วันนี้ (18 พฤษภาคม) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ภายหลังจากที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ปฏิบัติภารกิจสุดท้ายในการให้การต้อนรับคณะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โครงการนิติศาสตร์-รัฐศาสตร์ จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ที่เข้าเยี่ยม ชัชชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ได้นำพวงมาลัยเข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
ชัชชาติ เปิดเผยถึงการเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเวลาดังกล่าวว่า ไม่ได้มีการถือฤกษ์ยามแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 17.00 น. เนื่องจากหากพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ตนจะกลายเป็นประชาชนธรรมดาที่ต้องแลกบัตรเพื่อเข้าพื้นที่ เมื่อสื่อมวลชนสอบถามถึงคำอธิษฐาน ชัชชาติระบุว่า ตนขอเพียงให้สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศชาติ ไม่ได้ขอพรให้ตนเองได้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้งแต่อย่างใด
โดยอธิษฐานว่า “หากเรากลับมาแล้วดีก็ขอให้เกิดขึ้น แต่ถ้ากลับมาแล้วเกิดสิ่งไม่ดีก็อย่าให้เกิดขึ้น” พร้อมสะท้อนความรู้สึกตลอดการทำงาน 4 ปีเต็มว่า เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก เพราะช่วงเวลาที่มีความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ
สำหรับแรงบันดาลใจสำคัญในการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยที่ 2 นั้น ชัชชาติระบุว่า มาจากความต้องการเห็นประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นแรงผลักดันสูงสุด รวมถึงได้รับแรงสนับสนุนจากแสนดี บุตรชาย ที่สนับสนุนให้ลงสมัครต่อ
โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานระดับ เส้นเลือดใหญ่ ไปมากแล้ว อาทิ โครงการอุโมงค์ระบายน้ำและระบบรถไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาเส้นเลือดฝอย ในชุมชน ทิศทางในอนาคตจึงต้องมุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพ และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของเมืองให้สามารถแข่งขันกับมหานครอื่นทั่วโลกได้ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี
ภายหลังการให้สัมภาษณ์ชัชชาติได้เดินกลับไปยังห้องทำงานประจำตำแหน่งเพื่อตรวจดูความเรียบร้อย โดยเปิดเผยว่าได้ทยอยเก็บของใช้ส่วนตัวซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนังสือและพระเครื่อง ใช้เวลาเก็บรวมกว่า 2 เดือน ส่วนพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิมภายในห้องยังคงจัดวางไว้ตามเดิมโดยไม่มีการปรับเปลี่ยนฮวงจุ้ยแต่อย่างใด
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนไม่ค่อยได้นั่งทำงานในห้องประจำตำแหน่งมากนัก แต่มักจะใช้เวลาในห้องทำงานส่วนรวมเพื่อให้สะดวกต่อการประสานงานกับทีมงานมากกว่า ทั้งนี้ ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของทางราชการ รวมถึงคอมพิวเตอร์พกพา ได้ถูกส่งมอบคืนแก่ส่วนราชการอย่างครบถ้วนแล้ว
ชัชชาติ กล่าวถึงสัจธรรมของการทำงานว่า การต้องเก็บของออกจากตำแหน่งไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับตน เพราะเคยผ่านประสบการณ์นี้มาแล้วตั้งแต่เป็นผู้บริหารภาคเอกชนจนถึงรัฐมนตรี ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงเป็นวัฏจักร เมื่อถึงเวลาก็ต้องหิ้วกระเป๋ากลับ แต่การพ้นวาระในวันนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ ไม่ใช่วันสิ้นสุด
โดยย้ำทัศนคติประจำใจว่า ชีวิตไม่ได้เป็นสินค้าจึงไม่มีวันสิ้นสุด หมดวาระผู้ว่าฯ กทม. ก็ต้องนับ 1 ต่อ… สุดท้ายก็ต้องทำงาน ทำงาน ทำงาน โดยในคืนนี้ตนมีกำหนดการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อร่วมแสดงความยินดีในงานรับปริญญาของบุตรชาย และถือโอกาสพักผ่อนรวมถึงวิ่งออกกำลังกาย หลังจากที่สถานการณ์ในประเทศมีความวุ่นวายในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา
กระทั่งเวลา 16.50 น. ก่อนที่จะหมดวาระการทำงานอย่างเป็นทางการในเวลา 17.00 น. ชัชชาติได้กล่าวคำอำลาและแสดงความขอบคุณต่อพี่น้องประชาชน รวมถึงสื่อมวลชนที่ร่วมนำเสนอข่าวสารอย่างถูกต้องตลอด 4 ปี พร้อมกล่าวขออภัยหากมีนโยบายหรือการทำงานใดที่ไม่ถูกใจประชาชน โดยยืนยันว่าทุกการตัดสินใจล้วนทำไปด้วยเจตนาที่ต้องการเห็นกรุงเทพมหานครพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น
จากนั้น ชัชชาติในฐานะประชาชนเต็มตัว ได้ปั่นจักรยานออกจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อเดินทางไปใช้บริการรถไฟฟ้าในการเดินทางกลับบ้าน ปิดฉากวาระการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนที่ 17 อย่างเป็นทางการ
















