×
266484

“ผมเริ่มทำดนตรี แต่พ่อแม่บอกว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่พระเจ้าต้องการ” เส้นทางชีวิต Daniel Caesar ศิลปินอาร์แอนด์บีแห่งยุคจากแคนาดา

28.06.2019
  • LOADING...
Daniel Caesar

หากให้พูดถึงศิลปินแนวโซลอาร์แอนด์บีที่กำลังมาแรงที่สุดคนหนึ่งของวงการเพลงในยุคปัจจุบัน ชื่อของ แดเนียล ซีซาร์ นักร้องนักแต่งเพลงผิวสีชาวแคนาดาขวัญใจวัยรุ่นจะต้องเป็นรายชื่อแรกๆ ที่ผุดขึ้นมาในวงสนทนาอย่างแน่นอน เพราะเขาคือศิลปินหนุ่มมากความสามารถผู้มาพร้อมกับเสียงร้องสุดไพเราะและนุ่มละมุนที่ใครหลายคนต่างบอกว่าเสียงของเขานั้นเปรียบดั่งเสียงที่มาจากสรวงสวรรค์

 

สำหรับคนที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแดเนียลคือใคร เขาคือศิลปินเจ้าของเพลง Best Part เพลงรักเนื้อหาสุดโรแมนติกที่มีท่อนจำฝังใจคนทั้งโลกอย่าง “If life is a movie, Oh you’re the best part” ซึ่งถือเป็นเพลงที่กำลังโด่งดังอย่างมากในปัจจุบัน ถึงขนาดว่าหากเราลองไปเสิร์ชดูในยูทูบว่า Best part daniel caesar cover ก็จะปรากฏคลิปวิดีโอที่มีคนคัฟเวอร์เพลงนี้เป็นร้อยเป็นพันคลิปแบบนับไม่ถ้วน 

 

 

นอกจาก Best Part แล้วก็ยังมีผลงานหรือบทเพลงอื่นอีกมากมายที่สุดยอดศิลปินหนุ่มคนนี้ได้รังสรรค์ออกมาเพื่อขับกล่อมให้เหล่าแฟนเพลงและคนฟังทั่วโลกรู้สึกเพลิดเพลินเหมือนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขสันต์ในทุกๆ ขณะที่ฟังเพลงของเขา 

 

เพราะฉะนั้นเราจึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับแดเนียลให้มากขึ้นกว่าเดิมถึงจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นศิลปิน และเบื้องลึกเบื้องหลังของความสำเร็จทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับอาร์แอนด์บีสตาร์คนใหม่ผู้นี้

 

แดเนียล ซีซาร์ หรือชื่อจริง แอชตัน ซิมมอนส์ เกิดเมื่อวันที่ 5 เมษายน 1995 เขาเป็นลูกคนที่ 2 จากทั้งหมด 4 คนของครอบครัวเคร่งศาสนา ซึ่งนำโดย นอร์วิล ซิมมอนส์ คุณพ่ออดีตนักร้องแนวกอสเปลผู้เคยออกอัลบั้มตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมอยู่ที่ประเทศจาเมกา แดเนียลและพี่น้องอีก 3 คนเติบโตขึ้นมาในออสฮาวา เมืองชายฝั่งเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา 

 

ชีวิตช่วงแรกของเขา หากว่ากันตามตรงแล้วมันก็ไม่ได้ราบรื่นเท่าไรนัก ยิ่งเป็นลูกในครอบครัวที่เคร่งศาสนา กิจวัตรประจำวันของเขาก็หนีไม่พ้นการตื่นเช้าไปโรงเรียน นอกเวลาเรียนหรือช่วงเวลาว่างก็ต้องไปโบสถ์เพื่อร่วมร้องเพลงสรรเสริญนมัสการพระเจ้ากับคณะประสานเสียงอยู่เป็นประจำ อีกทั้งแดเนียลยังต้องต่อสู้กับพ่อแม่อยู่ตลอดเวลา เพราะเขารู้สึกว่าชีวิตแบบนี้มันไม่ใช่ชีวิตในแบบที่ตัวเขาต้องการ

 

หลังจากใช้เวลาส่วนหนึ่งในชีวิตไปกับการร้องเพลงอยู่ในโบสถ์ ต่อมาไม่นานเขาก็ถูกไล่ออกจากโรงเรียนเมื่ออายุประมาณ 17 ปี ด้วยสาเหตุที่ว่าแดเนียลดันเอากัญชาไปขายให้กับเพื่อนร่วมชั้น ก่อนที่อีก 1 ปีต่อมาเขาจะเก็บข้าวของออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปตามหาความฝันของตัวเองในเมืองโทรอนโต ซึ่งความฝันที่ว่านั้นก็คือการเป็นศิลปิน

 

 

อาจจะเป็นอะไรที่ฟังดูเชยไปหน่อย แต่นั่นก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับแดเนียล ศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลงแนวโซลอาร์แอนด์บีคุณภาพคับแก้วที่ทุกคนต่างก็หลงรักและชื่นชมในผลงาน

 

แน่นอนว่าการเริ่มต้นเส้นทางศิลปินของแดเนียลไม่ใช่เรื่องง่าย ทันทีที่มาถึงโทรอนโต เขากลายเป็นโฮมเลสอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง เพราะไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ต้องไปขออาศัยหลับนอนบนโซฟาตามห้องพักของเพื่อนๆ หรือแม้แต่สวนสาธารณะในเมืองเขาก็เคยไปนอนค้างมาแล้ว แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นก็คือครอบครัวของแดเนียลไม่ได้รู้สึกยินดีหรือพร้อมจะสนับสนุนการเป็นศิลปินให้เขาเท่าไรนัก

 

“ผมเริ่มทำดนตรี แต่พ่อแม่กลับบอกผมว่านั่นมันไม่ใช่สิ่งที่พระเจ้าต้องการให้ผมทำ” เขากล่าว

 

แต่ถึงอย่างนั้นแดเนียลก็ยังคงเดินหน้าและมุ่งมั่นตั้งใจทำในสิ่งที่ตัวเองรักและฝันมาตลอด

 

 

ปี 2014 เขาปล่อยอีพีอัลบั้ม Praise Break ที่เขาทำเอง ซึ่งถือเป็นผลงานเปิดตัวการเป็นศิลปินในชื่อ แดเนียล ซีซาร์ และแน่นอนว่ามันก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรมากมาย แต่ก็นับว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญสำหรับเส้นทางสายดนตรีของเขา เพราะตัวอัลบั้มก็ได้รับคำชื่นชมไปไม่น้อย แถมยังขึ้นไปติดอยู่บนชาร์ต 20 Best R&B Albums ของนิตยสาร Rolling Stone 

 

เพลงของแดเนียลคือเพลงแนวโซลอาร์แอนด์บี ซึ่งเนื้อหาหลักๆ ในเพลงที่เขาแต่งจะว่าด้วยเรื่องของความรัก เซ็กซ์ ศาสนา และประสบการณ์ต่างๆ ที่เขาพบเจอมาตลอดชีวิต โดยนอกจากเสียงร้องอันไพเราะที่ไม่ว่าใครได้ฟังก็ต้องหลงใหลแล้ว สิ่งที่ทำให้เพลงของแดเนียลแตกต่างจากเพลงอาร์แอนด์บีทั่วไปคือการที่เขานำเอาสไตล์เพลงกอสเปล ซึ่งเน้นการใช้เสียงและการร้องประสานเสียงมาประยุกต์เข้ากับการทำเพลงอาร์แอนด์บีของตัวเองได้อย่างลงตัว ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นผลพวงหรือสิ่งที่เขาได้รับอิทธิพลมาจากการที่เคยเข้าร่วมกับคณะร้องประสานเสียงที่โบสถ์เมื่อสมัยเด็กๆ รวมทั้งพ่อของเขา นอร์วิล ซิมมอนส์ ที่เป็นอดีตนักร้องแนวกอสเปลด้วย

 

นอกจากนั้นการทำเพลงของแดเนียลยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปินคนอื่นอีกมากมายที่เขายึดเป็นต้นแบบในการทำงาน เช่น แฟรงก์ โอเชียน, คานเย เวสต์, บียอนเซ่ หรือแม้แต่ จิม มอร์ริสัน ฟรอนต์แมนผู้ล่วงลับของ The Doors วงร็อกสัญชาติอเมริกันระดับตำนาน 

 

หลังจากออกอีพีอัลบั้มแรกในชีวิตไปเพียง 1 ปี แดเนียลก็เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น 

 

ปี 2015 เขากลับมาพร้อมกับอีพีอัลบั้มชุดที่สองอย่าง Pilgrim’s Paradise อัลบั้มที่บรรจุเพลงคุณภาพอย่าง Death & Taxes, Streetcar, Show No Regret และ Little Rowboat เอาไว้ ซึ่งคราวนี้เป็นการทำงานภายใต้สังกัด Golden Child Recordings และกระแสตอบรับจากคนฟังก็ดีกว่าอีพีอัลบั้มชุดแรกเป็นเท่าตัว

 

 

ทั้งนี้นอกจากสองอีพีอัลบั้มที่ออกมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน แดเนียลยังปล่อยซิงเกิลที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงสร้างชื่อให้กับเขา แต่ไม่ถูกนำไปใส่ไว้ในอัลบั้มอย่าง Japanese Denim ที่ปัจจุบันมียอดสตรีมใน Spotify มากกว่า 100 ล้านครั้งเข้าไปแล้ว

