×

‘หัวใจของภาพยนตร์เรื่องนี้คือบ้าน’ 10 วาทะเด็ดของคริสโตเฟอร์ โนแลน กับการกำกับ Dunkirk

โดย THE STANDARD TEAM
27.07.2017
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • Dunkirk เป็นภาพยนตร์ที่คริสโตเฟอร์ โนแลน ทดลองทำมากที่สุดนับตั้งแต่ Memento
  • โนแลนพยายามสร้างไวยากรณ์ทางภาพขึ้นมาเองสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ แทนที่จะอ้างอิงจากภาพสงครามจริง

     Dunkirk เข้าโรงในบ้านเราได้ไม่ทันไร เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ก็แตกกระเซ็นออกไปคนละทิศทาง แต่ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบ รัก เกลียด หรือไม่ตื่นเต้นกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า คริสโตเฟอร์ โนแลน เป็นผู้กำกับที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางและกระแสนิยมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ฮอลลีวูดมากที่สุดคนหนึ่ง แทบทุกประเด็นที่เขาหยิบฉวยขึ้นมาเล่าผ่านไวยากรณ์ภาพ เสียง และการแสดงในแบบฉบับของเขาเองก็มักจะดึงความสนใจของผู้ชมได้อยู่หมัด นับตั้งแต่ Following, Memento, Batman Trilogy มาจนถึง Interstellar และ Dunkirk ซึ่งหลายๆ เรื่องค่อนข้างประสบความสำเร็จทั้งในแง่เสียงตอบรับและรายได้

 

 

     เรียกได้ว่าต่อให้เขาจะทำหนัง genre ไหนออกมาอีก แฟนๆ เดนตายก็พร้อมจะติดตามผลงานของ ‘เสด็จพ่อโนแลน’ ด้วยความเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า #InNolanWeTrust

     และนี่คือ 10 คำพูดเด็ดของผู้กำกับที่มีลายเซ็นชัดเจนมากที่สุดในยุคนี้

 

 

     1. “หัวใจของภาพยนตร์เรื่องนี้คือบ้าน มันคือเรื่องราวของความหดหู่สิ้นหวังเมื่อคุณไม่อาจไปในที่ที่ ต้องการจะไปได้ เราอยู่ในยุคที่ไม่ควรปล่อยให้เรื่องราวของผู้คนมากมายที่พยายามขึ้นเรือข้ามน้ำข้ามทะเลกลับไปบ้านอย่างปลอดภัยกลืนหายไปจากเหตุการณ์ในปี 1940 เราอยู่ในยุคที่คุณงามความดีของปัจเจกชนถูกถ่ายทอดออกมาแบบเกินจริง แต่เรื่องนี้มันเป็นสิ่งที่คนอาจจะหลงลืมกันไปแล้ว”

     2. “เราพยายามไม่อ้างอิงจากภาพถ่ายสงครามจริง แต่มองหาวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วและซึมซับมันเข้าไป เราสร้างภาษาภาพเพื่อถ่ายทอดให้ผู้ชมรับรู้ถึงความลักลั่นย้อนแย้งของเหตุการณ์นี้ คุณจะเห็นพลทหารต่อแถวมุ่งสู่ทะเลเบื้องหน้าที่ไร้จุดหมาย ดูเป็นระเบียบ และได้สมมาตร นี่คือเนื้อแท้อันลักลั่นของระบบราชการ” โนแลนพูดถึงเบื้องหลังการออกแบบภาพในภาพยนตร์

     3. “Dunkirk เป็นภาพยนตร์ที่ผมทดลองทำมากที่สุดนับตั้งแต่ Memento ผมพยายามสร้างประสบการณ์ที่จะถาโถมใส่ผู้ชมชนิดที่ว่าพวกเขาต้องนั่งหลังติดเบาะ และ…ผมคงจะไม่บอกว่าเอ็นจอยกับมัน เพราะมันเครียดมากๆ แต่พวกเขาจะได้สัมผัสประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่แท้จริง”

 

 

     4. “ผมไม่เคยคิดอยากให้ผู้ชมดูหนังที่ใช้สมองหนักเกินจำเป็น การดูหนังไม่ควรจะซับซ้อนเหมือนเกมปริศนา แต่ควรจะเป็นเรื่องของประสบการณ์”

     5. “ยุทธการดันเคิร์กไม่ใช่สมรภูมิรบเสียทีเดียว แต่เป็นจุดอพยพ การระดมกำลังเพื่อล่าถอย มันคือการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด”

     6. “ผมแค่อยากจะทำหนังที่ผมรู้สึกมีอารมณ์ร่วม มันคือครั้งแรกที่ผมสร้างหนังจากเรื่องจริง ซึ่งต้องมีความรับผิดชอบอย่างมากต่อเหตุการณ์นั้น แต่ความจริงแล้ว นี่คือหนังที่มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุดเรื่องหนี่ง ผมเติบโตมาโดยได้ยินเรื่องเล่าของคุณปู่ คุณพ่อ และคุณลุงที่โดนผลกระทบจากสงคราม”

 

 

     7. “พอผมทำหนังเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งพบสิ่งที่น่าแปลกใจ ความจริงมันช่างยุ่งเหยิง ไม่มีอะไรที่ปกติเลย อย่างเช่น ชาวประมงที่กระโดดขึ้นเรือเก่าๆ เพื่อไปรับทหารกล้า”

     8. “ก่อนหนังจะเริ่มถ่ายทำ ผมได้ส่งคลิปเสียงของนาฬิกาที่กำลังเดิน ซึ่งเป็นนาฬิกาของผมเองให้กับฮานส์ (ซิมเมอร์) แล้วเราก็สร้างดนตรีประกอบจากเสียงนั้น”

     9. “สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วคือการที่ผม ภรรยา และโปรดิวเซอร์หนัง ‘เอมม่า โทมัส’ (Emma Thomas) ได้ช่วยกันกับเพื่อนแล่นเรือลำเล็กผ่านช่องแคบดันเคิร์ก มันกลายเป็นความท้าทายที่น่าตลกแบบสุดๆ และเป็นประสบการณ์เลวร้ายที่กินเวลายาวนานกว่าที่ควรจะเป็น พวกเราติดอยู่ที่นั่นถึง 19 ชั่วโมงกับการต้องข้ามทะเลและช่องแคบที่คลื่นลมแรงเอามากๆ”  โนแลนพูดถึงแรงบันดาลใจจากประสบการณ์จริงที่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Dunkirk

     10. “ภาพยนตร์เป็นศาสตร์ที่มีไวยากรณ์ขั้นสูงที่มีพัฒนาการมาหลายร้อยปี มากพอที่จะเล่าทุกอย่างให้ผู้ชมรู้เรื่องราวอื่นๆ มากกว่าตัวละคร ผมแค่อยากจะถอยหลังออกมา และตั้งคำถามว่า ‘คุณจะทำยังไง ถ้าเกิดคุณไปติดอยู่ที่หาดนั้นจริงๆ’ ครั้งแรกที่ได้อ่านเรื่องนี้ ผมยิ่งสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัว ความโดดเดี่ยว ความอ่อนแอของมนุษย์” โนแลนกล่าวถึงเหตุผลว่าทำไมเขาจึงไม่ปูพื้นตัวละครในเรื่อง

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising