วันนี้ (6 พฤษภาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ถึงวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนากรุงเทพมหานครในระยะต่อไป เพื่อยกระดับให้เป็นมหานครระดับโลกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจเมือง นอกเหนือจากการสานต่อนโยบายเส้นเลือดฝอยแล้ว ทาง กทม. ยังมีแนวคิดในการสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ เพื่อดึงดูดการลงทุนและกระตุ้นความคึกคักให้กับเมือง โดยหนึ่งในโครงการสำคัญที่เตรียมผลักดันคือ การก่อสร้าง Symphony Hall หรือ Concert Hall ระดับมาตรฐานสากล
ชัชชาติระบุว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครยังคงขาดแคลนพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการจัดแสดงดนตรีหรือคอนเสิร์ตโดยเฉพาะ ที่ผ่านมาการจัดงานอีเวนต์หรือคอนเสิร์ตระดับโลกมักต้องใช้พื้นที่สนามกีฬาแทน ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์ด้านระบบเสียงอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันสนามกีฬาที่อยู่ใจกลางเมืองก็มีข้อจำกัดเรื่องขนาดความจุ ส่วนสถานที่จัดงานสเกลใหญ่อย่างราชมังคลากีฬาสถานก็ตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากศูนย์กลางเมืองและระบบขนส่งมวลชนหลัก
จากข้อจำกัดดังกล่าว ทาง กทม. จึงเล็งเห็นศักยภาพของพื้นที่บริเวณหลังห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง (MBK Center) ในย่านปทุมวัน ซึ่งเป็นทำเลทองใจกลางเมือง และเป็นจุดตัดของการเดินทางที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย ว่ามีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการพัฒนาเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมแห่งใหม่
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับว่าเมกะโปรเจกต์ระดับนี้ เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่เกินขอบเขตอำนาจหน้าที่และข้อจำกัดด้านงบประมาณของกรุงเทพมหานครเพียงหน่วยงานเดียว ดังนั้น กลไกสำคัญที่จะทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นจริงได้คือ การบูรณาการความร่วมมือกับรัฐบาลกลาง โดย กทม. เตรียมนำเสนอแนวคิดดังกล่าวเพื่อหารือกับรัฐบาล ในการเป็นพันธมิตรร่วมลงทุนและผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านวัฒนธรรมนี้ให้เป็นรูปธรรม แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ใช่เกี่ยวกับคาสิโน แต่เป็นพื้นที่จัดคอนเสิร์ตโดยเฉพาะ
ชัชชาติ กล่าวว่า หากโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและผลักดันจนสำเร็จ จะเป็นการอุดช่องโหว่ด้านพื้นที่ทางวัฒนธรรมของไทย อีกทั้งยังเป็นการสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่จะช่วยดึงดูดงานอีเวนต์ระดับโลก ดึงดูดกลุ่มคนเก่ง และเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา คึกคัก และเต็มไปด้วยโอกาสทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองในอนาคต


