วันนี้ (4 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงต่อสื่อมวลชนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตและพาดพิงถึง ‘ระบบอากง’ ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ไม่เป็นธรรม
โดยชัชชาติระบุว่า ระบบดังกล่าวไม่มีอยู่จริงในแนวทางการบริหารงานของตน พร้อมชี้แจงว่าคำว่า อากง ที่ถูกกล่าวถึงนั้น หมายถึง ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งปฏิบัติงานร่วมกันในรูปแบบคณะทำงานมาโดยตลอด และตนในฐานะหัวหน้าทีมผู้บริหารเป็นผู้รับผิดชอบการตัดสินใจในภาพรวมทั้งหมด จึงขอความกรุณาอย่าบิดเบือนประเด็นด้วยการใช้คำเพื่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์
ชัชชาติ ยืนยันว่า กระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม. ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยึดถือหลักความรู้ความสามารถและผลงานเป็นเกณฑ์ พร้อมระบุว่าหากผู้บริหารยอมรับเงินหรือผลประโยชน์ในกระบวนการดังกล่าว ย่อมตกเป็นเครื่องมือและไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีอิสระ ซึ่งพฤติการณ์เช่นนั้นไม่เคยเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการแต่งตั้งโยกย้ายย่อมมีทั้งผู้ที่สมหวังและผิดหวัง ซึ่งคณะทำงานพร้อมรับฟังข้อท้วงติง แต่ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงไม่มีการแจ้งข้อมูลหรือร้องเรียนในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งบริหาร แต่กลับมารอเปิดเผยในช่วงใกล้กำหนดการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ตนยินดีและไม่โกรธเคืองผู้ที่นำข้อมูลมาเปิดเผย เพราะจะช่วยให้สามารถนำข้อเท็จจริงไปดำเนินการจัดการกับผู้กระทำความผิดได้อย่างชัดเจน
ในส่วนการทำงานร่วมกับ ต่อศักดิ์ นั้น ชัชชาติระบุว่า มีการประสานงานและตรวจสอบข้อมูลร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่พบสิ่งผิดปกติในกระบวนการทำงาน การที่ต่อศักดิ์ตกเป็นเป้าหมายของการพาดพิง เนื่องจากดำรงตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งดูแลข้อมูลในหลายส่วน แต่การปฏิบัติภารกิจตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเป็นการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
ทั้งนี้ ในฐานะบุคคลสาธารณะและนักการเมือง ตนยอมรับและพร้อมเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบตามช่องทางกฎหมาย โดยผลงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมาจะเป็นสิ่งสะท้อนและตอบโจทย์แก่ประชาชนในการพิจารณาลงคะแนนเสียง
สำหรับแนวทางการรณรงค์หาเสียงและกรอบนโยบายต่อจากนี้ ชัชชาติเน้นย้ำว่า นโยบายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันยังคงเป็นวาระสำคัญอันดับหนึ่งที่จะต้องเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง รองลงมาคือการมุ่งแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและปากท้องเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนกรุงเทพมหานครต่อไป


