วานนี้ (7 พฤษภาคม) ที่ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการแถลงข่าวความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามลภาวะทางกลิ่นและควันในพื้นที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ โดยมีคณะผู้บริหารอาทิ พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. และผู้บริหารด้านความยั่งยืน, เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษก กทม. และ วรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมแถลงอย่างพร้อมเพรียง
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม. ได้เร่งรัดและกำชับให้ผู้รับจ้างทุกโครงการในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ดำเนินมาตรการควบคุมผลกระทบต่อชุมชนอย่างเข้มงวด โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงโรงงานให้เป็นระบบปิด (Closed System) การติดตั้งระบบบำบัดกลิ่น และการตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์
ปัจจุบันศูนย์แห่งนี้ประกอบด้วยหน่วยงานหลัก 4 ส่วน ได้แก่ โครงการผลิตพลังงาน (800 ตัน/วัน), โรงงานทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ (600 ตัน/วัน และ 1,000 ตัน/วัน) และสถานีขนถ่ายมูลฝอยไปฝังกลบ (1,000 ตัน/วัน)
ในส่วนของโครงการนำร่องผลิตพลังงาน ได้ดำเนินมาตรการอุดรอยรั่วและปรับปรุงเป็นระบบปิด 100% โดยติดตั้งประตูอัตโนมัติความเร็วสูง (High Speed Shutter Door) ระบบ Air Lock และระบบบำบัดกลิ่นด้วยเคมีที่มีกำลังดูดอากาศถึง 167,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดกลิ่น (E-NOSE) จำนวน 5 จุด
ครอบคลุมทั้งในพื้นที่โรงงานและชุมชนใกล้เคียง เช่น ชุมชนเกาะลอย และหมู่บ้านอิมพีเรียลพาร์ค เพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบ เช่นเดียวกับโรงงานทำปุ๋ยหมักและสถานีขนถ่ายฯ ที่ได้ปรับปรุงอาคารเป็นระบบปิด ติดตั้งระบบบำบัดอากาศแบบ Wet Scrubber และฉากปิดกั้นอย่างมิดชิด
ชัชชาติ ระบุว่า กทม. มีการบังคับใช้สัญญาอย่างจริงจัง โดยเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2565 กทม. ได้สั่งปรับบริษัทคู่สัญญารับผิดชอบโรงงานปุ๋ยหมักอินทรีย์ (ขนาด 600 ตัน/วัน) เป็นเงินวันละ 12,000 บาท รวม 4 วัน เนื่องจากตรวจสอบพบขยะตกค้าง ซึ่งผิดเงื่อนไขสัญญาข้อที่ต้องกำจัดขยะให้หมดวันต่อวัน ซึ่งหลังจากการสั่งปรับ ทางโรงงานได้เร่งปรับปรุงแก้ไขตามมาตรฐานที่กำหนด
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา กทม. ได้เร่งปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่ศูนย์ฯ อ่อนนุชไปแล้วกว่า 50,000 ต้น ซึ่งทำหน้าที่เป็นเสมือนกำแพงกรองกลิ่น ก่อนที่ลมจะพัดเข้าสู่ชุมชน ควบคู่ไปกับการพลิกฟื้นพื้นที่เสื่อมโทรมและภูเขาขยะเดิมจำนวน 55 ไร่ ให้กลายเป็นสวนป่านิเวศ พื้นที่ชุ่มน้ำ และป่าชุมชนที่ยั่งยืน เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ
จากมาตรการทั้งหมด ส่งผลให้สถิติการร้องเรียนผ่านระบบ Traffy Fondue ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลช่วงเดือนตุลาคม – เมษายน ของปีงบประมาณ 2568 และ 2569 พบว่าจำนวนเรื่องร้องเรียนลดลงจาก 661 เรื่อง เหลือเพียง 323 เรื่อง หรือลดลงกว่าร้อยละ 51 อย่างไรก็ตาม ปัญหากลิ่นมักสัมพันธ์กับช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (พ.ย. – ก.พ.) ที่กระแสลมพัดพากลิ่นเข้าสู่ชุมชนด้านตะวันตก ประกอบกับสภาพอากาศปิด ทำให้กลิ่นสะสมตัว
ในอนาคต กทม. มีแผนพัฒนาพื้นที่ศูนย์ฯ อ่อนนุช ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์นวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ควบคู่กับการเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ โดยจะมีการปรับผังพื้นที่และเส้นทางเดินรถเก็บขนมูลฝอยใหม่ทั้งระบบ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียม
ชัชชาติ กล่าวย้ำทิ้งท้ายว่า เรื่องกลิ่นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพียงเกิดกลิ่นรุนแรงแค่วันเดียว ประชาชนก็เดือดร้อนแล้ว เราจึงไม่สามารถดูแค่ค่าเฉลี่ยได้ แต่ต้องดูค่าความเข้มข้นสูงสุดในแต่ละวันด้วย แม้ภาพรวมและสถิติจะชี้ว่าเรามาถูกทาง แต่ก็ยังถือว่าแก้ปัญหาได้ไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เราขอน้อมรับทุกคำติชมเพื่อยกระดับมาตรการให้เข้มข้นขึ้น ส่วนข้อเสนอเรื่องการยกเลิกสัญญานั้นทำได้ยากเพราะติดเงื่อนไขทางกฎหมาย ซึ่งอาจเกิดผลกระทบตามมามหาศาล ทั้งนี้ โครงการพัฒนาศูนย์กำจัดขยะเป็นงานระยะยาวที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง จึงขอฝากความหวังไว้กับคณะผู้บริหารชุดใหม่ที่จะเข้ามาสานต่อและนำแนวคิดใหม่ๆ มาปรับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป


