วันเด็กของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่มักพาให้ตัวผมหวนนึกถึงเสียงหัวเราะ ความฝัน และแววตาความสดใสๆ ของเด็กที่ยังเชื่อว่าโลกใบนี้เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุด
แต่ในบางครั้ง … วันเด็กก็พาเราไปไกลกว่านั้น พาเราย้อนกลับไปหาความทรงจำของ ‘เด็กคนหนึ่ง’ ที่แม้ร่างกายจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่เรื่องราวของเขายังคงฝังอยู่ในใจผู้คนมากมายอย่างไม่เลือนหาย
เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในโลกของมวยปล้ำอาชีพ วงการที่เต็มไปด้วยตัวละครสุดแข็งแกร่ง มีทั้งฮีโร่-วายร้าย และเรื่องราวของการไม่ยอมแพ้
ครั้งหนึ่งเคยมีเด็กชายตัวเล็กๆ ที่ไม่เคยก้าวขึ้นสู่เวที ไม่เคยคว้าเข็มขัดแชมป์ แต่กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญที่นักมวยปล้ำและผู้ใหญ่จำนวนมากยังต้องยกย่อง
เด็กคนนั้นชื่อ คอนเนอร์ มิคาเลค หรือที่แฟนๆ WWE เรียกเขาว่า “Connor The Crusher”
คอนเนอร์เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ปี 2005 และต้องเผชิญกับการต่อสู้ที่หนักหนาเกินวัยตั้งแต่อายุได้เพียง 3 ขวบ
เมื่อเขาถูกวินิจฉัยว่าเป็น medulloblastoma หรือมะเร็งสมองและไขสันหลังชนิดหายากในเด็ก
และจากการเผชิญหน้ากับโรคร้ายด้วยความไม่จำยอม ชีวิตวัยเยาว์ของคอนเนอร์ที่ควรเต็มไปด้วยความสนุกเฉียดเช่นเด็กทั่วไป กลับถูกแทนที่ด้วยห้องผ่าตัด เครื่องมือแพทย์ และการรักษาที่ไม่มีใครอยากให้เด็กคนใดต้องเผชิญ
การผ่าตัด การฉายรังสี และเคมีบำบัด กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แม้ในช่วงหนึ่งโรคร้ายจะดูเหมือนสงบลง แต่มันกลับลุกลามอีกครั้งในปี 2011 พร้อมคำวินิจฉัยที่โหดร้ายที่สุด
แพทย์บอกว่าร่างกายของเขาไม่สามารถรับการรักษาเพิ่มเติมได้อีกแล้ว นั่นหมายความว่า โอกาสหายขาดแทบไม่เหลือ
แต่แม้ในสถานการณ์เช่นนั้น สิ่งที่ไม่เคยเลือนหายไปจากเด็กชายคนนี้ คือรอยยิ้ม และหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้
คอนเนอร์ต้องเรียนรู้การเดินและการพูดใหม่จากภาวะแทรกซ้อนของโรค ท่ามกลางความเจ็บปวดที่กัดกินร่างกาย เขายังคงใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในแบบของเด็กคนหนึ่ง ยิ้มให้พ่อแม่ พูดคุยกับผู้คนรอบตัว ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป และส่งพลังบวกออกไป ทั้งที่ตัวเขาเองคือคนที่กำลังต่อสู้อย่างหนักที่สุดในเวลานั้น
และในโลกความจริงที่โหดร้าย ‘มวยปล้ำ’ กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของคอนเนอร์
เสียงเชียร์ ตัวเอกในจอ และเรื่องราวของการลุกขึ้นสู้ ทำให้หัวใจของเด็กคนหนึ่งยังเต้นแรงเสมอ เขาไม่ได้รักมวยปล้ำเพราะความรุนแรง แต่มันสอนให้เขาเชื่อว่า ไม่ว่าจะล้มกี่ครั้ง ตัวเอกก็สามารถลุกขึ้นมาได้เสมอ
ฮีโร่ของคอนเนอร์คือ แดเนียล ไบรอัน (หรือตอนนี้คือ ไบรอัน แดเนียลสัน) นักมวยปล้ำที่เป็นตัวแทนของการไม่ยอมแพ้
ครอบครัวของคอนเนอร์รู้ดีว่า มวยปล้ำคือ ‘ยาใจ’ ที่ดีที่สุดของลูกชาย แต่การเดินทางไปตามอีเวนต์ต่างๆ ในประเทศที่กว้างใหญ่อย่างสหรัฐฯ แทบเป็นไปไม่ได้
จนในเดือนตุลาคม 2012 พ่อของเขาจึงโพสต์คลิปลง YouTube เป็นช่วงที่คอนเนอร์บอกว่าอยากเจอ แดเนียล ไบรอัน วิดีโอดังกล่าวกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว แฟน ๆ ร่วมกันผลักดันแคมเปญ ‘Help Connor meet Daniel Bryan’ จน วินซ์ แม็กแมน ตอบรับและทำให้ความฝันของเด็กคนหนึ่งเป็นจริงภายใน 48 ชั่วโมง
คอนเนอร์ได้พบไอดอล ได้พูดคุยอย่างใกล้ชิด และถูก WWE เซอร์ไพรส์ด้วยการพาเปิดตัวในอีเวนต์ก่อนศึก Raw ท่ามกลางนักมวยปล้ำนับสิบที่มายืนต้อนรับและให้กำลังใจอยู่รอบเวที
ก่อนที่ Triple H จะจัดแมตช์พิเศษให้เด็กวัย 6 ขวบได้สัมผัสเวทีมวยปล้ำจริง ๆ คอนเนอร์ที่ทั้งเขินและตื่นเต้น ใช้หมัดเล็กๆ ของเขาต่อยใส่ Triple H ก่อนกดนับสามท่ามกลางเสียงเชียร์และรอยยิ้มของทุกคนในฮอลล์
นับแต่นั้น เขาเป็นที่รู้จักในฐานะแฟนตัวยงของ แดเนียล ไบรอัน และได้เข้าไปอยู่ในเวทีระดับโลก WrestleMania 30 ได้นั่งข้างเวทีในวันที่ฮีโร่ของเขาคว้าแชมป์โลก
แม้ร่างกายจะอ่อนแรงลงตามเวลาชีวิตที่เริ่มนับถอยหลัง แต่หัวใจของเขากลับแข็งแกร่งไม่แพ้นักสู้หลายคนบนเวที
ในสายตาคนทั่วไป คอนเนอร์อาจเป็นเพียงเด็กตัวเล็กที่ต้องเผชิญโรคร้าย แต่สำหรับนักมวยปล้ำและแฟนๆ จำนวนมาก เขาไม่ใช่แค่แฟนคลับ และไม่ใช่เด็กที่น่าสงสาร
แต่เขาคือแรงบันดาลใจที่เตือนให้ทุกคนจดจำว่า ‘ความกล้าหาญ’ ไม่ได้วัดจากพละกำลัง หากวัดจากหัวใจที่ลุกขึ้นต่อสู้กับวันที่ยากที่สุดในชีวิตของตัวเอง
เพียง 19 วันหลังจากได้ฉลองแชมป์โลกเคียงข้างฮีโร่ของเขาในค่ำคืน WrestleMania 30 คอนเนอร์ก็ใช้ความอดทนและความกล้าที่มีอยู่เต็มหัวใจ ต่อสู้กับโรคร้ายจนลมหายใจสุดท้าย ก่อนจากโลกนี้ไปอย่างสงบด้วยวัยเพียง 8 ปี
แต่เรื่องราวของเขาไม่ได้จบลงแค่นั้น … เพราะ WWE ได้มอบเกียรติยศให้ด้วย Warrior Award ใน Hall of Fame เพื่อสดุดีความใจสู้ของคอนเนอร์ และก่อตั้งโครงการ Connor’s Cure เพื่อสนับสนุนการวิจัยและช่วยเหลือเด็กที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งทั่วโลก
หนึ่งในคนที่ผูกพันกับคอนเนอร์มากที่สุดคือ แดเนียล ไบรอัน ผู้ทำหน้าที่กล่าวสดุดี และเชิญเข้าสู่ Hall of Fame ในปี 2015 โดยไบรอันเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า
“ทุกสิ่งที่ผมทำต่อหน้าทุกคนบนเวที…มันคือการแสดงที่อาจดูไม่จริง แต่เมื่อเราพูดถึงคำว่าแรงบันดาลใจ ผมกำลังพูดถึงบางสิ่งที่ ‘จริง’ อย่างแท้จริง และคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผม ก็คือคอนเนอร์”
สิ่งที่คอนเนอร์ทิ้งไว้ ไม่ใช่แค่ความทรงจำอันงดงาม แต่คือ ‘บทเรียนชีวิต’ ที่ทรงพลัง เขาสอนให้ผู้ใหญ่อย่างเราเข้าใจว่า ผลตอบแทบของ ‘ความกล้าหาญ’ ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยชัยชนะเสมอไป แต่หัวใจสำคัญมันอยู่ที่การไม่ยอมแพ้ แม้ในวันที่แทบไม่เหลือแรงจะยืน
และแม้วันนี้คอนเนอร์จะไม่อยู่แล้ว แต่เชื่อว่า แฟนมวยปล้ำและผู้คนอีกมากจะจดจำเขาเสมอ ในฐานะเด็กผู้ไม่ยอมแพ้จนลมหายใจสุดท้าย
Connor ‘The Crusher’ Michalek ✨


