×

ฉาย บุนนาค เผยพิธีกรข่าวลาออกเป็นเรื่องปกติ ย้ำจุดยืนการเมืองไม่สร้างความขัดแย้ง ปกป้องสถาบัน

โดย THE STANDARD TEAM
05.11.2020
  • LOADING...

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) ที่โรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนชั่นกรุ๊ป โดยกล่าวถึงกระแสข่าวที่มีพิธีกรข่าวลาออกว่า ทุกองค์กรมีคนเข้ามาออกไปก็เป็นเรื่องปกติของธุรกิจ เนชั่นปีนี้อายุ 49 ปีจะเข้าปีที่ 50 ในปีหน้า แต่ในระหว่างทางองค์กรได้เติบโตจนเป็นสถาบันและต้นไม้ใหญ่ ที่ผ่านมาเนชั่นขายความน่าเชื่อถือ ขายคอนเทนต์ ขายความรับผิดชอบของสังคม ไม่ได้ขายดารา ซึ่งเนชั่นยึดมั่นในจริยธรรม จรรยาบรรณ เพื่อนำประโยชน์ให้ส่วนรวม ในเครือเนชั่นมีอยู่หลายแบรนด์ แต่ในสภาวะแบบนี้ได้กำชับความระมัดระวังในสถานการณ์ที่เปราะบาง แต่เนชั่นยังยืนหยัดในอุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง

 

ฉาย กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ อัญชะลี ไพรีรัก, สันติสุข มะโรงศรี ผู้ดำเนินรายการข่าวเนชั่นทีวี และสถาพร เกื้อสกุล พิธีกรรายการ เนชั่นเจาะข่าวเย็น ได้ยื่นใบลาออกแล้ว มีผลสิ้นสุดวันที่ 30 พฤศจิกายนนั้น ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งอะไร ยังรักกันเหมือนเดิม แต่ใครอยู่ใครไปเป็นเรื่องปกติทางธุรกิจ ส่วนข่าวลือว่า กนก รัตน์วงศ์สกุล และธีระ ธัญไพบูลย์ พิธีกรและผู้ประกาศจะลาออกนั้นก็ไม่ทราบ เพราะข่าวลือจากผู้ไม่ประสงค์ดีมีเยอะ แต่ทุกคนยังทำงานตามปกติ เข้าใจว่าทุกคนมีวิถีทางการงาน ทั้งนี้ อัญชะลี ถือเป็นผู้จัดอาวุโสในวงการ ก่อนหน้านี้ อัญชะลี เคยทำงานที่เนชั่นแล้วออกไปแล้วกลับมาก็เป็นเรื่องปกติ แต่องค์กรไม่ได้ล่มสลายไปกับการเปลี่ยนแปลง

 

ฉายระบุว่า ทุกวันนี้องค์กรเราแข็งแรง ตนไม่รู้ว่าคนที่ปล่อยข่าวหวังอะไร ในเมื่อองค์กรเนชั่นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ชัดเจน ไม่มีปัญหาหนี้สิน มีกระแสเงินสดเข้าทุกวัน อาจจะมีเรื่องสภาวะเศรษฐกิจ การแบนโฆษณา แต่ไม่ทำให้องค์กรได้รับผลกระทบ และจะเดินเข้าสู่ปีที่ 50 อย่างแข็งแรง พร้อมทั้งยืนยันว่า จะไม่มีการปลดพนักงานออกแน่นอน และมองถึงการจ่ายโบนัสพนักงานด้วยซ้ำ ย้ำว่าจะไม่ทอดทิ้งพนักงาน

 

“เราเป็นสถาบันข่าว เราสร้างคนขึ้นมา เนชั่นเหมือนสโมสรฟุตบอล มีนักเตะเข้ามาและย้ายออกไป แต่เราก็มีอคาเดมีของเราที่แข็งแรง เราต้องผลิตสิ่งที่ดีออกสู่สังคม อุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยน จะสานต่อสิ่งที่ผู้ก่อตั้งเดิมสร้างไว้ เราไม่ได้เปลี่ยนอะไร ยังทำเหมือนเดิม ส่วนเรตติ้งมีความสำคัญแต่ไม่สำคัญที่สุด แต่ข้อมูลข่าวสารที่ออกสู่ประชาชนสำคัญที่สุด ส่วนพี่ปองและพี่สันติสุข ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบ และขออวยชัยให้ประสบความสำเร็จ เรามีองค์กรข่าว มีพื้นที่ผู้จัดรายการและนักข่าวทุกคน” ฉาย กล่าว

 

ฉายกล่าวถึงการทำข่าวในช่วงความขัดแย้งว่า จะต้องตรวจสอบข้อมูล ปฏิบัติตามจริยธรรมของวิชาชีพ ไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง ความเกลียดชัง พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาพยายามรับฟังผู้ชุมนุม ขอบคุณที่ชุมนุมอย่างสงบ ไม่ได้มองผู้ชุมนุมเป็นฝ่ายตรงข้าม แต่ไม่สนับสนุนการจาบจ้วงสถาบัน ยืนยันว่ายึดมั่นใจการปกป้องสถาบันหลักของประเทศ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตระกูลตนรับใช้ประเทศชาติมานานกว่า 300 ปี เลือดทุกหยดในตัวก็เพื่อสามเสาหลักของประเทศ ดังนั้นการปล่อยข่าวลือเป็นเจตนาร้าย เป็นการกลั่นแกล้งทางธุรกิจ

 

“ในสัปดาห์หน้าจะประชุมกรรมการในวันพฤหัสบดี ซึ่งจะมีการสรุปในสัปดาห์หน้า เราจะเป็นองค์กรข่าว มีผลประกอบการดีอันดับต้นๆ ของประเทศ เรามีการประเมินตัวเองตลอดเวลา เพราะเรามองความรับผิดชอบทางสังคม เราต้องดูว่าสิ่งที่นำเสนอเหมาะสม และเป็นคุณหรือโทษกับสถานการณ์” ฉายกล่าว

 

ฉายกล่าวอีกว่า ยอมรับว่าการลาออกของพิธีกรข่าวอาจมีผลกระทบกับเรตติ้งบ้าง แต่เรตติ้งต้องมากับความรับผิดชอบของสังคม ถ้าเรตติ้งสูง แต่ไม่มีความรับผิดชอบก็ไม่มีประโยชน์

 

ส่วนกรณีข่าวลือเรื่องคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เข้ามาถือหุ้นในเครือเนชั่นนั้น ฉายตอบว่า ขณะนี้โครงสร้างผู้ถือหุ้นไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่เป็นเรื่องข่าวลือจากบุคคลที่มีชื่อเสียงในสภา ควรจะระมัดระวังคำพูด และควรรับผิดชอบคำพูดมากกว่านี้ 

 

“ข่าวลือ ข่าวปลอม ข่าวเท็จ ที่ใส่ร้ายป้ายสีเราว่า เราเปลี่ยนอุดมการณ์ ว่าเราถูกทุนการเมืองครอบงำ ล้วนเป็นเพียงการดิสเครดิตหวังทำลายองค์กรเราจากผู้ไม่หวังดี” ฉายกล่าวทิ้งท้าย

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories