×

นักกลยุทธ์ประเมินว่าการตัดสินใจ ‘ขายชอร์ตหุ้นยุโรป’ ของ เรย์ ดาลิโอ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง

18.06.2022

จากกรณีที่ Bridgewater Associates กองทุนเฮดจ์ฟันด์ภายใต้การบริหารงานของ เรย์ ดาลิโอ ใช้เงินลงทุน 6.7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเปิดสถานะชอร์ตในหุ้นยุโรป ล่าสุด บีต วิตต์มันน์ หุ้นส่วนของ Porta Advisors มองว่า การตัดสินใจของ เรย์ ดาลิโอ ในครั้งนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง 

 

Bridgewater ได้เปิดชอร์ตหุ้นยุโรป 22 ตัว เช่น ASML Holding บริษัทผลิตชิ้นส่วนเทคโนโลยีในเนเธอร์แลนด์ มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์, TotalEnergies บริษัทพลังงานในฝรั่งเศส มูลค่า 705 ล้านดอลลาร์, Sanofi บริษัทผลิตยา มูลค่า 646 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังรวมถึงการชอร์ตบริษัทชื่อดังอื่นๆ ได้แก่ Santander, Bayer, AXA, ING Group และ Allianz

 

“ผมคิดว่าเขาอยู่ในฝั่งที่ถูกต้อง และมันค่อนข้างน่าสนใจว่ากลยุทธ์ไหนจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในปีนี้” วิตต์มันน์กล่าว 

 

โดยทั่วไปแล้วกลยุทธ์ Trend-Following Quantitative มักจะให้ผลลัพธ์ที่ดี ขณะที่กลยุทธ์ Short-Long มักจะย่ำแย่ แต่ที่แย่ที่สุดคือการมีกลยุทธ์ด้าน Long เพียงอย่างเดียว 

 

ในขณะนี้ Bridgewater มีมุมมองเป็นลบต่อเศรษฐกิจโลก และมีมุมมองเชิงลบต่อทั้งพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หุ้นสหรัฐฯ รวมทั้งหุ้นกู้เอกชนของทั้งยุโรปและสหรัฐฯ 

 

ทั้งนี้ ดัชนี European Stoxx 600 ซึ่งเป็นตัวแทนของหุ้นยุโรปลดลงมา 16% ในปีนี้ แต่ก็ยังถือว่าลดลงต่ำกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ยุโรปค่อนข้างสัมพันธ์กับความขัดแย้งในยูเครนและได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นโดยตรง ประกอบกับความท้าทายจากเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นและปัญหาห่วงโซ่อุปทานซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม และทำให้นักกลยุทธ์ส่วนมากปรับลดมุมมองเชิงบวกต่อยุโรปลง

 

วิตต์มันน์กล่าวต่อว่า เรายังไม่ได้เข้าใกล้จุดต่ำสุดของการปรับฐานของดัชนีหุ้นทั่วโลก และเราไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบกับขาลงโดยเฉลี่ยในช่วง 40 ปีที่ผ่านมาได้ เพราะเราไม่ได้เผชิญกับสถานการณ์เงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ยเช่นนี้นับแต่ช่วงเวลาของ พอล โวลเกอร์ ประธาน Fed ที่ดำรงตำแหน่งช่วงปี 1979-1987 

 

“เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์ระดับมหภาคที่ซับซ้อนจากการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ และหากเราดูจากตัวเลขของบอนด์ยีลด์ระยะยาวที่ต่ำกว่า 3.5% อัตราการว่างงานต่ำกว่า 4% และอัตราเงินเฟ้อมากกว่า 8% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงแทบจะขยับไม่ได้เลย”  

 

นอกจากนี้ หากพิจารณาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ดัชนีความผันผวน ส่วนต่างของเครดิต ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ ปัจจัยเหล่านี้ยังไม่ได้มีความเสี่ยงลดลงไปถึงครึ่งหนึ่งแต่อย่างใด ฉะนั้นแรงขายจะยังมีต่อไป 

 

อ้างอิง: 

 


READ MORE






Latest Stories