 

แดเนียลใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีหลังจากปล่อยอีพีอัลบั้มชุดที่ 2 ในการแปรเปลี่ยนสถานภาพของตัวเองจากศิลปินโนเนมไม่ค่อยมีใครรู้จักสู่การเป็นอาร์แอนด์บีสตาร์คนใหม่ของวงการที่มีความป๊อป จนทุกวันนี้มีแฟนคลับที่คอยติดตามและหนุนหลังเขาอยู่มากมาย 

 

นี่ถือเป็นช่วงเวลาที่สปอตไลต์ในวงการดนตรีเริ่มสาดส่องเข้าหาแดเนียลอย่างแท้จริง ณ เวลานั้นเขาไม่รู้ตัวหรอกว่าอีกไม่นานตัวเองกำลังจะกลายเป็นหนึ่งในศิลปินอาร์แอนด์บีที่มาแรงและได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งยุคสมัยปัจจุบัน

 

 

 

 

Freudian เดบิวต์สตูดิโออัลบั้มแรกของเขาที่ออกมาเมื่อปี 2017 กลายเป็นผลงานมาสเตอร์พีซที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในชีวิตของแดเนียล ตัวอัลบั้มได้กระแสตอบรับดีเป็นอย่างมาก รวมไปถึงคำวิจารณ์ในแง่บวก ทั้งยังสามารถขึ้นไปติดอยู่ในอันดับ 25 บนชาร์ต Billboard 200 ได้ และนี่ยังเป็นผลงานที่เขาโปรดิวซ์ร่วมกับ จอร์แดน อีแวนส์ และแมทธิว เบอร์เน็ตต์ สองโปรดิวเซอร์คู่บุญบนถนนสายดนตรีของแดเนียลที่ทำงานด้วยกันมาตั้งแต่ตอนเริ่มทำอีพีอัลบั้มชุด Praise Break และ Pilgrim’s Paradise เขาทั้งสองคนคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินชื่อดังมากมาย เช่น เอ็มมิเนม, เดรก, เจย์ ซี, ไชล์ดิช แกมบิโน ฯลฯ

 

Freudian คืออัลบั้มที่ถูกเหล่าคนฟังและนักวิจารณ์คาดการณ์เอาไว้ว่าจะกลายเป็นอัลบั้มเพลงโซลอาร์แอนด์บีสุดคลาสสิกในอนาคต เพราะในอัลบั้มเต็มไปด้วยบทเพลงสุดไพเราะที่สามารถเปิดฟังซ้ำไปซ้ำมาได้อย่างไม่มีเบื่อ ไล่มาตั้งแต่ Get You ซิงเกิลเปิดตัว, Hold Me Down, Neu Roses, Loose, We Find Love, Blessed และแน่นอน Best Part เพลงที่ได้ศิลปินสาวอาร์แอนด์บียุคใหม่อย่าง H.E.R. มาร่วมร้อง

 

 

 

หากจะบอกว่า Best Part เป็นเพลงที่ทำให้แดเนียลโด่งดังและประสบความสำเร็จมากที่สุดก็คงไม่ผิดนัก เพราะนอกจากจะเป็นเพลงที่กำลังฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองอยู่ตอนนี้ มันยังทำให้เขาคว้ารางวัลแกรมมี่อวอร์ดสาขา Best R&B Performance ประจำปี 2019 มาครอบครองได้สำเร็จ และล่าสุดก็เป็นเพลงที่มียอดสตรีมใน Spotify สูงถึง 300 ล้านครั้งอีกด้วย! และมากไปกว่านั้นเขายังกลายเป็นศิลปินคนแรกในประวัติศาสตร์ที่นำเพลงของตัวเองขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ต Billboard Adult R&B Songs ได้ถึง 2 เพลง (Get You และ Best Part)

 

น่าสนใจเหลือเกินว่าเส้นทางข้างหน้าของนักร้องผิวสีชาวแคนาดาคนนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้หลายคนน่าจะจดจำชื่อของแดเนียลได้เป็นอย่างดีในฐานะศิลปินอาร์แอนด์บีมากฝีมือผู้กำลังเฉิดฉายและน่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งของวงการเพลงปัจจุบัน 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

ภาพเปิด: Frazer Harrison / Getty Images for Coachella

อ้างอิง:

FYI
  • ใครที่แฟนคลับของ แดเนียล ซีซาร์ เตรียมพบกับเขาในคอนเสิร์ต Daniel Caesar Live in Bangkok ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี สามารถซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่ www.ticketmelon.com/very/danielcaesar 
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories