×

จีนเผยแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับใหม่ สื่ออังกฤษตั้งข้อสังเกตแนวโน้มลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตอบโจทย์ความตกลงปารีสหรือไม่

06.03.2021
  • LOADING...
จีนเผยแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับใหม่ สื่ออังกฤษตั้งข้อสังเกตแนวโน้มลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตอบโจทย์ความตกลงปารีสหรือไม่

จีนเผยแพร่แผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะ 5 ปีฉบับใหม่ ซึ่งถือเป็นฉบับที่ 14 เรียบร้อยแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดย The Guardian สื่อของอังกฤษ ตั้งข้อสังเกตว่าแผนฉบับนี้ให้รายละเอียดไว้เพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับวิธีการที่จีนในฐานะผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ที่สุดของโลกจะบรรลุเป้าหมายในการเข้าถึงการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2060 รวมถึงจะมีปริมาณผลผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดก่อนปี 2030

 

สาระสำคัญส่วนหนึ่งที่น่าสนใจจากแผนดังกล่าวคือจีนจะลดความเข้มข้นในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 18% ระหว่างปี 2021-2025 ซึ่งความเข้มข้นดังกล่าวนี้หมายถึงปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ที่ผลิตออกมาต่อหน่วยของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทว่าเป้าหมายนี้สอดคล้องกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นก่อนหน้า และอาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1% ต่อปีหรือมากกว่านั้น ขณะเดียวกันการใช้เชื้อเพลิงที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิลถูกตั้งเป้าหมายไว้ที่ 20% ของการกำหนดสัดส่วนพลังงาน ซึ่งทำให้มีพื้นที่สำหรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมถ่านหินได้อีกมาก

 

สวิติน หลุย นักวิเคราะห์นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของ New Climate Institute ระบุว่าสิ่งที่ปรากฏจากแผนดังกล่าวถือว่าน้อยกว่าความคาดหวัง และแสดงถึงสัญญาณ ‘เล็กๆ น้อยๆ’ ที่เกี่ยวกับการผันตัวออกจากความเคยชินในการใช้ถ่านหินในอนาคต และการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นในการทำให้การปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ ส่วน จางชูเว่ย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Draworld Environment Research Centre ก็ระบุว่าในฐานะที่แผนดังกล่าวเป็นแผนฉบับแรกหลังจากจีนประกาศเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2060 ทำให้แผนฉบับนี้ถูกคาดหวังว่าจะแสดงให้เห็นถึงปณิธานเกี่ยวกับเรื่องสภาพภูมิอากาศที่แข็งแกร่ง ทว่าแผนฉบับร่างที่ถูกนำเสนอออกมาดูเหมือนจะไม่ตอบโจทย์ความคาดหวังดังกล่าว

 

“ประชาคมระหว่างประเทศคาดหวังว่านโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของจีนจะ ‘ก้าวกระโดด’ แต่ในความเป็นจริงมันก็ยังขยับอย่างช้าๆ” จางชูเว่ยกล่าว

 

และที่ผิดไปจากปกติก็คือแผนในระยะ 5 ปีนี้ไม่ได้กำหนดเป้าหมาย GDP ราย 5 ปีเอาไว้ แต่กลับให้มีการกำหนดเป้าหมายรายปี โดยเป้าหมายการเติบโตของ GDP ในปีนี้อยู่ที่ 6% ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยพลังงานและอากาศบริสุทธิ์ (The Centre for Research on Energy and Clean Air) ระบุว่าเมื่อรวมเรื่อง GDP เข้ากับเป้าหมายความเข้มข้นในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว จะทำให้อัตราการเติบโตของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของจีนเพิ่มเร็วขึ้น แทนที่จะชะลอตัวลงตามที่ต้องการ

 

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีพื้นที่ให้จีนในการเพิ่มเติมรายละเอียดในแผนดังกล่าวอยู่ ทั้งในประเด็นว่าจีนจะเพิ่มการผลิตพลังงานสะอาด กระตุ้นภาคอุตสาหกรรมให้ลดการปล่อยก๊าซ และกำหนดเป้าหมายในระยะใกล้ที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างไร โดยแผนที่ละเอียดยิ่งขึ้นจะตามมาภายในปีนี้

 

เบอร์นิซ ลี ผู้อำนวยการด้านการวิจัยของ Chatham House สถาบันนโยบายสาธารณะอิสระในอังกฤษ ระบุว่าแผนดังกล่าวควรได้รับการพิจารณาในฐานะ ‘จุดเริ่มต้น’ เธอมองว่าการประกาศแผนดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งแข่ง และยังคงมีหลายสิ่งให้ทำในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เธอยังพูดถึงการเดิมพันต้นทุนทางการเมือง อนาคตในการส่งมอบการเจริญเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงชื่อเสียงในระดับนานาชาติของ สีจิ้นผิง กับการดำเนินการด้านสภาพอากาศที่รวดเร็วด้วย

 

สิ่งที่จะตามมาคือแผนระดับชาติของจีนภายใต้ความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในเดือนพฤศจิกายนนี้รัฐบาลประเทศต่างๆ จะร่วมประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 (COP26) ซึ่งสหประชาชาติต้องการให้ประเทศต่างๆ ส่งแผนว่าด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2030 หรือที่เรียกว่า NDC ภายใต้ความตกลงปารีสก่อนการประชุมดังกล่าว ทั้งนี้ สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และกว่า 70 ประเทศได้กำหนดแผน NDC ของตนเองแล้ว แม้ว่าบางประเทศจะถูกกดดันให้ทบทวนแผนดังกล่าว ส่วนจีนและสหรัฐฯ ยังไม่เสนอแผนดังกล่าว แต่คาดกันว่า โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเผยแผน NDC ของสหรัฐฯ ในการประชุมผู้นำระดับโลกเพื่ออภิปรายวิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22 เมษายนนี้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศในสหรัฐฯ และกลุ่มภาคประชาสังคมระบุว่าไบเดนควรตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับระดับของปี 2005 ภายในปี 2030 ซึ่งพวกเขากล่าวว่าจะเป็นเป้าหมายที่ทำได้สำหรับสหรัฐฯ

 

สำหรับจีน คำถามที่ใหญ่ที่สุดคือแผน NDC จะกำหนดปีสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายในปี 2573 ที่สีจิ้นผิงกำหนดไว้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาหรือไม่ ถ้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังได้รับอนุญาตให้เติบโตขึ้นจนถึงปี 2030 ก็อาจเป็นไปได้ว่าจะเสี่ยงต่อเป้าหมายของความตกลงปารีสที่ต้องการรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้สูงขึ้นต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการพัฒนาอุตสาหกรรม และถ้าจะดีกว่านั้นก็ควรสูงขึ้นต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียสด้วย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญและนักกิจกรรมก็หวังว่าจีนจะกำหนดปีสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดในปี 2025 ซึ่งจะช่วยให้เป้าหมายของความตกลงปารีสยังคงไม่ไกลเกินเอื้อม เช่น หลี่ชัว ที่ปรึกษาด้านนโยบายจากกรีนพีซ เอเชียตะวันออก ที่ระบุว่าการปล่อยมลพิษสูงสุดก่อนปี 2025 เป็นเรื่องจำเป็น และการยับยั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ก้าวหน้าขึ้นจะดีต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของจีน และจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของจีนในระดับโลกด้วย

 

ภาพ: Li Jinglu / VCG via Getty Images

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories