วันนี้ (1 กันยายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่บริเวณสำนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีกลุ่มนักศึกษา SAAP 24:7 พร้อมด้วยอาจารย์ ศิษย์เก่า และผู้สนับสนุน รวมตัวกันเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการรื้อถอน หอพักอ่างแก้ว และ แฟลตฝายหิน โดยมี เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ร่วมเดินทางสังเกตการณ์ในครั้งนี้
สำหรับการยื่นหนังสือดังกล่าว กลุ่มตัวแทนนักศึกษาได้เข้ายื่นต่อ ผศ. ดร.ปิติพงษ์ ยอดมงคล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยระบุข้อเรียกร้องหลัก 3 ข้อ
- มหาวิทยาลัยต้องเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจรื้อถอน ทั้งรายงานประเมินความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร เอกสาร TOR ประกาศขายทอดตลาด รายละเอียดราคากลาง สัญญารื้อถอน รวมถึงรายงานการประชุมหรือมติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังขอให้เปิดเผยข้อมูลการประสานงานกับกรมศิลปากร กรมธนารักษ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในมิติด้านคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และสถานะทางกฎหมาย ตลอดจนผลการศึกษาทางเลือกในการอนุรักษ์และปรับปรุงอาคารเพื่อการใช้ประโยชน์ใหม่เปรียบเทียบกับการรื้อถอน
- ขอให้มหาวิทยาลัยระงับหรือชะลอการดำเนินการรื้อถอนไว้ก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ อย่างรอบด้าน
- จัดพื้นที่และกระบวนการให้นักศึกษา บุคลากร อาจารย์ ศิษย์เก่า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถรับทราบข้อมูล แสดงความคิดเห็น และร่วมกำหนดแนวทางจัดการอาคารดังกล่าวร่วมกัน
นาวินธิติ จารุประทัย ตัวแทนนักศึกษา กล่าวว่า หากมหาวิทยาลัยยังคงไม่เปิดเผยข้อมูล หรือไม่สามารถชี้แจงกระบวนการตัดสินใจได้อย่างชัดเจนและสร้างความกระจ่างให้แก่ประชาคมได้ ทางกลุ่มนักศึกษาอาจพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงยื่นเรื่องต่อศาลปกครองในขั้นตอนต่อไป
ด้าน ผศ. ดร.ปิติพงษ์ ยอดมงคล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชี้แจงว่า ในวันนี้เป็นการมารับมอบหนังสือจากทางกลุ่มนักศึกษา โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อ ศ. ดร. นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตามขั้นตอนทางราชการต่อไป ซึ่งหากมีความคืบหน้าหรือรายละเอียดเพิ่มเติม มหาวิทยาลัยจะออกแถลงการณ์ชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง
ขณะที่ เนติวิทย์ นักกิจกรรม ซึ่งเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ ให้ความเห็นว่า ตนเดินทางมาให้กำลังใจกลุ่มนักศึกษา เนื่องจากมองว่าประเด็นการรื้อถอนอาคารเก่าในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกรณีศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง สามย่าน ที่ตนเคยติดตาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่ในการรักษามรดกทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิทธิในการมีส่วนร่วม
เนติวิทย์ ระบุด้วยว่า ไม่อยากเห็นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซ้ำรอยกับกรุงเทพมหานคร ที่อาคารเก่าหลายแห่งถูกรื้อถอนจนทำให้ร่องรอยทางประวัติศาสตร์และความทรงจำของชุมชนสูญหายไป มองว่ามหาวิทยาลัยควรสร้างอัตลักษณ์และแนวทางการอนุรักษ์ที่เป็นตัวของตัวเอง
ทั้งนี้ ประเด็นการรื้อถอนหอพักอ่างแก้วและแฟลตฝายหินยังคงเป็นข้อถกเถียงสำคัญในประชาคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยฝั่งผู้คัดค้านตั้งคำถามถึงคุณค่าทางสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ ความทรงจำของพื้นที่ รวมไปถึงความโปร่งใสของกระบวนการและชุดข้อมูลที่มหาวิทยาลัยนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจรื้อถอนในครั้งนี้






