และอาจจะใช้เวลาอีกสักพักก่อนที่จะฟื้นตัวกลับเข้าสู่ระดับปกติ จึงเห็นควรให้ปรับปรุงและขยายมาตรการความช่วยเหลือออกไปอีก 9 เดือนจนถึงเดือนมิถุนายน 2564 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินของลูกหนี้ในช่วงที่ยากลำบาก

 

ทั้งนี้ การขยายมาตรการยา 2 ขนาน เนื่องจากเห็นว่ามีประสิทธิผล สามารถตอบโจทย์ทั้งฝั่งลูกหนี้และเจ้าหนี้ การดำเนินการไม่ยุ่งยากซับซ้อน และแนวทางการปรับปรุงก็มาจากข้อมูลผลของมาตรการที่เราเห็น (Evidence Based) ซึ่งโครงการมีลูกหนี้ 2 กลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือแตกต่างกัน (รูปที่ 2)

 

กลุ่มแรกคือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ มีรายได้และสภาพคล่องลดลง บางรายตกงาน ซึ่งหากไม่ได้รับความช่วยเหลือก็อาจต้องออกจากโครงการและกลับเข้าสู่วงจรหนี้เสียเช่นเดิม กลุ่มนี้จะได้รับยาขนานแรก ซึ่งโครงการได้ปรับปรุงแนวทางโดยลูกค้าต้องลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิตามมาตรการนี้ (Opt-in) จากเดิมให้สิทธิ์แก่ลูกหนี้ทุกรายเป็นการทั่วไป ลูกหนี้สามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ได้ง่ายๆ เพียงเข้าไปในเว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com และกรอกข้อมูลแสดงความจำนงเข้ามา อยากจะขอย้ำว่าลูกหนี้ที่สนใจเข้ามาตรการนี้จะต้องกรอกข้อมูลขอเข้ามาตรการซึ่งไม่เหมือนช่วงแรก (โดยต้องแจ้งเข้ามาภายในเดือนพฤศจิกายน 2563)

 

กลุ่มที่สองคือลูกหนี้ที่ยังพอชำระค่างวดได้ โครงการจะกระตุ้นให้ลูกหนี้กลุ่มนี้ชำระค่างวดเข้ามาตามกำลังความสามารถ โดยจะได้รับยาขนานที่สองคือลดดอกเบี้ยให้ 1-2% หากลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้ในช่วงนี้ แต่จะมีการแบ่งกลุ่มที่จะให้ความช่วยเหลือออกเป็นดังนี้

 

1. กลุ่มที่จ่ายค่างวดเฉลี่ยมากกว่า 80% ในช่วง 9 เดือนข้างหน้า จะได้รับการลดดอกเบี้ย 2%

 

2. กลุ่มที่จ่ายค่างวดเฉลี่ย 40-79.99% ในช่วง 9 เดือนข้างหน้า จะได้รับการลดดอกเบี้ย 1%

 

ดอกเบี้ยที่ทางคลินิกแก้หนี้ลดให้ลูกหนี้ในโครงการเพิ่มเติมจะถูกนำไปตัดเงินต้น ซึ่งจะทำให้ยอดหนี้ทั้งหมดลดลงเร็วขึ้นด้วย

 

ลูกหนี้ในอนาคตจะได้ประโยชน์

ประชาชนที่มีหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล ที่สมัครเข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ในช่วงนี้จนถึงเดือนมิถุนายน 2564 จะได้รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ย 1-2% จากโครงการเช่นเดียวกัน ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่จ่ายจริงอยู่ที่ 2-3% ถือว่าผ่อนปรนมากเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดทั่วไป 

 

ความคืบหน้าของโครงการคลินิกแก้หนี้

ณ เดือนกันยายน 2563 โครงการคลินิกแก้หนี้สามารถช่วยประชาชนแก้หนี้บัตรไปแล้วกว่า 24,000 ใบ ครอบคลุมลูกหนี้กว่า 8,300 ราย ซึ่งมีหนี้บัตรเฉลี่ยรายละ 3 ใบ มูลหนี้เฉลี่ยต่อราย 240,000 บาท และขณะนี้มีลูกหนี้ที่รอลงนามในสัญญาอีกกว่า 900 ราย และอีก 1,200 ราย อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลกับสถาบันการเงิน คาดว่าในปี 2563 ตัวเลขผู้เข้าร่วมโครงการสะสมจะเกิน 10,000 ราย

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories