การส่งตัวเฉินจื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการสแกมเมอร์รายใหญ่ในกัมพูชากลับไปดำเนินคดีในประเทศจีน ถูกจับตามองว่า อาจเป็นความเคลื่อนไหวที่มีผลสำคัญต่อความพยายามในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ที่กระทำการหลอกลวงผู้คนในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทย
ในภาพกว้างนั้น เฉินจื้อ ซึ่งถูกสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศดำเนินการฟ้องยึดและอายัดทรัพย์มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ นับเป็นเพียงฟันเฟืองหนึ่งในหลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติสัญชาติจีน
อย่างไรก็ตาม เครือข่ายหนึ่งที่ถูกจับจ้องว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับเฉินจื้อ คือ ‘แก๊ง 14K’ ที่มีฐานใหญ่กระจายอยู่ในฮ่องกง มาเก๊า จีน ไต้หวัน ตลอดจนหลายประเทศตะวันตก แอฟริกา และภูมิภาคอาเซียน โดยคาดว่าสมาชิกแก๊งนั้นอาจมีมากถึง 20,000 คนทั่วโลก
กิจกรรมผิดกฎหมายของแก๊ง 14K กระจายไปยังหลายประเทศ โดยในอาเซียน มีหลายจุดที่กลุ่มนี้เข้าไปสร้าง ‘ฐาน’ หรือ ‘เมืองสแกมเมอร์’ ขนาดใหญ่ ทั้งในเมียนมา กัมพูชา และ สปป.ลาว โดยอาศัยฉากหน้านักธุรกิจจีนที่มาพร้อมกับเงินลงทุนก้อนโต ซึ่งชูภาพลักษณ์ความรักชาติ และดำเนินกิจการตามแนวทางของโครงการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative : BRI) ของรัฐบาลจีน
สำหรับไทย เงามืดของแก๊งนี้ก็พยายามคืบคลานเข้ามาเช่นกัน โดยปรากฎร่องรอย ‘พฤติการณ์’ ในการพยายามสร้างเครือข่ายที่มาในรูปแบบของสมาคม และใช้วิธีเข้าหาบุคคลระดับสูงของไทย ทั้งในแวดวงการเมือง ข้าราชการและภาคเอกชน ผ่านการจัดงานเพื่อพบปะและถ่ายภาพร่วมกัน ซึ่งวิธีนี้ยังถูกนำไปใช้กับประเทศอื่น เช่น กัมพูชา ที่แก๊งนี้สามารถเข้าถึงได้ แม้แต่บุคคลระดับรองนายกรัฐมนตรี หรือผู้บัญชาการตำรวจ
และนี่คือข้อมูลบางส่วนที่ THE STANDARD รวบรวมมา จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายอาชญากรที่ปรากฎในหน้าสื่อทั้งนอกและในประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นพฤติการณ์อันน่าตกใจของแก๊งนี้
โดยหากประเทศไทยและรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่เร่ง ‘ตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม’ เครือข่ายอาชญากรเหล่านี้ ซึ่งมีทั้งสีเทาไปถึงสีดำ อาจหยั่งราก ตั้งฐาน และดำเนินกิจการที่ทำลายประเทศไทยในระยะยาว
แก๊ง 14 K กับเฉินจื้อ
- สำหรับเฉินจื้อนั้น ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับแก๊ง 14K โดยหลักฐานที่ปรากฎชัดที่สุด คือการที่ Prince Group เข้าไปลงทุนในรีสอร์ทหรูและโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในปาเลา (Palau) ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
- โครงการลงทุนดังกล่าว ซึ่งทางการสหรัฐฯ ชี้ว่าเป็นฉากบังหน้าการขยายเครือข่ายอาชญากรรมและการฟอกเงินไปยังแปซิฟิก ได้รับความช่วยเหลือจากนักธุรกิจหญิงชาวจีนชื่อ โรส หวัง (Rose Wang) ที่อาศัยในปาเลามากว่า 20 ปี ซึ่งถูกจับตามองว่ามีความเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญของแก๊ง 14K คือ หวัน ค็อกคอย (Wan Kuok-Kui) หรือ อิ่นกั๋วจู (Yin Guoju) ฉายาไอฟันหลอ (Broken Tooth) อดีตหัวหน้าแก๊ง 14K ที่ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ คว่ำบาตรจากการเป็นผู้นำองค์กรอาชญากรรมที่กระทำผิดกฎหมาย ทั้งค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ และกิจกรรมทางอาชญากรรมอื่นๆ
- โดยโรส หวัง นั้นเคยถูกทางการปาเลาประกาศให้เป็นบุคคลต่างด้าวไม่พึงประสงค์จากการจัดการพบปะระหว่าง หวัน ค็อกคอย กับประธานาธิบดีปาเลาในปี 2018
- ชื่อของหวัน ค็อกคอย และแก๊ง 14K ปรากฎในหน้าสื่อไทยหลายสำนักช่วงไม่กี่ปีมานี้ จากบทบาทสำคัญในการสร้างเมืองสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ KK Park และสวนอุตสาหกรรมดงเหม่ย (Dongmei Industrial Park) ในจังหวัดเมียวดี ของเมียนมา ติดชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตากของไทย
- ขณะที่สื่อบางสำนัก รายงานข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญที่อ้างว่า เฉินจื้อ และ Prince Group ทำงานด้านการเงินให้กับหวัน ค็อกคอยและแก๊ง 14K
- โดยทรงฤทธิ์ โพนเงิน ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง เคยให้สัมภาษณ์ว่า เฉิน จื้อ เป็นหนึ่งในแก๊ง 14K ซึ่งหวัน ค็อกคอย เชิญมาร่วมทำธุรกิจ มีหน้าที่ดูแลด้านการเงินและการลงทุนในกัมพูชา ตลอดจนการโยกย้ายสินทรัพย์ในกัมพูชาไปลงทุนยังประเทศที่เหมาะสม รวมถึงประเทศไทย และยังรับหน้าที่แปลงสินทรัพย์มาเป็นทองคำ
พฤติกรรมบอส 14K เข้าหาผู้นำ-นักการเมือง ปูทางธุรกิจมืด
- สำหรับวิธีการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายของผู้นำแก๊ง 14K ในประเทศต่างๆ จะมีลักษณะคล้ายกัน คือพยายามเข้าไปในรูปแบบที่เหมือนจะถูกกฎหมาย เช่น ลงทุนทำธุรกิจหรือองค์กรการกุศล และพยายามเข้าหาบุคคลระดับสูงของประเทศนั้นๆ ทั้งในแวดวงการเมือง ข้าราชการและภาคเอกชน
- ในเมียวดี ซึ่งเป็นพื้นที่ปกครองโดยกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) หวัน ค็อกคอย เข้าไปลงทุนในฉากหน้าของบริษัทลงทุน Dongmei Group ซึ่งมีการลงทุนและร่วมลงทุนในโครงการนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทั้ง KK Park, Dongmei Industrial Park, Saixigang Industrial Park โดยนิคมอุตสาหกรรมเหล่านี้ ท้ายที่สุดก็กลายเป็นที่ตั้งของคาสิโนและฐานสแกม
- หวัน ค็อกคอย ยังเป็นผู้ก่อตั้งและประธานสมาคมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหงเหมินโลก (World Hongmen History and Culture Association) ซึ่งเป็นสมาคมที่ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ คว่ำบาตรเช่นกัน
- โดยข้อมูลจากมูลนิธิ James Town สถาบันวิจัยนโยบายกลาโหมของสหรัฐฯ อ้างว่าสมาคมหงเหมิน มีความเชื่อมโยงกับแนวร่วมพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) และองค์กรอาชญากรรม โดยมีรากฐานทางประวัติศาสตร์มาจากสมาคมลับในสมัยราชวงศ์ชิง และดำเนินกิจการต่างๆ ที่สอดคล้องกับผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของจีน
- จากข่าวที่ปรากฎในสื่อของหลายประเทศ พบว่าสมาคมหงเหมิน มีการพยายามลงทุนทำธุรกิจและตั้งสำนักงานสมาคมในหลายประเทศที่อยู่ในแผน One Belt One Road รวมถึงกัมพูชา และไทย โดยธุรกิจที่ทำนั้น มีทั้งบริษัทรักษาความปลอดภัย แบรนด์สุรา ไปจนถึงธุรกิจด้านคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งทั้งหมดชูเอาธงความรักชาติและมรดกทางวัฒนธรรมของจีนนำหน้า
- องค์กรแยกย่อยของสมาคมนี้ เช่น องค์กรโลกหงเหมิน (World Hongmen Organization : WHMO) ที่ขยายการดำเนินการไปทั่วโลก โดย มีสำนักงานในหลายเมืองใหญ่ เช่น โคโลราโด, ฮ่องกง, ไนโรบี, โตรอนโต และกรุงมาดริด โดยธุรกิจที่ทำมีหลากหลาย และอ้างว่าเน้นไปในทางพัฒนา เช่น อุตสาหกรรมสุขภาพ, บล็อกเชน, การพัฒนาอุตสาหกรรม การฟื้นฟูชนบท และการบริการ
- ไทม์ไลน์สำคัญในความพยายามขยายธุรกิจของหวัน ค็อกคอย และสมาคมหงเหมิน ปรากฎให้เห็นชัดในหลายประเทศรวมถึงไทย ช่วงปี 2018-2019
- ในกัมพูชา เดือนพฤษภาคมปี 2018 หวัน ค็อกคอย จัดพิธีเปิดสำนักงานใหญ่ของสมาคมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหงเหมินโลก พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มบล็อกเชนและสกุลเงินดิจิทัล ที่ชื่อว่าเหรียญหงเหมิน โดยเชิญแขกระดับสูงมาร่วมงาน เช่น เมน ซัม อาน(Men Sam An) รองนายกรัฐมนตรีหญิงของรัฐบาลฮุน เซน ในขณะนั้น และพล.อ. เซา โสคา (Sao Sokha) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (National Military Police Commander)
- ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันก็มีการจัดตั้งสมาคมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหงเหมินโลก สาขาประเทศไทยขึ้น โดยมีชายชาวจีนชื่อไบ๋ เจ้าฮวย เป็นประธาน
- เดือนมิถุนายน 2018 ปรากฎรายงานข่าวพิธีเปิดสำนักงานใหญ่สมาคมฯ และการเสนอขายเหรียญหงเหมิน จัดขึ้นที่โรงแรมหรูในกรุงเทพฯ โดยหวัน ค็อกคอย ในชุดสูทสีขาวมาร่วมพิธี และมีแขกระดับสูงหลายคนที่ถูกเชิญไปร่วมงานและปรากฎในภาพถ่าย ทั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี, ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า, ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ยอดนักมวยสากลชาวอเมริกัน และบุคคลสำคัญอีกหลายคนในแวดวงการการเมือง ธุรกิจ และวัฒนธรรมของไทย
- “งานครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวสมาคมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหงเหมินโลก สาขาประเทศไทย อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกับเปิดการระดมทุน ICO (Initial Coin Offering) นำเสนอขายเหรียญหงเหมินเฟสที่ 3” รายงานข่าวระบุ
- โดยนอกจากสมาคมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหงเหมินโลก ยังมีการตั้งสมาคมพันธมิตรหงเหมินโลก สาขาประเทศไทยด้วย โดยมีชายชื่อ วุฒิ แซ่เหลียง แสดงตัวว่าได้รับแต่งตั้งเป็นประธานสมาคม
- นอกจากนี้ หวัน ค็อกคอย ยังมีความพยายามเข้าไปลงทุนทำธุรกิจทั้งใน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และปาเลา และใช้วิธีการในลักษณะคล้ายกัน
- ในปี 2023 ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาเปิดเผยว่า สมาคมหงเหมิน มีลักษณะเป็นสมาคมซ่องสุมอั้งยี่และเกี่ยวพันกับแก๊ง 14K จนกลายเป็นประเด็นใหญ่ ก่อนที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในขณะนั้น จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบทั้ง 2 สมาคม และพบว่าไม่มีการขออนุญาตจัดตั้งสมาคม หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็น ‘สมาคมเถื่อน’
- พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แถลงข่าวว่า สมาคมนี้มีพฤติการณ์ใช้ภาพถ่ายคู่กับบุคคลสำคัญที่เป็นที่รู้จักในสังคม เพื่อนำมาสร้างความน่าเชื่อถือและหวังจะหลอกลวงให้ผู้อื่นนำเงินมาบริจาค โดยมีผู้เสียหายหลงเชื่อและบริจาคเงินเป็นจำนวนมาก
- ความพยายามตั้งสำนักงานของสมาคมเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงแผนการตั้งเครือข่ายเพื่อดำเนินกิจการผิดกฎหมายต่างๆ ซึ่งปัจจุบัน แม้จะไม่ปรากฎชื่อของสมาคมหงเหมินเคลื่อนไหวใดๆ ในประเทศไทยแล้ว แต่สิ่งที่สังคมไทยยังคลางแคลงใจ คือสมาชิกของแก๊ง 14K หรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ ยังคงมีการเคลื่อนไหว ดำเนินการหรือใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำผิดกฎหมาย เช่นการฟอกเงินหรือหลอกลวงออนไลน์อยู่หรือไม่
- ทั้งหมดนี้ถือเป็นการบ้านสำคัญ ที่รัฐบาลไทยชุดใหม่หลังจากนี้ต้องให้คำตอบที่ชัดเจนแก่ประชาชน
อ้างอิง :
- https://jamestown.org/hongmen-associations-prc-organized-crime-and-ccp-united-front/
- https://agbrief.com/news/cambodia/15/10/2025/cambodian-casino-group-prince-group-at-the-center-of-major-us-uk-cybercrime-sanctions/
- https://vodenglish.news/prosecutors-accused-sanctioned-ex-triad-boss-of-arms-deals-in-cambodia/
- https://home.treasury.gov/news/press-releases/sm1206


