Menu
247210

งานวิจัยชิ้นใหม่ระบุ คู่รักมีเซ็กซ์กันน้อยลงกว่ายุค 90 และ 2000

12.05.2019
  • LOADING...
  • Loading...

HIGHLIGHTS

5 Mins. Read
  • ช่วงต้นๆ ปี 2010 ชาวอเมริกันที่บรรลุนิติภาวะแล้วมีเพศสัมพันธ์น้อยลงราวๆ 9 ครั้งต่อปี เมื่อเทียบกับคนในยุค 90
  • มีทฤษฎีไม่น้อยที่ชี้ไปที่การมีลูกช้าลง ที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากมีเพศสัมพันธ์
  • กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ กลุ่มคนวัยกลางคน ซึ่งเป็นกลุ่มชายและหญิงที่เริ่มสร้างครอบครัวช้ากว่าคนยุคก่อนๆ และคนกลุ่มนี้ง่วนอยู่กับการดูแลลูก ทำงาน และรับผิดชอบพ่อแม่ที่อายุมากขึ้น
  • แม้จะเป็นการจัดทำสำรวจของคนอังกฤษ แต่น่าสนใจตรงที่ผลออกมาไม่ต่างจากในสหรัฐอเมริกา ที่คนมีอะไรกันน้อยลงไม่แพ้กัน

งานวิจัยชิ้นใหม่จากสหราชอาณาจักรระบุ คู่รักมีเซ็กซ์กันน้อยลงในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ ตัวเลขของคนที่อยากเล่นจ้ำจี้กลับเพิ่มสูงขึ้น

 

จากการสำรวจพบว่า คนอังกฤษที่แต่งงานแล้ว หรืออยู่กับคนรัก มีอะไรกันน้อยลงจนก่อให้เกิดสังคมไร้เซ็กซ์ในสหราชอาณาจักร และกลุ่มที่จ้ำจี้กันน้อยลงคือ กลุ่มคนอายุ 25 ปีขึ้นไป ขณะเดียวกัน ผู้หญิงอังกฤษกว่าครึ่ง และ 2 ใน 3 ของผู้ชายอังกฤษ ยอมรับว่า พวกเขาอยากมีเซ็กซ์มากกว่าเก่า

 

แต่แนวโน้มที่ลดลงนี้ไม่ได้รวมถึงกลุ่มคนโสดและชายหนุ่มอายุต่ำกว่า 25 ปีด้วย เพราะมีรายงานว่า ในปี 2012 มีจำนวน 43.4% ของผู้ชายโสดที่ระบุว่า พวกเขาไม่ได้เล่นปูไต่กับใครมาตลอดเดือนก่อนหน้า เทียบกับ 50.3% ในปี 1991 ซึ่งแปลได้ว่า กลุ่มคนโสดนี้กลับมีเพศสัมพันธ์มากขึ้นกว่าช่วงยุคปี 90 เสียอีก

 

Photo: Courtesy of 20th Century Fox

 

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสุขอนามัยและเวชศาสตร์เขตร้อนประจำกรุงลอนดอน (London School of Hygiene and Tropical Medicine) วิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บจากคนที่ชอบเพศตรงข้ามและเพศเดียวกันกว่า 34,000 คน จากช่วงอายุ 16-44 ปี ที่ทำแบบสำรวจทัศนคติและวิถีชีวิตทางเพศในปี 1991, 2001 และ 2012 พบว่า จำนวนคนที่ไม่มีเซ็กซ์ในช่วงเดือนก่อนหน้าของปี 2001 และ 2012 นั้นสูงขึ้น โดยมีจำนวนชายเปลี่ยวในปี 2001 อยู่ที่ 26% และ 29.2% ในปี 2012 ขณะที่หญิงอังกฤษที่ไม่ได้เล่นจ้ำจี้กับใครก็เหงามากขึ้นพอๆ กันอยู่ที่ 23% และ 29.3% ตามลำดับ

 

การวิเคราะห์ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ The BMJ นี้ยังชี้อีกว่า คนเมืองผู้ดีน้อยกว่า 1 ใน 6 คน มีเพศสัมพันธ์ 10 ครั้ง หรือมากกว่าในเดือนที่ผ่านมาในปี 2012 และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันกับปี 2001 แล้ว มีคน 1 ใน 5 ที่มีอะไร 10 ครั้ง หรือมากกว่าในเดือนที่ผ่านมา นั่นแปลได้ว่า คนในยุคปี 2000 เล่นเสียวกันมากกว่าคนยุคปัจจุบันเสียอีก

 

มาที่คนมีคู่กันบ้าง การรายงานนี้ยังเผยอีกว่า คู่รักที่แต่งงานแล้ว หรืออยู่ด้วยกัน มีเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2001 กว่าในปี 1991 แต่ยังน้อยกว่าในปี 2012 เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ หน้า และแม้จะเป็นการจัดทำสำรวจของคนอังกฤษ แต่น่าสนใจตรงที่ผลออกมาไม่ต่างจากในสหรัฐอเมริกา ที่คนมีอะไรกันน้อยลงไม่แพ้กันเลย

 

Left to right: Margot Robbie plays Naomi and Leonardo DiCaprio plays Jordan Belfort in THE WOLF OF WALL STREET, from Paramount Pictures and Red Granite Pictures.

Photo: Courtesy of Paramount Pictures

 

ในปี 2017 มีการศึกษาเรื่องพฤติกรรมทางเพศที่ตีพิมพ์ใน Archives of Sexual Behavior เผยออกมาว่า ช่วงต้นๆ ปี 2010 ชาวอเมริกันที่บรรลุนิติภาวะแล้ว มีเพศสัมพันธ์น้อยลงราวๆ 9 ครั้งต่อปี เมื่อเทียบกับปลายยุค 90 แม้จะไม่มีการระบุแน่ชัดว่าเพราะอะไร แต่มีทฤษฎีไม่น้อยที่พอบอกได้ ซึ่งต่างชี้ไปที่การมีลูกช้าลงที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากมีเพศสัมพันธ์

 

“มีหลายปัจจัยที่น่าจะพออธิบายว่า ทำไมคนเรามีเซ็กซ์กันน้อยลง” เคย์ เวลลิงส์ ศาสตราจารย์ด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ จากมหาวิทยาลัยสุขอนามัยและเวชศาสตร์เขตร้อนประจำกรุงลอนดอน เผย “เป็นเรื่องน่าสนใจที่กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ กลุ่มคนวัยกลางคน และนี่เป็นกลุ่มชายและหญิงที่เริ่มสร้างครอบครัวช้ากว่าคนยุคก่อนๆ และคนกลุ่มนี้ง่วนอยู่กับการดูแลลูก ทำงาน และรับผิดชอบพ่อแม่ที่อายุมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย” และเคย์ยังเสริมอีกว่า “คนส่วนใหญ่มักเชื่อว่า คนอื่นมีเซ็กซ์บ่อยกว่าตัวเอง”

 

ทั้งนี้ การมีเซ็กซ์สม่ำเสมอนั้นส่งผลดีต่อสุขภาพ โดยช่วยคลายเครียด ดีต่อหัวใจ และช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น มีการศึกษาคู่รักหนุ่มสาวจำนวน 20 คน และพบว่า พวกเขาเผาผลาญพลังงานราวๆ 85 แคลอรี ในการเล่นผีผ้าห่ม 30 นาที และโดยมากหนุ่มๆ จะเผาผลาญได้เยอะกว่าที่ประมาณ 100 แคลอรี และ 69 สำหรับผู้หญิง

 

ใครอยากสุขภาพดีบ้าง?

 

อ่านเรื่อง ไม่มีอารมณ์ทางเพศเลย ควรทำอย่างไรดี ได้ที่นี่

 

 

ภาพ: Courtesy of Universal Pictures

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR