วันศุกร์ที่ 24 เมษายนนี้ มีแนวโน้มจะเกิดแรงสะเทือนทางการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อคดี 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่ยืดเยื้อมานับปี ได้เข้าสู่ขั้นตอนรับฟังคำสั่งของศาลฎีกาว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ ซึ่งย่อมส่งผลต่อการปฎิบัติหน้าที่ สส. ของทั้ง 10 คน จากทั้งหมด 44 คน ว่าหากศาลประทับรับฟ้องแล้ว จะถูกสั่ง ‘พักงาน’ ยาวจนคดีถึงที่สุดหรือไม่
ในวันเดียวกันนั้น สส. พรรคประชาชนจะรวมกันอยู่ในที่ประชุมใหญ่สามัญของพรรค ซึ่งแนวทางคำสั่งของศาลฎีกา จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของพรรคว่า จะมีการ ‘ปรับโครงสร้าง’ กรรมการบริหารพรรคครั้งใหญ่หรือไม่ เพื่อเปิดทางให้สมาชิกพรรค ‘รุ่นที่ 4’ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ หากคำสั่งของศาลออกมาเป็นผลร้ายต่อ 10 สส. รุ่นพี่
ก่อนหน้านี้ นพ. วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชนฝ่ายกฎหมาย ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการสู้คดี 44 สส. เปิดเผยว่า ได้ยื่นคำร้องต่อศาลไป 3 ฉบับ เพื่อยับยั้งผลกระทบที่จะเกิดกับพรรค ประกอบด้วย
- ขอให้ศาลยกคำร้อง โดยยกเหตุผลทางกฎหมาย เช่น อำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นต้น
- ขอให้ศาลไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 10 สส. โดยแสดงเหตุผลความจำเป็นของ สส. ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อ และแบ่ง สส. ที่ถูกชี้มูลความผิดดังกล่าวออกเป็น 4 กลุ่ม เช่น กลุ่มผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, กลุ่มแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นต้น
- ขอให้ศาลสั่งให้ ป.ป.ช. ย้อนกระบวนการพิจารณา โดยชี้ให้เห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในฐานะผู้ร้อง ขัดกับระเบียบของ ป.ป.ช. เองหลายประการ ซึ่งศาลอาจยังไม่ประทับรับฟ้อง หรืออาจสั่งให้ ป.ป.ช. นำคำร้องกลับไปแก้ไข

อ้างอิง: นพ. วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชนฝ่ายกฎหมาย ในฐานะผู้ทำคำคัดค้านต่อศาลฎีกาในคดี 44 สส. ให้สัมภาษณ์แนวทางการสู้คดี


