×

พุทธิพงษ์ชี้ CAT และ TOT ประมูล 5G ครั้งนี้ ช่วยเพิ่มความสามารถแข่งขันกับเอกชน ประชาชนได้ประโยชน์

16.02.2020

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยหลังเสร็จสิ้นการประมูล 5G ในวันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ซึ่ง CAT หรือบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด และ TOT หรือบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าร่วมประมูลด้วย โดยบอกว่า จะเป็นการช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับหน่วยงานเอกชน ทั้งยังทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการมีทางเลือกผู้ให้บริการที่หลากหลาย

 

สำหรับการประมูล 5G ในครั้งนี้ CAT สามารถประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz (2 ใบ) ไปครอง โดยใช้เงินประมูลรวม 34,306 ล้านบาท ขณะที่ TOT สามารถประมูลคว้าคลื่นความถี่ 26 GHz (4 ใบ) ไปครองด้วยจำนวนเงินรวม 1,795 ล้านบาท 

 

พุทธิพงษ์ระบุว่า กระบวนการโทรคมนาคมในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว การเปิดประมูลคลื่นความถี่ 5G ในแต่ละคลื่นความถี่ในครั้งนี้ เป็นอีกโอกาสที่ดีที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการให้บริการกับประชาชน และการแข่งขันกับผู้ประกอบการเอกชนในอนาคต

 

“จากนี้ไป ผมได้ให้นโยบายกับทั้ง CAT และ TOT ไปว่า ทุกคลื่นความถี่ 5G ที่บริษัททั้งสององค์กรได้มีการประมูล (700 MHz, 2600 MHz และ 26 GHz) ควรจะมีการวางแผนทางธุรกิจของตัวเองว่าจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์ให้ดีที่สุดได้อย่างไร เพราะแม้แต่คลื่น 700 MHz ก็สามารถพัฒนาไปสู่การให้บริการ 5G ได้เช่นกัน เพียงแต่อาจจะใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีเพิ่มเติม รวมถึงแนวทางการขยายเพื่ออัปเกรดอุปกรณ์ในอนาคต”

 

พร้อมกันนี้ พุทธิพงษ์ยังบอกอีกด้วยว่า การประมูลครั้งนี้รัฐบาลได้ให้บริษัททั้งสององค์กรดำเนินการประมูลภายใต้ ‘กรอบงบประมาณทางธุรกิจของตัวเอง’ ซึ่งแม้จะใช้เม็ดเงินรวมกันสูงกว่า 36,101 ล้านบาท (CAT: 34,306 ล้านบาท + TOT: 1,795 ล้านบาท) แต่ผู้ประกอบการทั้งสองรายก็ได้วางแผนล่วงหน้าไว้อย่างรัดกุมแล้วว่า มีกำลังมากพอจะสามารถชำระค่าประมูลและให้บริการได้

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่า การกระโดดมาร่วมวงประมูลคลื่นความถี่ 5G ของ CAT และ TOT ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันต่อกรกับผู้ให้บริการฝั่งเอกชนได้อย่างทัดเทียม ทั้งยังเป็นการปรับตัวเองให้เข้ากับยุคสมัยและการพัฒนาการด้านโทรคมนาคม 

 

“จากนี้ไปยิ่งมีทางเลือกในการให้บริการกับประชาชนได้มากเท่าไร ก็จะเป็นผลดีกับประชาชนมากเท่านั้น โดยเฉพาะการนำไปสู่การแข่งขันที่ผู้ให้บริการแต่ละรายจะต้องพัฒนาบริการของตัวเองให้ออกมาดีที่สุด  

 

“ในอนาคตเมื่อมีการควบรวมกิจการแล้ว คลื่นต่างๆ ที่ทาง CAT และ TOT ครอบครองจะพบว่า มีครอบคลุมในทุกย่านคลื่นความถี่ ทั้งคลื่นความถี่ย่านต่ำ กลาง และสูง จะเห็นว่าการควบรวมในอนาคตจะส่งผลให้หน่วยงานที่ควบรวมกิจการกัน มีคลื่นความถี่ที่ครอบคลุมครบถ้วนเทียบเท่าโอเปอเรเตอร์รายใหญ่บางบริษัท”

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการควบรวมกิจการระหว่าง CAT และ TOT ให้เป็นบริษัทเดียวกัน ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการควบรวมเสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่ที่ ครม. อนุมัติ แต่ในกรณีที่ดำเนินการไม่ทัน ก็สามารถขยายกรอบเวลาดังกล่าวต่อไปได้ โดยที่ไม่มีการปรับลดจำนวนบุคลากรพนักงานแต่อย่างใด หลังจากที่เสร็จสิ้นการควบรวมกิจการ

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล


READ MORE






Latest Stories