วันนี้ (28 มีนาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจและติดตามสถานการณ์มลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ยังคงอยู่ในระดับที่น่ากังวล
ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันของรัฐ ระบุว่าค่าฝุ่นละอองในพื้นที่อยู่ในระดับเตือนภัยที่ 3 (สีเหลือง) ซึ่งเป็นระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประชากรเปราะบางและกลุ่มเสี่ยง
สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศจากเว็บไซต์ IQAir โดยเมื่อเวลา 10.00 น. พบว่าค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (US AQI) พุ่งสูงถึงระดับ 235 ส่งผลให้จังหวัดเชียงใหม่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 1 ของเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลกในช่วงเช้า
ก่อนที่ปริมาณฝุ่นควันจะทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกันตลอดทั้งวัน กระทั่งเวลา 16.00 น. ค่า US AQI จึงปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 122 (อันดับ 4 ของโลก) ซึ่งคุณภาพอากาศโดยรวมยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
จากการลงพื้นที่สังเกตการณ์ พบว่าวิกฤตฝุ่นพิษในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยในการมองเห็นทั่วบริเวณตัวเมืองเชียงใหม่อย่างรุนแรง โดยมีกลุ่มหมอกควันหนาทึบปกคลุมพื้นที่ตลอดทั้งวัน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นแนวทิวเขาที่ล้อมรอบตัวเมืองได้อย่างชัดเจน ท้องฟ้ามีลักษณะขาวขุ่นขมุกขมัว ขณะที่แสงแดดถูกกรองจนหม่นลงกว่าสภาวะปกติ








