ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่บริเวณประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เก็บภาพบรรยากาศโปรแกรมพานักท่องเที่ยวสัมผัสวิถีท้องถิ่นด้วยการนั่ง ‘สามล้อถีบ’ หรือสามล้อปั่น ยานพาหนะดั้งเดิมที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวเชียงใหม่และภาคเหนือ ซึ่งปัจจุบันเหลือให้เห็นเพียงไม่กี่คัน
ผู้ขับสามล้อรายหนึ่งเปิดเผยว่า จำนวนสามล้อถีบในจังหวัดเชียงใหม่ลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากผู้คนหันไปใช้ยานพาหนะที่สะดวกกว่า อีกทั้งคนรุ่นใหม่ไม่นิยมประกอบอาชีพนี้ ทำให้ปัจจุบันคาดว่ามีสามล้อถีบเหลืออยู่ไม่เกิน 50 คัน แม้จะยังมีบางครอบครัวสืบทอดอาชีพจากรุ่นสู่รุ่นก็ตาม
ปัจจุบันมีผู้ขับสามล้อรุ่นใหม่อายุน้อยที่สุดเพียง 16 ปี ขณะที่รูปแบบการให้บริการก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่รับส่งผู้โดยสารประจำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุเดินทางไปตลาดหรือวัด ปัจจุบันการพานักท่องเที่ยวชมเมืองกลายเป็นรายได้สำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพยังคงดำรงอยู่
ด้าน สัมพันธ์ เวชสนิท มัคคุเทศก์นำเที่ยว กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่นิยมใช้บริการส่วนใหญ่มาจากประเทศในยุโรป เช่น เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก และอิตาลี โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดฤดูร้อนของยุโรป เส้นทางท่องเที่ยวเริ่มจากประตูท่าแพ ผ่านรอบคูเมือง ก่อนปิดท้ายด้วยการสักการะวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ขับสามล้อที่ลดลง ทำให้บางช่วงไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เพียงพอ หากไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาสืบทอด อาชีพสามล้อถีบซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่และภาคเหนือ อาจค่อยๆ เลือนหายไปในอนาคต










