วันนี้ (20 สิงหาคม) ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอันดับแรก พร้อมดูแลมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับหรืออาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะโบราณสถาน ศาสนสถาน แหล่งเรียนรู้ และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าของจังหวัดน่าน ทั้งนี้ กระทรวงฯ จะใช้ศักยภาพของหน่วยงานและเครือข่ายทางวัฒนธรรมเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้ ‘วัฒนธรรมอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์’
ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมจัดตั้ง ‘ศูนย์ประสานงานสถานการณ์แก้ไขปัญหาอุทกภัยส่วนกลาง’ โดยมีหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นหัวหน้าศูนย์ และกองตรวจราชการเป็นฝ่ายเลขานุการ เพื่อเชื่อมโยงการทำงานกับกรมศิลปากร สำนักงานศิลปากรพื้นที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และหน่วยงานในสังกัด เพื่อติดตามสถานการณ์ทุกพื้นที่ในจังหวัดน่าน ไม่จำกัดเฉพาะวัดภูมินทร์ และพร้อมระดมบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ อุปกรณ์ และทรัพยากรเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
สำหรับกรณีวัดภูมินทร์และจิตรกรรมฝาผนัง ได้กำชับให้กรมศิลปากรและสำนักงานศิลปากรพื้นที่เร่งประเมินสถานการณ์และความเสียหายตามหลักวิชาการ พร้อมบันทึกระดับน้ำและสภาพความเสียหายอย่างเป็นระบบ โดยจัดให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ และห้ามเคลื่อนย้าย ล้าง ทำความสะอาด สูบน้ำ หรือดำเนินการใดที่อาจกระทบต่อโบราณสถานและศิลปกรรมโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของ ‘พลังศาสนาและวัฒนธรรม’ ในการดูแลประชาชน โดยให้เตรียมระดมความร่วมมือจากองค์การทางศาสนา ศาสนสถาน เครือข่ายวัฒนธรรม อาสาสมัครวัฒนธรรม ผู้นำชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมจัดเตรียมถุงยังชีพ สมณบริขาร สิ่งของจำเป็น และบริการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนและชุมชนที่เดือดร้อนอย่างรวดเร็ว
ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่านเป็นศูนย์ประสานงานในพื้นที่ เชื่อมโยงผู้ว่าราชการจังหวัด ปภ. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วัด ชุมชน และเครือข่ายทางวัฒนธรรม พร้อมสำรวจและเฝ้าระวังศาสนสถาน พิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ แหล่งวัฒนธรรม ศิลปิน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมทั่วจังหวัด รวมทั้งจัดทำบัญชีพื้นที่เสี่ยงและจุดที่ได้รับผลกระทบ เพื่อรายงานและสนับสนุนการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
ซาบีดา ย้ำว่า การช่วยเหลือครั้งนี้ไม่ได้มองเฉพาะการรักษาอาคารหรือโบราณสถาน แต่ต้องดูแล ‘คน’ ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้สืบทอดวัฒนธรรมด้วย จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันใช้ศักยภาพของศาสนา วัฒนธรรม และเครือข่ายชุมชน เป็นพลังในการประคับประคองผู้ประสบภัยและฟื้นฟูชุมชนหลังสถานการณ์คลี่คลาย โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะประสานการทำงานกับจังหวัดและหน่วยงานด้านสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนและการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งของระบบบัญชาการเหตุการณ์จังหวัด
“การทำงานของกระทรวงฯ จะเน้นหลักปฏิบัติว่า คนปลอดภัยก่อน ช่วยเหลือประชาชนควบคู่กับการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม และการฟื้นฟูต้องถูกต้องตามหลักวิชาการ” เพื่อให้จังหวัดน่านสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย และรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าไว้ให้คนรุ่นต่อไป” รมว. วธ. กล่าวในตอนท้าย


