×

ชัชชาติ ชี้คุณภาพอากาศคือทางรอดเมือง โชว์สถิติฝุ่น กทม. ลดลง บนเวที GIZ พร้อมยกระดับคุมเข้ม Low Emission Zone

โดย THE STANDARD TEAM
10.03.2026
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กำลังกล่าวบนเวทีในงานเสวนา Bangkok Perspectives ของ GIZ โดยมีภาพประกอบและโลโก้ GIZ อยู่ด้านหลัง

วานนี้ (9 มีนาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกล่าวเปิดงานเสวนา Bangkok Perspectives: Navigating the Haze – GIZ Thailand Business Dialogue Series ภายใต้หัวข้อ Navigating Uncertainty: Global Cooperation and Economic Resilience in a Fragmented World

 

โดยเน้นย้ำถึงวิกฤตฝุ่น PM2.5 ว่าเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลสูงสุดแก่ประชาชน ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ยังเป็นปัจจัยชี้วัดความอยู่รอดของเมืองในอนาคต หากกรุงเทพมหานครมีคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ จะสูญเสียศักยภาพในการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถและนักลงทุน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเกิดธุรกิจใหม่และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

 

สำหรับสถานการณ์มลพิษในปัจจุบัน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สถิติค่าฝุ่นละอองในปีนี้มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากความเข้าใจในปัญหาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ประกอบกับการนำเทคโนโลยีที่แม่นยำมาใช้ในการบริหารจัดการ โดย กทม. ได้วิเคราะห์และจำแนกแหล่งกำเนิดฝุ่นหลักในพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ สภาพอากาศปิด ไอเสียจากยานพาหนะ และการเผาชีวมวล

 

ทั้งนี้ เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดทางกฎหมายที่ กทม. ไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในทุกด้าน กรุงเทพมหานครจึงได้ประกาศยกระดับให้พื้นที่ กทม. เป็นเขตควบคุมมลพิษ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มอำนาจในการบริหารจัดการ โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นตอผ่านความร่วมมือกับจังหวัดรอยต่อในการลดการเผาในที่โล่ง และส่งเสริมการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังทดแทน

 

นอกจากนี้ ยังได้บังคับใช้มาตรการพื้นที่ก่อมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ไม่อนุญาตให้รถยนต์ที่มีค่าไอเสียเกินมาตรฐานเข้าพื้นที่ในช่วงวิกฤตฝุ่น รวมถึงยกระดับเกณฑ์การตรวจวัดควันดำให้เข้มงวดขึ้นจาก 30% เป็น 20% ส่งผลให้สามารถตรวจจับรถควันดำได้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 2.5 เท่า

 

ควบคู่ไปกับการควบคุมมลพิษอย่างเข้มงวด กทม. ยังให้ความสำคัญกับการปกป้องกลุ่มเปราะบาง ด้วยการจัดตั้งห้องเรียนปลอดฝุ่นในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก พร้อมพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนี้ ยังเดินหน้านโยบายสวน 15 นาทีโดยดำเนินการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 2.4 ล้านต้น

 

ซึ่งผลการตรวจวัดยืนยันชัดเจนว่า พื้นที่สวนสาธารณะมีค่ามลพิษต่ำกว่าภายนอกอย่างเห็นได้ชัด และเปรียบเสมือนพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) สำหรับคนเมือง อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาดังกล่าวไม่อาจสำเร็จได้ด้วยหน่วยงานเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือแบบเกลียวเชือกจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน

 

สำหรับการจัดเวทีเสวนา Bangkok Perspectives ในครั้งนี้ นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 2 โดยองค์กร GIZ Thailand เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้นำจากภาครัฐและเอกชนร่วมกันแสวงหาทางออกแก้วิกฤตมลพิษทางอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในมิติสุขภาพและโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทย ตั้งแต่ภาคการเกษตรไปจนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การแก้ปัญหานี้จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศระยะยาว

 

โดยงานเสวนาครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม อาทิ พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืน, ดร.ทีโม เมนนิเคน (Dr. Timo Menniken) ผู้อำนวยการประจำภูมิภาค องค์กร GIZ ตลอดจนผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต ภาคเอกชน และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ


READ MORE





Latest Stories