Menu

เฌอปราง BNK48 กับการสำรวจความกลัวที่กัปตันคนเก่งยังต้องเผชิญ

16.05.2018
  • LOADING...
  • 44.5k

HIGHLIGHTS

7 MINS READ
  • เมื่อก่อนเฌอปรางเคยกลัวรถไฟเหาะและแมลงสาบ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เธอก็สามารถขึ้นรถไฟเหาะได้ ส่วนเรื่องแมลงสาบ ตอนนี้เฌอปรางกล้าใส่ถุงมือจับแมลงสาบออกไปทิ้งข้างนอกได้แล้ว
  • สิ่งที่เฌอปรางรู้สึกว่าทุกคนกำลังเข้าใจผิดเกี่ยวกับเธอมากที่สุดคือเธอเองไม่ใช่คนเก่ง เป็นแค่คนที่พยายามทำทุกๆ อย่างด้วยความตั้งใจที่สุดเท่านั้นเอง
  • เฌอปรางเป็นคนที่มีพื้นฐานความเข้าใจในชีวิตที่ค่อนข้างมากถ้าเทียบกับเด็กในวัยใกล้เคียงกัน เธอเชื่อว่าพื้นฐานนั้นมาจากการฝึกปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ ฝึกความอดทนมาตั้งแต่เด็ก รวมทั้งการได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นๆ ที่ทำให้เธอใช้ชีวิตด้วยความยืดหยุ่นมากขึ้น

สำหรับคนที่ติดตามวง BNK48 มาตลอดย่อมรู้จัก เฌอปราง อารีย์กุล หรือ ‘แคปเฌอ’ กัปตันคนเก่งที่ไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไรก็ดูดีไปทุกอย่างจนดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรทำให้เธอหวั่นไหวได้ง่ายๆ

 

วันนี้เมื่อมีโอกาส THE STANDARD อยากลองค้นเข้าไปหา ‘จุดอ่อน’ ที่ทำให้กัปตันผู้แสนเพอร์เฟกต์กลัวหรือรู้สึกหวั่นได้บ้าง ซึ่งแน่นอนว่าเธอเองก็ไม่ต่างคนทั่วไปที่ยังมีหลายเรื่องที่ไม่อาจก้าวข้ามผ่าน และเฌอปรางยังยืนยันกับเราอยู่หลายครั้งว่าเธอไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบ แม้แต่คำว่า ‘คนเก่ง’ เธอยังไม่ยินดีที่จะรับเอาไว้ด้วยซ้ำ

 

แต่ยิ่งเธอยอมรับในความกลัวและ ‘ไม่สมบูรณ์แบบ’ มากเท่าไร เราก็ยิ่งรู้สึกถึงความสมบูรณ์แบบในฐานะ ‘ไอดอล’ ในฐานะหญิงสาว และในฐานะมนุษย์คนหนึ่งมากขึ้นเท่านั้น

 

 

เท่าที่ติดตามมาจะเห็นว่าเฌอปรางเป็นคนที่กลัวอะไรน้อยมากๆ ณ ตอนนี้มีเรื่องอะไรบ้างที่ทำให้คนอย่าง ‘แคปเฌอ’ กลัวได้มากที่สุด

ตอนนี้ถ้าชัดเจนที่สุดคงเป็นรถไฟเหาะค่ะ แต่เป็นความกลัวในจุดที่เราก้าวข้ามมันไปได้แล้ว ถ้าจำเป็นต้องขึ้น เช่น เวลาไปถ่ายรายการต่างๆ พอเรารู้ว่านั่นคือหน้าที่ เราจะไม่ปฏิเสธและจะเอาชนะความกลัวตอนนั้นให้ได้ แต่ถ้าเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยงทันทีนะคะ (หัวเราะ) และพอเจอสถานการณ์เลี่ยงไม่ได้ที่บังคับให้เจอกับสิ่งที่เรากลัวบ่อยๆ สุดท้ายมันจะกลายเป็นความชิน แล้วเรียนรู้ว่าเราแค่เผชิญหน้ากับมันแป๊บเดียว เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

 

หรืออย่างพวกแมลง โดยเฉพาะแมลงสาบที่เคยกลัว แต่พอต้องไปปฏิบัติธรรมที่วัดบ่อยๆ เข้าห้องน้ำก็เจอ นั่งปฏิบัติธรรมอยู่คนเดียวในป่าก็เจอ จากที่เคยกลัวก็กลายเป็นเฉยๆ เรารู้ว่าถ้าเราไม่ไปทำร้ายเขาก่อน เขาก็ไม่ทำร้ายเรา เมื่อก่อนเวลาเจอแมลงสาบอาจจะต้องเดินห่างๆ ออกมา แต่ตอนนี้เฌอสามารถใส่ถุงมือแล้วจับแมลงสาบเอาไปทิ้งข้างนอกได้แล้ว

 

มีความกลัวเรื่องไหนที่ยังไม่สามารถเอาชนะได้บ้างหรือเปล่า

กลัวการทำอะไรได้ไม่เต็มที่ หรืออาจจะพูดว่าเป็นคนกลัวความผิดหวังก็ได้นะคะ ไม่ว่าจะทำให้คนอื่นผิดหวังหรือตัวเองผิดหวังก็ตาม ด้วยความที่เฌอเป็นคนรู้สึกผิดกับอะไรง่าย ทำให้เราไม่อยากต้องมารู้สึกผิดทีหลังว่าทำไมเราถึงไม่ยอมทำทุกอย่างให้ดีตั้งแต่ตอนนั้น

 

มีใครอีกไหมที่เฌอปรางกลัวว่าจะทำให้เขาผิดหวังมากที่สุด และจะไม่มีทางทำให้คนนั้นรู้สึกผิดหวังเด็ดขาด

(คิดนาน) ไม่มีถึงขนาดนั้นนะคะ เพราะเฌอก็เคยทำให้แม่ผิดหวัง เคยทำให้พ่อผิดหวัง กับน้องก็เคย แฟนคลับก็เคย กับทุกคนก็น่าจะเคยเหมือนกัน เลยไม่ได้รู้สึกว่ามีใครที่เราจะต้องกลัวเป็นพิเศษ เราค่อนข้างรับมือกับความรู้สึกผิดได้มากขึ้น จากเมื่อก่อนที่เคยทุกข์กับความรู้สึกผิดมากๆ แต่ปัจจุบันก็จะเป็นแนว อืม คนเราผิดพลาดกันได้เนอะ อาจจะทุกข์กับมันสักพัก เรียนรู้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แล้วก็ลุยกับมันต่อไป

 

 

กลัวการโดนสปอยล์หนังก่อนได้ดูหรือเปล่า

ไม่ค่ะ สปอยล์มาได้เลย สปอยล์แล้วยังไง เดี๋ยวเราค่อยไปดูอีกทีก็ได้ ยังสนุกเหมือนเดิมนะ เฌอคิดว่าเนื้อเรื่องมันก็มีผลกับหนังจริงๆ แหละ แต่สุดท้ายสิ่งที่เฌอต้องการเวลาไปดูหนังคือพวกวิชวลต่างๆ ที่เขาแสดงออกมามากกว่า

 

กลัวอ้วน กลัวเสียโฉม ผมเสีย หรือเรื่องความสวยงามต่างๆ ตามธรรมชาติของผู้หญิงล่ะ

ไม่กลัวนะ แต่ด้วยหน้าที่ตรงนี้ทำให้ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น คือเฌอไม่ได้กลัวว่าผมจะเสียหรืออะไรก็ตาม แต่ถ้ามันเสียขึ้นมา ผลสุดท้ายคือเฌอก็ต้องไปนั่งดูแลให้มันกลับไปเป็นปกติเหมือนเดิม ถ้าป้องกันได้ตั้งแต่แรกก็ดีกว่า แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องออกไปลุยมากๆ ทำโน่นทำนี่แล้วผิวจะเสียหรืออะไร เราไม่มีปัญหา ไม่กลัวเลย เราพร้อมลุยได้ทุกอย่าง

 

กลัวขึ้นคานไหม

ไม่นะ อยู่เป็นโสดก็ดี

 

 

กลัวคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเราไหม

ปัจจุบันเขาก็เข้าใจผิดเกี่ยวกับเฌอเยอะเหมือนกันนะ ก็เลยไม่กลัวแล้ว (หัวเราะ) เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พอเจอมากๆ แล้วเราเริ่มชินและรับมือกับมันได้ สุดท้ายเขาเห็นแค่ตรงนี้ ก็เป็นไปได้ที่เขาจะเข้าใจเราไปต่างๆ นานา แต่เรารู้ตัวเองดีที่สุดว่าทำอะไรอยู่บ้าง แค่นั้นก็พอแล้ว

 

เรื่องไหนที่รู้สึกว่าคนอื่นกำลังเข้าใจเฌอปรางผิดมากที่สุด

ทุกคนเข้าใจว่าเฌอเก่งมาก แต่เฌอไม่เก่งเลย เฌอแค่ทำทุกอย่าง ทำมันลงไป และพยายามอย่างเต็มที่ หลายคนอาจจะคิดว่าจุดนี้คือความเก่งของตัวเฌอ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ยังมีคนฉลาดกว่า เก่งกว่าเฌอเสมอ เพราะฉะนั้นเฌอไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนเก่ง แต่เราแค่ตั้งใจทำทุกอย่างเท่านั้นเอง

 

พอตั้งใจทำอะไรมากๆ จะมีความรู้สึกกลัวว่าเราจะทำได้ไม่ดีอย่างที่ตั้งใจไว้บ้างไหม

กลัวนะ แต่สุดท้ายก็ต้องคิดว่าเรามีเวลาแค่นี้ มันก็อาจจะได้ประมาณนี้เท่านั้นแหละนะ

 

 

มีนิสัยเสียลึกๆ ของตัวเองสักข้อที่เรายังกลัวอยู่บ้างหรือเปล่า

กลัวนิสัยพูดก่อนคิด บางทีเฌอเป็นพวกโพล่งออกไปก่อน เคยทำให้เพื่อนเสียใจ มีคนร้องไห้มาแล้วจากสิ่งที่เราคิดว่าเป็นแค่คำพูดธรรมดา ไม่ได้อะไรเลยนะ แต่มันก็ทำให้คนอื่นเสียใจได้เหมือนกัน

 

ได้ยินเฌอปรางพูดมาหลายครั้งถึงนิสัยพูดก่อนคิดของตัวเอง แต่ตามสื่อต่างๆ จะเห็นว่าเฌอปรางเป็นคนที่ตอบคำถามต่างๆ ได้ดีมากคนหนึ่งเลย

เพราะว่าผ่านจุดนั้นมาเยอะแล้วไงคะ (หัวเราะ) เราผ่านมาจนรู้ว่าพอไม่คิดก่อนพูดแล้วเป็นยังไง โชคดีที่เฌอผ่านจุดนั้นมาตั้งแต่สมัยมัธยมที่ยังพอมีเวลาให้เราปรับปรุงแก้ไขได้อยู่ เมื่อก่อนเฌอเป็นคนเอาตัวเองเป็นใหญ่ค่อนข้างมาก แต่พอได้ทำงานกลุ่ม ทำกิจกรรมหลายๆ อย่างร่วมกับเพื่อนๆ แล้วได้สะท้อนความคิด ข้อดีข้อเสียของกันและกัน ได้กะเทาะเปลือกบางอย่างออกมาเรื่อยๆ ยิ่งโตขึ้น ยิ่งได้ทำงาน ได้เจอคนหลากหลายรูปแบบ ได้พิสูจน์หลายๆ อย่างกับตัวเราเอง สุดท้ายเลยค่อนข้างกลายเป็นคนที่ยืดหยุ่นขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้ยึดติดกับตัวเองหรือยึดติดกับอะไรเกินไปขนาดนั้นแล้ว

 

เฌอปรางดูเป็นคนที่ค่อนข้างเข้าใจเรื่องราวหลายอย่างในชีวิตได้ดีเลยนะ คิดว่าพื้นฐานความเข้าใจต่างๆ มีที่มาจากอะไรบ้าง

น่าจะมาจากที่เฌอเคยทำอะไรมาเยอะ บวกกับได้ไปปฏิบัติธรรมตั้งแต่เด็กๆ รู้สึกว่าเวลาได้นั่งสมาธิ ได้นั่งคิดอยู่กับตัวเองแล้วมันช่วยตกตะกอนความคิดได้ค่อนข้างเยอะ พอเจออะไรไปเรื่อยๆ ได้ฟังความคิดของคนโน้นคนนี้ ก็เริ่มรู้สึกว่าจริงๆ ในชีวิตไม่ได้มีอะไรที่จะต้องสุดโต่ง ทำได้แบบนั้นแบบนี้ไปทั้งหมด สุดท้ายมันจะมีทางออกอีกฝั่งให้เราไปได้เสมอ

 

หรืออย่างตอนที่เฌอเคยไปเดินธรรมยาตรา 7 วันที่เป็นการฝึกความอดทนขั้นสูงสุด เพราะถ้าเดินไม่ถึงระยะทางที่กำหนดในแต่ละวันเราก็จะไม่ถึงที่พัก แล้วต้องเดินวันละ 20 กิโลเมตรติดกัน 7 วัน มันต้องใช้ความอดทนสูงมาก ทุกๆ ครั้งพอผ่านความเหนื่อยมากๆ มาได้จะทำให้รู้ว่าสุดท้ายมันไม่มีอะไรที่ยากเกินไป ถ้าเราอดทนอยู่กับมันเรื่อยๆ ทำมันต่อไปเรื่อยๆ สักวันหนึ่งเราจะทำได้ แล้วเรื่องนั้นมันก็จะผ่านไป

 

 

ถ้าไม่ใช่นิสัยของตัวเอง แต่เป็นนิสัยทั่วๆ ไปของคนอื่นที่เรากลัวและไม่อยากให้ตัวเองเป็นมีอะไรบ้าง

ไม่อยากเป็นคนขี้บ่น เพราะตัวเองไม่ชอบโดนคนอื่นบ่นเหมือนกัน แต่บางทีมันก็ห้ามไม่ได้ (หัวเราะ) โดยเฉพาะเมื่อก่อนเฌอเป็นคนขี้บ่นนะ ชอบเผลอไปบ่นว่าทำไมเธอทำแบบนั้นแบบนี้ แต่หลังๆ น้อยลง พยายามอยู่เงียบๆ แล้วค่อยพูดในเรื่องที่เรารู้สึกว่าต้องพูดจริงๆ

 

ยิ่งโตขึ้นเราจะยิ่งเห็นมุมมองของคนอื่นๆ ที่หลากหลายมากขึ้น แล้วช่วงที่เฌอศึกษาเรื่องจิตวิทยาเกี่ยวกับการเรียนรู้ของคน ทำให้เข้าใจว่ากว่าคนคนหนึ่งจะมีบุคลิกอย่างหนึ่งขึ้นมาได้ มันมาจากประสบการณ์ชีวิตและความเชื่อหลายอย่างมาประกอบเข้าด้วยกัน หล่อหลอมให้เขาเป็นแบบคนนี้และตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ เรื่องไหนที่รู้สึกว่าเขาทำไม่ดี เราบอกเขาได้นะ แต่ถ้าเขาไม่ฟังก็แปลว่าเขาถูกหล่อหลอมมาอีกแบบหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่ได้แปลว่าเขาผิดก็ได้

 

กลัวความตายไหม

ไม่กลัวค่ะ ตายก็ตาย ก็ดี (หัวเราะ) จะได้ไม่ทุกข์แล้วไง ปัจจุบันคุณแม่ยังเคยถามเลยว่าถ้าแม่ตายไปแล้วเฌอจะเป็นยังไง เราคงเสียใจแน่ๆ แต่มันคงไม่ใช่ความรู้สึกกลัว เรารับรู้ว่าแม่ไม่อยู่แล้ว เพราะความตายมันเป็นเรื่องธรรมชาติของทุกคน

 

ผ่านมาถึงระดับนี้ คนอย่าง ‘แคปเฌอ’ ยังต้องกลัวว่าจะหลุดจากเซมบัตสึอยู่อีกหรือเปล่า

ไม่กลัวค่ะ หลุดก็ดี เฌอจะได้มีเวลาไปเรียนต่อ แต่มันยังทำไม่ได้ไง (หัวเราะ) เฌอรู้ตัวว่าสุดท้ายต้องมีวันที่เฌอหลุด แล้วมันจะเป็นวันที่เฌอเริ่มถอยออกมาแล้วมีคนอื่นเริ่มขึ้นมาแทน เพราะสุดท้ายเราคงไม่ได้อยู่ในนี้ตลอดเวลา เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ ที่มีเข้ามาก็ต้องมีผ่านไป เป็นเรื่องธรรมชาติ

 

ช่วงที่ยอดไลก์ในเพจของปัญ (ปัญสิกรณ์ ติยะกร) ตามเฌอปรางเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ถามจริงๆ ในฐานะคนที่มีคะแนนความนิยมอันดับหนึ่งมาตลอด ตอนนั้นกลัวว่าตัวเองจะโดนแซงบ้างไหม  

ความจริงเฌอเคยคิดเรื่องคะแนนมาตั้งแต่ที่เข้ามาอยู่ใน BNK48 แรกๆ หลายคนคิดว่าเราอยู่ในอันดับ 1 ตลอดเวลา แต่อีกทางหนึ่ง นั่นหมายความว่าเราโดนจ้องทุกอย่าง ทำอะไรก็เหมือนจะผิดทุกอย่างเหมือนกัน จนพอน้องแซงขึ้นไปแล้ว ความรู้สึกแรกคือรอดแล้ว! (หัวเราะ) แต่ความเป็นจริงเราก็ไม่เคยรอดสักที เพราะสุดท้ายไม่ว่าจะอยู่อันดับไหน ตัวเฌอก็คงไม่ต่างจากเดิม ยอดไลก์ก็คือยอดไลก์ ทั้งการคาดหวัง การจับจ้อง เราก็ยังคงถูกมองแบบนั้นเหมือนเดิมอยู่ดี

 

 

เมื่อถูกจับตามองมากๆ สายตาหลายคู่ที่จ้องเข้ามาทำให้เฌอปรางรู้สึกอึดอัดจนกลัวและไม่อยากเป็นแบบนั้นบ้างหรือเปล่า

ถ้าเรื่องนั้นคงไม่ทำให้อึดอัด เพราะปัจจุบันเฌอก็ลั้นลาไปเรื่อยๆ ใครมีงานอะไรมาให้ทำก็ทำ ถ้าไม่มีงานก็ไปเรียนหนังสือ แต่ถ้าจะมีเรื่องทำให้อึดอัดคงเป็นเรื่องที่เราต้องทำหน้าที่กัปตันให้ดี อย่างเวลาเกิดเรื่องดราม่าต่างๆ ขึ้นแล้วเราต้องเป็นคนออกมาอธิบาย เพราะถ้ามองในฐานะว่าเราคือพี่ คือคนในครอบครัว เราควรที่จะปลอบ ควรปกป้องเขาให้ได้มากที่สุด แต่พอเปลี่ยนเป็นฐานะกัปตัน มันมีอีกหลายเรื่องที่ทำให้เราทำแบบนั้นไม่ได้ทั้งหมด แต่ไม่ได้ความว่าฐานะกัปตันจะผิดนะคะ เมื่อเข้ามาอยู่ตรงนี้ เราเข้าใจดีว่ามันมีเงื่อนไขมากมายที่ทำให้ทุกอย่างต้องดำเนินต่อไปแบบนั้น แต่บางครั้งเราอึดอัด เพราะไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าเราควรจะวางตัวอยู่ตรงไหนดี

 

กลัวแฟนคลับรักเรามากเกินไปไหม

อันนี้กลัวค่ะ (ตอบทันที) รักแบบคลั่ง รักจนหมดเนื้อหมดตัว แบบนี้เฌอกลัวมาก และไม่สนับสนุนให้ใครทำแบบนั้นเด็ดขาด เฌอถึงบอกอยู่ตลอดว่าอยากให้ทุกคนรู้จักตัวเอง และรู้ลิมิตที่พอดีของตัวเองนะคะ


  • LOADING...
  • 44.5k
READ MORE